โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ทุนจีน’ บุกอสังหาฯระยอง ใช้โมเดล ‘นิคม ศูนย์เหรียญ’ สร้างเศรษฐกิจ-หารับเหมา-คอนโดอยู่เอง

The Better

อัพเดต 12 เม.ย. 2568 เวลา 15.26 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2568 เวลา 02.50 น. • THE BETTER
ส.อสังหาฯ ระยองสะท้อนทุนจีนรุกหนักตลาดอยู่อาศัยในจังหวัด ห่วงระบบเศรษฐกิจท้องถิ่นเสียหาย ด้านคุชแมนฯ แนะรัฐบาลหามาตรการควบคู่ให้สิทธิภาษี

ทายาท กาญจนะจิตรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พิณสิริ เอสเตท จำกัด และนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ระยอง เปิดเผยว่า การพัฒนาในจังหวัดระยองในอดีตมักกระจุกตัวเฉพาะในพื้นที่มาบตาพุด ปลวกแดง และบ้านฉาง แต่หลังจากที่ระยองกลายเป็นส่วนหนึ่งของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ทำให้การเติบโตเริ่มกระจายไปสู่อำเภอต่าง ๆ มากขึ้นอย่างชัดเจน

ขณะที่ หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือกฎหมายที่เอื้อต่อการปรับเปลี่ยนสีผังเมือง ซึ่งเปิดโอกาสให้ “ผู้ประกอบการจีน” เข้ามาลงทุนพัฒนานิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่าง ๆ ที่ราคาที่ดินยังไม่สูงนัก เช่น บ้านค่าย แกลง หลักชัยเมืองยาง แม่น้ำคู้ และนิคมพัฒนา ทำให้การขยายตัวของนิคมกระจายตัวมากขึ้นในจังหวัดระยอง

นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมที่เข้ามาใหม่ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน ซึ่งมักสร้างพร้อมเปิดโรงงานเอง นอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่มีอยู่ก่อนหน้า

“โดยเฉพาะนิคมพัฒนาแทบไม่มีแรงงานไทยอยู่” ทายาท กล่าว

ขณะที่พื้นที่รอบนอกตัวเมืองเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งโครงการคอนโดมิเนียมหลายแห่งที่ทุนจีนเข้ามาพัฒนา เปิดขายและปล่อยเช่าเองในพื้นที่แบบครบวงจร

ทั้งนี้หากลองเดินสำรวจร้านอาหารในละแวกนั้น จะพบว่าราคาอาหารเริ่มขยับสูงกว่ากรุงเทพฯ บางร้านแม้จะเป็นเพียงร้านก๋วยเตี๋ยวเล็ก ๆ แต่ก็มีเมนูติดไว้ถึง 3 ภาษา—ไทย จีน และอังกฤษ—รองรับกลุ่มลูกค้าหลากหลายมากขึ้น ซึ่งจะมีแต่เฉพาะร้านอาหาร หรือ ร้านสะดวกซื้อ รวมถึงเจ้าของที่ดินที่ขายพื้นที่ได้ จะรับประโยชน์ จากสถานการณ์นี้

อีกหนึ่งประเด็นที่น่ากังวล คือ กลุ่มทุนจีนที่เข้ามาลงทุนเปิดโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม มักเลือกใช้วัสดุก่อสร้างและผู้รับเหมาจากจีนเกือบทั้งหมด ยกเว้นเพียงซีเมนต์ที่ต้องใช้ของไทย เนื่องจากเป็นวัสดุหนักและไม่สามารถขนส่งจากต้นทางได้สะดวก

โดยเฉพาะกลุ่มผู้รับเหมาจากจีน เสนอราคางานหลังคาและกระเบื้องเพียง 4,000 บาท/ตร.ม. ซึ่งถูกกว่าผู้รับเหมาไทยถึง 3 เท่า ที่อยู่ที่ประมาณ 12,000 บาท/ตร.ม.

ทายาท กล่าวว่า “ผมไม่แน่ใจว่าคนไทยในพื้นที่ได้ประโยชน์แค่ไหนจากเรื่องนี้ แต่ที่แน่ ๆ คือ เรากำลังสูญเสียโอกาสบางอย่างไปแน่นอน”

บังคับใช้วัตถุดิบบางรายในไทย

พงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร ผู้อำนวยการฝ่ายโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม คุชแมน แอนด์ เวลคฟิลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2567 เป็นต้นมา นักลงทุนจีนเริ่มทยอยย้ายฐานการผลิตมายังประเทศไทย เพื่อลดความเสี่ยงจากการปรับขึ้นภาษีของสหรัฐฯ

ขณะที่ กลุ่มธุรกิจที่เข้ามามากที่สุด คือ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า และการผลิตสินค้าส่งออกแม้จะมีการไหลเข้าของเงินลงทุนจากจีนอย่างต่อเนื่อง แต่ประเทศไทยกลับได้รับผลประโยชน์โดยตรงในระดับจำกัด เนื่องจากผู้ประกอบการจีนส่วนใหญ่ยังคงใช้วัสดุและแรงงานจากประเทศของตนเองเป็นหลัก ทำให้การกระจายรายได้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจไทยเกิดขึ้นเพียงบางส่วน เช่น รายได้จากการขายที่ดินเท่านั้น

ดังนั้น หากรัฐบาลยังคงให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น การยกเว้นภาษีบางประเภท ควรมีมาตรการควบคู่ เช่น การกำหนดสัดส่วนการใช้วัสดุภายในประเทศ หรือการบังคับให้ใช้วัตถุดิบไทยบางรายการในการผลิต เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนของรายได้ภายในประเทศอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ การเข้ามาของนักลงทุนที่มุ่งเน้นการผลิตเพื่อส่งออก ยังผลให้เกิดความต้องการพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม โรงงาน และคลังสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้ราคาที่ดินในพื้นที่ EEC พุ่งสูงจาก 3–4 ล้านบาทต่อไร่ ขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 6–7 ล้านบาทต่อไร่ในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...