ทรัมป์จัดหนัก! สั่งยุบกระทรวงศึกษา อ้างปกป้องเด็กจากระบบที่ล้มเหลว
โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เพื่อเริ่มกระบวนการยุบกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากฝ่ายอนุรักษนิยมและกลุ่มศาสนา เป้าหมายหลักของทรัมป์คือการลดบทบาทรัฐบาลกลางในการศึกษาและให้อำนาจแก่รัฐและท้องถิ่นมากขึ้น โดยโฆษกทำเนียบขาวระบุว่ากระทรวงฯ ใช้เงินไปกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1979 แต่กลับไม่สามารถพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้
แม้การยุบกระทรวงจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรส ซึ่งยังต้องใช้เสียง 60 ที่นั่งในวุฒิสภา ขณะที่พรรครีพับลิกันมีเพียง 53 เสียง แต่ทรัมป์ได้เริ่มกระบวนการลดอิทธิพลของหน่วยงานรัฐบาลกลางมาตั้งแต่ต้นสมัยที่สองของเขา นโยบายนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางลดรายจ่ายภาครัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในคำมั่นสำคัญของเขาต่อผู้สนับสนุน
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายตรงข้าม โดยเฉพาะพรรคเดโมแครตและสมาพันธ์ครู ออกมาต่อต้านอย่างรุนแรง โดยชี้ว่าการยุบกระทรวงฯ จะกระทบต่อโรงเรียนที่ขาดแคลนงบประมาณและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ วุฒิสมาชิกทีนา สมิธ วิจารณ์ผ่าน X (Twitter) ว่า “นี่เป็นเรื่องไร้สาระ ทรัมป์ไม่มีสิทธิ์ยุบกระทรวงศึกษา!” ขณะที่สหภาพครู AFT เตรียมยื่นฟ้องเพื่อระงับคำสั่งดังกล่าว ด้านนักวิเคราะห์มองว่า นี่ไม่ใช่แค่เรื่องงบประมาณ แต่เป็นยุทธศาสตร์ทางอุดมการณ์ ที่ทรัมป์ใช้ตอกย้ำแนวคิดอนุรักษนิยมและต่อต้านแนวคิด "woke" ที่เขามองว่าเป็นภัยต่อระบบการศึกษาอเมริกัน