ส่องตัวอย่าง Lilo & Stitch 2025 ไลฟ์แอคชั่นเรื่องใหม่จากค่ายดิสนีย์
LSA Thailand
อัพเดต 14 มี.ค. 2568 เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 14 มี.ค. 2568 เวลา 03.21 น. • Lifestyle Asia Thailandไม่แน่ว่า Lilo & Stitch 2025 ฉบับไลฟ์แอคชั่นของค่ายดิสนีย์อาจจะพอช่วยกู้หน้าและเรียกเรตติ้งคือมาได้บ้าง หลังจากที่ปล่อยตัวอย่างออกมาเมื่อวันก่อน ซึ่งดูแล้วก็หวังพอสมควร
มาได้ทันเวลาพอดี เพราะค่ายดิสนีย์เพิ่งปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นเรื่อง Lilo & Stitch ไปเมื่อวันก่อน และก็ดูเหมือนว่ามันพอจะช่วยดึงกระแสความน่าดูกลับมาได้บ้าง หลังจากที่ช่วงนี้เป็นคิวการเข้าฉายของภาพยนตร์ไลฟ์แอคชั่นเรื่อง Snow White ที่โดนสาปแช่งตั้งแต่รู้ตัวคนแสดงมาจนถึงตัวอย่างภาพยนตร์ เรียกได้ว่ายังไม่ทันเกิดก็ดับเสียแล้ว ด้วยทุกคนโมโหไปกับการตีความใหม่ (ที่ไม่จำเป็น) จากฉบับการ์ตูนมาเป็นฉบับคนแสดง ทั้งสโนว์ไวท์ที่ไม่ได้ผิวขาวราวหิมะ ทั้งคนแคระที่ดันใช้ CG แทนจะเลือกคนจริงๆ มาเล่น หรือแม้แต่กระแสตีกลับของนักแสดงนำอย่าง Rachel Zegler ที่ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงลบกับตัวละครที่เธอเล่น ทำเอาแฟนดิสนีย์ผิดหวังและคว่ำบาตรจะไม่ยอมเสียเงินซื้อตั๋วเข้าไปดูในโรงภาพยนตร์อย่างเด็ดขาด
มันเลยเหมือนเป็นคิวปล่อยสัญญาณว่าทางค่ายควรจะส่งตัวอย่างของลีโล แอนด์ สติทช์ ออกมา “กลบ” เสียงลบๆ นี้ได้แล้ว เพราะเหมือนรู้ว่าครั้งนี้พวกเขาทำมันออกมาได้ดีอย่างแน่นอน และก็เหมือนจะเป็นอย่างที่คิด เพราะว่ากระแสตอบรับและคอมเม้นต์จากโลกโซเชียลก็ดูเหมือนจะปรบมือให้กับทีมงาน ตั้งแต่การเลือกแคสติ้งคนแสดงทั้งลีโล่และนานิ ไปจนถึงการออกแบบเจ้าสัตว์ต่างดาวสติทช์ ให้มีหน้าตาออกมาเหมือนฉบับการ์ตูนเด๊ะๆ ทุกคนเลยคาดหวังว่าครั้งนี้มันจะต้องออกมาดีมากแน่ๆ โดยฉบับไลฟ์แอคชั่นนี้แสดงนำโดย Hannah Waddingham, Tia Carrere และ Zach Galifianakis
แต่แน่นอนว่าหนึ่งคำถามที่มีมาโดยตลอดคือ ก็แล้วทำไมเราต้องรีเมคสิ่งที่มันดีอยู่แล้วด้วยล่ะ? เพราะหลายปีที่ผ่านมาดิสนีย์พยายามอย่างมากที่จะรีเมคจากการ์ตูนแอนิเมชั่นที่มีอยู่มาสู่ไลฟ์แอคชั่นคนแสดง ทั้ง Alice in Wonderland, The Jungle Book, Beauty and The Beast, Cinderella, Aladdin, The Lion King และอีกมากมายที่ก็ถือว่าทำได้โอเค จนกระทั่งมาเริ่มเสียเอาช่วงหลังอย่างเรื่อง Mulan ที่ทุกคนบ่นกันเป็นแถวว่าปรับเนื้อเรื่องใหม่จนคนต้องหันหน้าหนี แต่แล้วกระแสยังไม่ถูกตีกลับเท่า The Little Mermaid ที่โดนในเรื่อง woke culture จากการเลือกนักแสดงผิวดำมาเล่นเป็นนางเงือกผิวขาว และล่าสุดกับ Snow White ที่…ยังไม่รู้จะออกหัวหรือออกก้อย
กลับมาที่คำถามก่อน สำหรับเราแล้วการที่ดิสนีย์หยิบเอาการ์ตูนในดวงใจมาทำเป็นภาคคนแสดง อาจเพราะดิสนีย์รู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นส่วนสำคัญของการเติบโตของใครหลายคน (รวมทั้งเราเองด้วย) เป็นคนสร้างความมหัศจรรย์และเวทมนต์ให้เราดูในวัยเด็ก การนำสิ่งเหล่านั้นมาสู่ฉบับภาพยนตร์ มันก็เหมือนกับการพาเรานั่งย้อนไทม์แมชชีนกลับไปสู่ช่วงเวลาดีๆ ในตอนนั้น เพียงแต่ตัวละครที่เรารักมันก็มีการเติบโตไปพร้อมๆ กับเราด้วยนั่นแหละ (แม้ว่าหลายครั้งผลจะออกมาน่าผิดหวังมากก็ตาม) แต่แน่นอนว่าเหตุผลหลักๆ มันก็ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่ารายได้ของดิสนีย์ลดลงแบบฮวบฮาบ หมดมุขในการนำเสนอความสดใหม่ เลยต้องหันมาหยิบใช้วัตถุดิบค้างตู้ที่มีอยู่ เพื่อปรุงเป็นอาหารจานใหม่ กลายเป็นเมนูล้างตู้เย็นที่คนทำไม่อยากกิน คนกินไม่ได้ขอไปเสียแบบนั้น
แต่ไม่แน่ว่าเมนูลีโล แอนด์ สติทช์ อาจจะพอช่วยกู้หน้าร้านอาหารดิสนีย์ให้กลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งก็ได้ นักชิมอย่างเราๆ ก็คงต้องรอติดตามกันในโรงภาพยนตร์ ซึ่งจะมีคิวฉายในปี 2025 นี้นี่แหละ
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.