โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บิ๊กมูฟ THE KLINIQUE เจาะตลาด “สวยติดแกลม”

การเงินธนาคาร

อัพเดต 02 เม.ย. 2568 เวลา 09.44 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2568 เวลา 02.44 น.

THE KLINIQUE เปิดตลาดใหม่ “เลเซอร์กำจัดขน” รับเทรนด์คนไทยสวยติดแกลมโหม Music marketing ปล่อยเพลงลูกทุ่งติดแกลม “ถ้าพี่ไม่ชัวร์ หนูอยากโดน (เล)” เจาะลูกค้าใหม่-ต่างจังหวัด ทุ่ม 300 ลบ.ขยายสาขาใหม่ 10 สาขาปักหมุดเชียงราย-สุราษฏ์ธานี รับลูกค้าประเทศเพื่อนบ้านกระเป๋าหนัก พร้อมกระตุ้นตลาดCLMV อินโดนีเซีย จีน เพิ่ม

นายแพทย์อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดศัลยกรรมและความงามของประเทศไทยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 คาดว่ามูลค่าตลาดรวมจะสูงถึง 76,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.8% จากปีก่อนหน้า

จากผลการสำรวจของ Euromonitor ปี 2022 พบว่า 3 อันดับ นิยามความงามของไทย คือ

  • อันดับ 1 สวยแบบมีสุขภาพดี (Looking healthy)
  • อันดับ 2 สวยติดแกลม สวยหรู ดูแพง (Glamorous beauty)
  • อันดับ 3 สวยในแบบที่เป็นตัวเองอย่างดีที่สุด (Looking your best)

ซึ่ง THE KLINIQUE สามารถรองรับความต้องการของผู้บริโภคในทั้ง 3 อันดับนิยามความงามได้ รวมทั้งภาพลักษณ์ของแบรนด์ก็สอดคล้องกับเทรนด์ดังกล่าวเช่นกัน

ทั้งนี้ในปีที่ผ่านมา THE KLINIQUE สามารถทำรายได้ราวๆ 3,000 ล้านบาทสูงสุดเป็นอันดับ 1ของอุตสาหกรรม จากสาขาทั้งหมด 45 สาขาทั่วประเทศแบ่งเป็นกรุงเทพฯและต่างจังหวัด 50%: 50% ทั้งนี้รายได้หลัก 80% มาจากการให้บริการทางด้านผิวหนัง รองลงมา 20% เป็นการให้บริการดูแลรูปร่าง ศัลยกรรม และ wellness

“เป้าหมายของเราคือต้องการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมให้บริการความงาม ตลอดระยะเวลา 16 ปีของการทำธุรกิจเราลงทุนกับนวัตกรรมและเครื่องมือแพทย์ไปแล้วกว่า 1,500 ล้านบาท ทำให้เราสามารถให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าอยู่กับเรานานขึ้น ในปี 2024 ที่ผ่านมาเราสามารถทำให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำได้ถึง 70% จากฐานลูกค้าในมือ 4-5 แสนราย”

สิ่งที่น่าสนใจคือบริการที่เติบโตมากที่สุดถึง 30% คือ“เลเซอร์กำจัดขน” จากฐานสัดส่วนรายได้ในอดีต 5-7% เท่านั้น โดยลูกค้าหลักยังคงเป็นเพศหญิง 70% ที่นิยมใช้บริการเลเซอร์กำจัดขนรักแร้ บิกินี่และขาขณะที่สัดส่วนลูกค้าผู้ชาย 30% ใช้บริการกำจัดหนวดเครา รักแร้และบิกินี่

“เราเห็นโอกาสการเติบโตในตลาดเลเซอร์กำจัดขน จึงเริ่มมูฟเข้าไปตลาดกำจัดขนมากขึ้น เพราะเป็นตลาดที่มีลูกค้ากว้างแทบทุกคนมีปัญหาเรื่องขนโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ที่มีความกังวลมาก ทำให้เราได้ลูกค้ากลุ่มที่เด็กลงจากฐานลูกค้าเดิมที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป และตรงตามนโยบายที่ต้องการจับกลุ่มลูกค้าที่เด็กลงเพื่อปูทางเมื่อเข้าสู่วัยทำงานที่มี budget มากขึ้นลุกค้าก็จะมาใช้บริการอื่นเพิ่มในอนาคต สิ่งที่น่าสนใจคือเกือบครึ่งของลูกค้าเลเซอร์ขนเป็นเคสแก้จากการรักษาจากที่อื่นแล้วไม่เห็นผล นอกจากนี้ยังทำให้เราได้กลุ่มลูกค้าผู้ชายเพิ่มมากขึ้น”

สำหรับปีนี้THE KLINIQUE ตั้งเป้าการเติบโตของเซกเมนต์เลเซอร์กำจัดขน 15-20% โดยใช้ Music marketing สร้างเพลง“ถ้าพี่ไม่ชัวร์ หนูอยากโดน (เล)” ให้“เพลงนำแบรนด์” ในคอนเซ็ปต์“ลูกทุ่งติดแกลม” โดยมีจ๊ะ นงผณี มหาดไทย และ มิกซ์ เฉลิมศรี ร่วมร้องและแต่งเพลง

หลังจากซอฟล๊อนซฺบางส่วนของเพลงบนโซเชียลมีเดียเริ่มมีอินฟลูเอนเซอร์นำมาคัฟเวอร์ ขณะเดียวกัน จ๊ะ นงผณี เริ่มใช้เพลงในบนเวทีคอนเสิร์ตคาดว่าหลังจากปล่อยเพลงเต็มในช่วงสงกรานต์จะได้รับการตอบรับที่ดี และช่วยให้ THE KLINIQUEเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มเลเซอร์กำจัดขนได้เร็วขึ้นและสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกทุ่งได้มากขึ้น

“เราประสบความสำเร็จจากการใช้ Music Marketing แรกเพลง “หมอไหน” ในครั้งที่ผ่านมาทำให้เราได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก THE KLINIQUE มาก่อน ครั้งนี้เราต้องการใช้เพลงนี้ทำให้คนที่ยังไม่เคยรู้จัก THE KLINIQUEรู้จักเรามากขึ้น โดยเฉพาะต่างจังหวัดซึ่งปัจจุบันเรามีสัดส่วนสาขาในกรุงเทพฯ 50% และต่างจังหวัด 50% การที่เราปล่อยเพลงลูกทุ่งติดแกลมน่าจะโดนใจลูกค้าต่างจังหวัด และตรงกับอินไซต์ของลูกค้าที่ปัจจุบันอยากสวยติดแกลมด้วย”

นอกจากนี้ THE KLINIQUE ยังวางงบลงทุน 300 ล้านบาทสำหรับขยายสาขา10 สาขา สาขาละ 30 ล้านบาท ครอบคลุมการลงทุนเครื่องมือแพทย์และตกแต่งสาขาทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด เช่นเซ็นทรัลเชียงรายซึ่งมีดีมานด์กลุ่มกำลังซื้อจากเมียนมาร์ และสุราษฎร์ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาจำนวนมาก

พร้อมกันนี้ยังตั้งเป้าการเติบโตปี 2025 ราวๆ 25-30% จากการเปิดสาขาใหม่และรายได้สาขาเดิมซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้ THE KLINIQUE จะมีสาขารวม80-82 สาขาทั่วไปเทศ รวมทั้งเพิ่มการใช้จ่ายต่อหัวมากขึ้นโดยมุ่งเป้าไปที่กลุ่มลูกค้าต่างชาติเพราะมีการใช้จ่าต่อหัวต่อครั้งสูงกว่าลูกค้าคนไทย 2 เท่า ปัจจุบันลูกค้าคนไทยสเปนดิ้งราวๆ 1.8 หมื่นบาทต่อคน/ครั้ง

“ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้ทำการตลาดกับต่างชาติ ทำให้สัดส่วนลูกค้าต่างชาติอยู่ที่ประมาณ 10-12%เราตั้งเป้าที่ขยายฐานลูกค้าต่างประเทศเป็น 15-20% โดยเฉพาะ CLMV อินโดนีเซียและจีนให้ตัวมากขึ้นภายใน 2 ปี”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...