โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กบข. เตือนสมาชิก 82% เสี่ยงเงินไม่พอใช้หลังเกษียณ เร่งให้ความรู้การเงิน-วางแผนออมเพิ่ม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 มี.ค. 2568 เวลา 16.59 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2568 เวลา 07.40 น.

กบข. เตือนสมาชิกกว่า 82% เสี่ยงเงินไม่พอใช้หลังเกษียณ เร่งให้ความรู้การเงิน-วางแผนออมเพิ่ม เดินหน้าเสริมทักษะทางการเงิน กระตุ้นให้สมาชิกออมเพิ่ม และเปลี่ยนแผนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพิ่มโอกาสให้สมาชิกสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงิน มีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงหลังเกษียณ

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยแผนการดำเนินงานในปีนี้ว่า มุ่งส่งเสริมความรู้และเสริมสร้างทักษะทางการเงินแก่สมาชิกเพื่อวางการแผนการเงินให้มีเงินเพียงพอ ณ วันเกษียณและใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุข

ผลการศึกษาความเพียงพอของเงิน ณ เกษียณของสมาชิก กบข. พบว่า 82% จากสมาชิก 1.2 ล้านราย มีโอกาสที่จะไม่บรรลุเป้าหมายความเพียงพอ ณ เกษียณในระดับดี ปัจจัยหลักมาจากอายุขัยเฉลี่ยที่ยืนยาวขึ้นถึง 80 ปี หนี้สินเฉลี่ยของสมาชิกวัยใกล้เกษียณ (55-60 ปี) สูงถึง 1.95 ล้านบาทต่อคน และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 2% ต่อปี

นายทรงพลกล่าวว่า อายุขัยโดยเฉลี่ยของคนไทยเพิ่มขึ้นเป็น 80.9 ปี โดยอายุขัยของผู้ชายเฉลี่ยลดลงมาที่ 77.4 ปี แต่อายุขัยเฉลี่ยของผู้หญิงเพิ่มขึ้นเป็น 83.1 ปี หลังการเกษียณอายุที่ 60 ปีคนไทยยังมีชีวิตอยู่อีกนาน ดังนั้นจึงควรมีการเตรียมพร้อมทางการเงิน

ด้านการพึ่งพิงและเกื้อหนุนวัยสูงอายุ พบว่า การอยู่ลำพังกับคู่สมรส และการอยู่คนเดียวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยรายได้หลักในการดำรงชีพมาจาก บุตรหลาน 35.7% การทำงาน 33.9% เบี้ยยังชีพ 13.3% เงินบำเหน็จบำนาญ 6.8% คู่สมรส 5.6% และเงินออมขายทรัพย์สิน 1.6%

ปัจจัยความเสี่ยงของความเพียงพอของเงิน ณ เกษียณ ได้แก่

1. ภาระหนี้สิน โดยสมาชิกกบข.อายุ 55-60 ปีมีหนี้สินเฉลี่ยคนละ 1.95 ล้านบาท

2. ไม่มีที่อยู่อาศัยหลังเกษียณ เพราะอาศัยบ้านพักข้าราชการโดยไม่ได้เตรียมการด้านที่อยู่อาศัยหลังเกษียณ

3. อายุยืนเกินค่าเฉลี่ย 80 ปี

4. เหตุฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้เงิน เช่น อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ มิจฉาชีพ

กบข.

สำหรับแหล่งเงินหลังเกษียณของสมาชิกกบข. มีด้วยกัน 2 แหล่ง คือ

1. เงินบำนาญจากกรมบัญชีกลาง โดยมีจำนวนเฉลี่ย 35,311 บาทต่อเดือน หรือเป็นก้อน(lumpsum) 6.97 ล้านบาท

2. เงินก้อนจากกบข.เฉลี่ย 1.33 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ได้จากกบข.คิดเป็นประมาณ 16% ของเงินหลังเกษียณทั้งหมด ส่งผลให้เฉลี่ยแล้วเงินจากทั้งสองแหล่งรวม 8.30 ล้านบาทในปี 2567

ด้านค่าใช้จ่ายหลังเกษียณนั้น ค่าใช้จ่ายต่อเดือนของสมาชิกวัยเกษียณแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ

1. ระดับพื้นฐานทั่วไป(P50) จะมีค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน 26,142 บาท

2. ระดับดี(P75) มีค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน 36,288 บาท

3. ระดับดีมาก(P90) มีค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือน 58,247 บาท

ซึ่งคำนวณออกมาเป็นประมาณการเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ ซึ่งเป็นข้อมูลจริงของสมาชิกเกษียณปี 2567 คือ 6.22 ล้านบาทสำหรับค่าใช้จ่ายระดับพื้นฐาน จำนวน 8.63 ล้านบาทสำหรับค่าใช้จ่ายระดับดี และจำนวน 13.85 ล้านบาทสำหรับระดับดีมาก

ประมาณการเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ คำนวณจากสมมติฐานที่ว่า สมาชิกมีอายุขัย 80 ปี คาดการณ์ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 2% ต่อปี อัตราผลตอบแทนหลังเกษียณ 2.60% สมาชิกไม่มีภาระหนี้ ไม่มีค่าเช่าที่อยู่อาศัย และเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณหมายถึงเงินก้อนกบข. รวมกับเงินบำนาญที่ทยอยรับจนถึงอายุ 80 ปี

ปัจจุบันกบข.มีสมาชิกมีจำนวน 1.25 ล้านราย (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567) ซึ่งพบว่า สมาชิกที่อยู่ในแผนเดิมตั้งแต่แรกเข้าและไม่เคยเปลี่ยนแผนเลยมีสัดส่วน 82% ส่วนจำนวนสมาชิกที่เลือกแผนการลงทุนมีสัดส่วน 18% สมาชิกที่ออมขั้นต่ำตามกฎหมาย 3% และไม่เพิ่มการออมมีสัดส่วน 76% ขณะที่จำนวนสมาชิกที่เพิ่มการออมมีสัดส่วน 24%

กบข.

เงินของสมาชิกกบข.ประกอบด้วยเงินออม 3 ส่วนคือ

1. รัฐบาลสมทบตามกฎหมาย 3%

2. สมาชิกออมตามกฎหมาย 3% ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ออมเพิ่มขึ้น และ

3. เงินออมแบบสมัครใจ 27% ทยอยเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากสมาชิกกลุ่มที่อายุไม่สูง

อย่างไรก็ตามจากการคำนวณเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณในอีก 30 ข้างหน้าสำหรับสมาชิกอายุไม่เยอะในวันนี้ พบว่า จากการคาดการณ์ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น 2% ต่อปี เงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ สำหรับค่าใช้จ่ายระดับพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นเป็น 11.49 ล้านบาท ส่วนเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ สำหรับค่าใช้จ่ายระดับดีจะเป็น 15.94 ล้านบาท และเงินที่ควรมี ณ วันเกษียณ สำหรับค่าใช้จ่ายระดับดีมากจะเพิ่มเป็น 25.59 ล้านบาท

“ดังนั้นกบข.กำหนดเป้าหมายที่มีโอกาสไม่บรรลุเป้าหมายเงินก่อนหลังเกษียณ (segmentation) เพิ่มเสริมความรู้ทักษะทางการเงิน” นายทรงพลกล่าว

โดย กบข. เตรียมเดินหน้าส่งเสริมทักษะทางการเงินร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร และจัดกิจกรรมทั่วประเทศ เพื่อสื่อสารกระตุ้นให้สมาชิกออมเพิ่ม และเปลี่ยนแผนการลงทุนตามระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ หรือเลือกเปลี่ยนแผนการลงทุนมาอยู่ในแผนสมดุลตามอายุ เพื่อเพิ่มโอกาสให้สมาชิกสามารถบรรลุเป้าหมายทางการเงิน มีคุณภาพชีวิตที่มั่นคงหลังเกษียณ และเกษียณอย่างมีสุข

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...