เซ็นทรัลฯ วางหลักคิดเพราะ ‘ประเทศไทย’ ไม่ใช่ ‘กรุงเทพ’ ใช้ขยายสาขาได้ครอบคลุมทุกพื้นที่
วัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอ็น (CPN) ผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูส (ศูนย์การค้า, อาคารสำนักงาน และโรงแรม) กล่าวว่าจากแผนขยายในธุรกิจไม่ใช่ค้าปลีก (นัน-รีเทล) ที่ทำมาต่อเนื่องสู่ธุรกิจอสังหาฯ ที่อยู่อาศัยและโรงแรมบนทำเลเดียวกับแหล่งช้อปปิ้ง ปัจจัยหลักผลักดันให้ในทุกโครงการฯ ได้การตอบรับดีจากกลุ่มเป้าหมายในทุกพื้นที่ที่บริษัทฯ เข้าไปพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศไทย นอกเหนือจากรุงเทพฯ
“ด้วยหลักคิดที่มองว่า ประเทศไทยไม่ใช่กรุงเทพฯ และกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่ย่านธุรกิจ หรือ ซีบีดี ทำให้บริษัทฯ ให้ความสำคัญการลงทุนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทย ทั้งการขยายศูนย์การค้าเซ็นทรัล ที่ต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการมิกซ์ยูส ที่มีทั้งคอนโด ค้าปลีก อาคารสำนักงาน และโรงแรม” วัลยา กล่าวพร้อมเสริมว่า
นอกจากนี้ ยังสอดคล้องผลการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบัน ที่ให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ ต่างๆควบคู่กันทั้งการใช้ชีวิตในสถานที่ทำงานที่อยู่ใกล้แหล้งช้อปปิง และติดกับที่พักอาศัยของตัวเอง ทำให้โครงการฯมิกซ์ยูส และคอนโดแบรนด์ Escent ของบริษัทฯ ได้การตอบรับดีในทุกทำเล ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การพัฒนา Retail-Led Mixed-Use Development ที่เน้น 4 เรื่องสำคัญ คือ
- Best Location ด้านทำเล
- Best Catchment Analysis ด้านการวิเคราะห์กลุ่มลูกค้าแต่ละพื้นที่
- Best Master Planning การวางแผนและออกแบบให้ทุกองค์ประกอบเชื่อมโยงกันอย่างลงตัว,
- Best Partners พันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญ
วัลลยา กล่าวว่า “ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นเช่นไร บริษัทยังขยายการลงทุนต่อเนื่อง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ของประเทศโดยเตรียมงบลงทุนไม่ต่ำกว่า 120,000 ล้านบาทในแผน 5 ปี (2568-2572) พัฒนาโครงการขนาดใหญ่ Mega Projects และโครงการใหม่ต่างๆ ทั่วประเทศ ที่จะทยอยเปิดตัวภายใน 5 ปีนี้"
5 โครงการไฮไลต์ พร้อมไทม์ไลน์เปิดตัว
- TheCentralพหลโยธิน (เปิด Q4/2569) ตั้งอยู่บนที่ดิน 49 ไร่ พื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) 460,000 ตร.ม. วางเป้าหมายให้เติบโตคู่กับเซ็นทรัลลาดพร้าว เป็นแลนด์มาร์กสำคัญของย่านพหลโยธิน
- CentralPark กรุงเทพฯ (เปิด ส.ค. 2568) ศูนย์การค้าระดับ Masterpiece ใจกลางกรุงเทพฯ บนที่ดิน 23 ไร่ พื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) 130,000 ตร.ม. พร้อมแบรนด์ชั้นนำกว่า 230 แบรนด์ รวมถึงอาคารสำนักงาน Central Park Offices ตั้งเป้าอัตราการเช่า (Occupancy Rate) 80%
- CentralNorthville นนทบุรี (เปิด Q2/2569) โครงการมิกซ์ยูสใหญ่ที่สุดในนนทบุรี พื้นที่ 59 ไร่ พื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) 210,000 ตร.ม. ตั้งอยู่บนที่ดินเดิมของเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์
- CentralKhonkaenCampus (เปิด Q2/2569) ศูนย์การค้าเซ็นทรัลแห่งที่ 2 ในขอนแก่น ทำเลศักยภาพสูง ย่านการศึกษาและโรงพยาบาล พื้นที่ 30 ไร่ พื้นที่ศูนย์การค้า (GBA) 67,000 ตร.ม.
- CentralKrabi (เปิด ต.ค. 2568) ศูนย์การค้าต้นแบบ Sustainable & Mindful Travel รองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
ลงทุนหมื่นล.บาท ปรับฯศูนย์เดิมในทำเลสำคัญ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเตรียมใช้งบประมาณราว 10,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงศูนย์การค้าเดิมในทำเลสำคัญ เพื่อดึงกลุ่มกำลังซื้อสูง ผ่านการเพิ่มแบรนด์เนมสินค้าดึงดูด ทั้งกลุ่ม Fashion, Food Hub, และ Family & Edutainment อาทิ
- Central Pinklao (เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า) เปิดไตรมาส3 ปี 2568 โดยจะเพิ่มกลุ่มสินค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศ รองรับกำลังซื้อที่สูงขึ้นของผู้บริโภคย่านธนบุรี ที่ประชากรเติบโต
- Chaengwattana (เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ) เปิดไตรมาส4 ปี 2568 รองรับการขยายการเติบโตของกลุ่มชุมชนและครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูงในย่านนี้ ทั้งการเข้ามาของ รร.นานาชาติ และกลุ่ม Expat ซึ่งจะเพิ่มในส่วนของ Family & Edutainment
- Central Bangna (เซ็นทรัล บางนา) เปิด ไตรมาส3 ปี 2569 โดยจะปรับมาสเตอร์ แพลนนิง (Master Planning) เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปีของสาขาศูนย์ฯ เพื่อขยายพื้นที่โครงการมิกซ์ยูสบนพื้นที่ 50 ไร่ เพื่อรองรับย่านที่อยู่อาศัยระดับลักซูรี ที่มีกำลังซื้อสูง
- Central Chiangmai Airport' (เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต) โดยเตรียมเปิดไตรมาส 2 ปี 2569 ปรับโฉมผังใหม่บนที่ดิน 130 ไร่ และขยายโซนกาดหลวง (Indoor Local Market) เพิ่มเป็น 3 เท่ารวมเป็น 10,000 ตร.ม. และยังมีโซน Hug Craft & Northern Village เป็น Tourist Magnet ฯลฯ
นอกจากนี้ ยังเตรียมเปิด Go Wholesale แห่งแรกในภาคเหนือ พร้อมแผนพัฒนาโรงแรม และคอนโดมิเนียมในอนาคต
วัลยา กล่าวว่า จากแผนดังกล่าว ภายในสิ้นปี 2568 บริษัทฯ จะมีโครงการทั้งสิ้น 135 โครงการในทุกธุรกิจ และจำนวนนี้แบ่งเป็นโครงการมิกซ์ยูสรวมทั้งสิ้น 30 โครงการจากทั้งหมด 44 ทำเล และประเมินว่า ภายใน 5 ปี จะมีโครงการมิกซ์ยูสเพิ่มเป็น 37 โครงการ
เดอะเซ็นทรัล พหลฯ 2 หมื่นล.
ด้าน ชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล President, Retail and Development บริษัทเซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากทิศทางธุรกิจตามแผน 5 ปีที่วางไว้ เพื่อบุกเบิกและสร้างเซ็นเตอร์ ออฟ ไลฟ์ (Centre of Life) ในทุกย่าน ทุกเมือง ทั่วประเทศ ได้ตามแผนที่วางไว้เพื่อเข้าถึงกลุ่มใช้บริการ
“สำหรับ เดอะเซ็นทรัล พหลโยธิน ใช้งบลงทุนเฟสแรกในส่วนของช้อปปิ้งมอลล์ ราวสองหมื่นล.บาท ซึ่งจะเป็นศูนย์การค้าระดับแฟล็กชิป เพื่อดึงดูดดีมานด์ใหม่จากแคทช์เมนต์กรุงเทพฯ ตอนบน และกำลังซื้อคุณภาพจากจังหวัดใกล้เคียง โดยจะเติบโตควบคู่กับ เซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งเป็นมิกซ์ยูสแห่งแรก และเป็นแลนด์มาร์กของย่านมาพร้อมกับที่เราก่อตั้งบริษัทฯ มา 45 ปี” ชนวัฒน์ กล่าว
ปี67 กำไรกว่า 1.6 หมื่นล.บาท
ด้าน นภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ CFO and President, Hotel and Office บริษัทเซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธุรกิจนัน-รีเทล ประสบความสำเร็จ โดยธุรกิจ Residence เติบโตทั้งแนวราบและแนวสูง คอนโดมิเนียมติดศูนย์การค้าเซ็นทรัลได้รับความนิยมสูง ทั้งเอสเซ็นท์ นครสวรรค์, นครปฐม, นครศรีธรรมราช รวมถึงธุรกิจโรงแรมได้เปิดตัว Hilton Garden Inn Rayong ในปีที่ผ่านมา และแบรนด์ GO! Hotel อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ธุรกิจสำนักงานยังมีความแข็งแกร่ง โดยปลายปีที่ผ่านมามี Occupancy Rate กว่า 90%
โดยในปี 2567 บริษัทฯ ประสบความสำเร็จ All-Time High ทั้งรายได้รวมที่ 51,843 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 16,729 ล้านบาท พร้อมสร้างผลตอบแทนที่สูงแก่ผู้ถือหุ้น ปัจจุบัน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลบริการกว่า 40 สาขาครอบคลุมทุกภาคของประเทศไทย มีปริมาณลูกค้าเดินทาง สูงถึง 500 ล้านวิสิท (Visits) ต่อปี และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมายังศูนย์ฯ มากถึง 67 ล้าน Visits ต่อปี