Inverted Yield Curve กลับมาแล้ว สัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯถดถอยหรือไม่
ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังบอนด์ยีลด์ อายุ 10 ปี ลดลงต่ำกว่าพันธบัตรอายุ 3 เดือน นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Inverted Yield Curve
วันที่ 27 ก.พ.2568 รายงานของฟินโนมีนา เปิดเผยว่า ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ส่งสัญญาณเตือนเศรษฐกิจอีกครั้ง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ลดลงต่ำกว่าพันธบัตรอายุ 3 เดือน นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่าInverted Yield Curve ซึ่งในอดีตมีความแม่นยำสูงในการพยากรณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดนี้มาก โดย New York Fed มีการคำนวณโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยทุกเดือน ซึ่งล่าสุดในเดือนมกราคม อัตราส่วนต่างระหว่างพันธบัตร 10 ปี และ 3 เดือนยังอยู่ที่ 0.31% ทำให้โอกาสเกิดภาวะถดถอยใน 12 เดือนข้างหน้าถูกประเมินไว้เพียง 23% แต่เมื่อส่วนต่างนี้กลับด้านในเดือนกุมภาพันธ์ โอกาสดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ฟินโนมีนา ระบุว่านักเศรษฐศาสตร์หลายคนมองว่าการกลับมาของ Inverted Yield Curve ครั้งนี้สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดำรงตำแหน่งสมัยที่สอง ซึ่งตลาดเคยคาดหวังว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของเขาจะผลักดันการเติบโต แต่กลับกลายเป็นว่าความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้ากำลังสร้างความกังวลมากขึ้น
หลังการเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2024 ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีพุ่งขึ้นจากความหวังว่านโยบายของทรัมป์จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่หลังจากพิธีสาบานตนในเดือนมกราคม 2025 อัตราผลตอบแทนดังกล่าวกลับลดลงถึง 0.32% ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองที่เปลี่ยนไปของนักลงทุน โดยเฉพาะเรื่องภาวะเงินเฟ้อและผลกระทบจากหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น
อีกปัจจัยที่เพิ่มความไม่แน่นอนคือความเสี่ยงจากนโยบายภาษีศุลกากรของทรัมป์ ซึ่งอาจกระตุ้นเงินเฟ้อและกดดันการเติบโตของเศรษฐกิจ
ผู้เชี่ยวชาญจาก PGIM Fixed Income ระบุว่าความไม่แน่นอนด้านภาษีทำให้นักลงทุนจับตาดูเศรษฐกิจมากขึ้น เนื่องจากอาจเป็นปัจจัยเร่งให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอลง