กบข. เตือนสมาชิก 82% เสี่ยงเงินไม่พอใช้หลังเกษียณ เร่งให้ความรู้การเงิน-วางแผนออมเพิ่ม
กบข. เตือนสมาชิกกว่า 82% เสี่ยงเงินไม่พอใช้หลังเกษียณ เร่งให้ความรู้การเงิน-วางแผนออมเพิ่ม เดินหน้าเสริมทักษะทางการเงิน กระตุ้นให้สมาชิกออมเพิ่ม และเปลี่ยนแผนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพิ่มโอกาสให้สมาชิกสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงิน มีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงหลังเกษียณ
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยแผนการดำเนินงานในปีนี้ว่า มุ่งส่งเสริมความรู้และเสริมสร้างทักษะทางการเงินแก่สมาชิกเพื่อวางการแผนการเงินให้มีเงินเพียงพอ ณ วันเกษียณและใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุข
ผลการศึกษาความเพียงพอของเงิน ณ เกษียณของสมาชิก กบข. พบว่า 82% จากสมาชิก 1.2 ล้านราย มีโอกาสที่จะไม่บรรลุเป้าหมายความเพียงพอ ณ เกษียณในระดับดี ปัจจัยหลักมาจากอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้นถึง 80 ปี หนี้สินเฉลี่ยของสมาชิกวัยใกล้เกษียณ (55-60 ปี) สูงถึง 1.95 ล้านบาทต่อคน และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2% ต่อปี
นายทรงพลกล่าวว่า อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นเป็น 80.9 ปี โดยอายุขัยของผู้ชายเฉลี่ยลดลงมาที่ 77.4 ปี แต่อายุขัยเฉลี่ยของผู้หญิงเพิ่มขึ้นเป็น 83.1 ปี หลังการเกษียณอายุที่ 60 ปีคนไทยยังมีชีวิตอยู่อีกนาน ดังนั้นจึงควรมีการเตรียมพร้อมทางการเงิน
ด้านการพึ่งพิงและเกื้อหนุนวัยสูงอายุ พบว่า การอยู่ลำพังกับคู่สมรส และการอยู่คนเดียวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยรายได้หลักในการดำรงชีพมาจาก บุตรหลาน 35.7% การทำงาน 33.9% เบี้ยยังชีพ 13.3% เงินบำเหน็จบำนาญ 6.8% คู่สมรส 5.6% และเงินออมขายทรัพย์สิน 1.6%
ปัจจัยความเสี่ยงของความเพียงพอของเงิน ณ เกษียณ ได้แก่
1. ภาระหนี้สิน โดยสมาชิกกบข.อายุ 55-60 ปีมีหนี้สินเฉลี่ยคนละ 1.95 ล้านบาท
2. ไม่มีที่อยู่อาศัยหลังเกษียณ เพราะอาศัยบ้านพักข้าราชการโดยไม่ได้เตรียมการด้านที่อยู่อาศัยหลังเกษียณ
3. อายุยืนเกินค่าเฉลี่ย 80 ปี
4. เหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้เงิน เช่น อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ มิจฉาชีพ
สำหรับแหล่งเงินหลังเกษียณของสมาชิกกบข. มีด้วยกัน 2 แหล่ง คือ
1. เงินบำนาญจากกรมบัญชีกลาง โดยมีจำนวนเฉลี่ย 35,311 บาทต่อเดือน หรือเป็นก้อน(lumpsum) 6.97 ล้านบาท
2. เงินก้อนจากกบข.เฉลี่ย 1.33 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้จากกบข.คิดเป็นประมาณ 16% ของเงินหลังเกษียณทั้งหมด ส่งผลให้เฉลี่ยแล้วเงินจากทั้งสองแหล่งรวม 8.30 ล้านบาทในปี 2567
ด้านค่าใช้จ่ายหลังเกษียณนั้น ค่าใช้จ่ายต่อเดือนของสมาชิกวัยเกษียณแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ
1. ระดับพื้นฐานทั่วไป(P50) จะมีค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน 26,142 บาท
2. ระดับดี(P75) มีค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน 36,288 บาท
3. ระดับดีมาก(P90) มีค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน 58,247 บาท
ซึ่งคำนวณออกมาเป็นประมาณการเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ ซึ่งเป็นข้อมูลจริงของสมาชิกเกษียณปี 2567 คือ 6.22 ล้านบาทสำหรับค่าใช้จ่ายระดับพื้นฐาน จำนวน 8.63 ล้านบาทสำหรับค่าใช้จ่ายระดับดี และจำนวน 13.85 ล้านบาทสำหรับระดับดีมาก
ประมาณการเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ คำนวณจากสมมติฐานที่ว่า สมาชิกมีอายุขัย 80 ปี คาดการณ์ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2% ต่อปี อัตราผลตอบแทนหลังเกษียณ 2.60% สมาชิกไม่มีภาระหนี้ ไม่มีค่าเช่าที่อยู่อาศัย และเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณหมายถึงเงินก้อนกบข. รวมกับเงินบำนาญที่ทยอยรับจนถึงอายุ 80 ปี
ปัจจุบันกบข.มีสมาชิกมีจำนวน 1.25 ล้านราย (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567) ซึ่งพบว่า สมาชิกที่อยู่ในแผนเดิมตั้งแต่แรกเข้าและไม่เคยเปลี่ยนแผนเลยมีสัดส่วน 82% ส่วนจำนวนสมาชิกที่เลือกแผนการลงทุนมีสัดส่วน 18% สมาชิกที่ออมขั้นต่ำตามกฎหมาย 3% และไม่เพิ่มการออมมีสัดส่วน 76% ขณะที่จำนวนสมาชิกที่เพิ่มการออมมีสัดส่วน 24%
เงินของสมาชิกกบข.ประกอบด้วยเงินออม 3 ส่วนคือ
1. รัฐบาลสมทบตามกฎหมาย 3%
2. สมาชิกออมตามกฎหมาย 3% ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ออมเพิ่มขึ้น และ
3. เงินออมแบบสมัครใจ 27% ทยอยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากสมาชิกกลุ่มที่อายุไม่สูง
อย่างไรก็ตามจากการคำนวณเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณในอีก 30 ข้างหน้าสำหรับสมาชิกอายุไม่เยอะในวันนี้ พบว่า จากการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 2% ต่อปี เงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ สำหรับค่าใช้จ่ายระดับพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นเป็น 11.49 ล้านบาท ส่วนเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ สำหรับค่าใช้จ่ายระดับดีจะเป็น 15.94 ล้านบาท และเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ สำหรับค่าใช้จ่ายระดับดีมากจะเพิ่มเป็น 25.59 ล้านบาท
“ดังนั้นกบข.กำหนดเป้าหมายที่มีโอกาสไม่บรรลุเป้าหมายเงินก่อนหลังเกษียณ (segmentation) เพิ่มเสริมความรู้ทักษะทางการเงิน” นายทรงพลกล่าว
โดย กบข. เตรียมเดินหน้าส่งเสริมทักษะทางการเงินร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร และจัดกิจกรรมทั่วประเทศ เพื่อสื่อสารกระตุ้นให้สมาชิกออมเพิ่ม และเปลี่ยนแผนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หรือเลือกเปลี่ยนแผนการลงทุนมาอยู่ในแผนสมดุลตามอายุ เพื่อเพิ่มโอกาสให้สมาชิกสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงิน มีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงหลังเกษียณ และเกษียณอย่างมีสุข