โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อัปเดตคำแนะนำลงทุน: โลกปั่นป่วนด้วยภาษีตอบโต้ของ ‘ทรัมป์’

Finnomena

อัพเดต 21 เม.ย. 2568 เวลา 17.09 น. • เผยแพร่ 08 เม.ย. 2568 เวลา 08.20 น. • Finnomena Funds

อัปเดตคำแนะนำการลงทุนจาก Finnomena Funds (8 เมษายน 2025) หลังสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ครั้งประวัติศาสตร์ ทำตลาดหุ้นทั่วโลกปั่นป่วน นักลงทุนควรรับมืออย่างไรดี?

สิ่งที่เกิดขึ้น

  • หลังจากสหรัฐอเมริกาประกาศเก็บภาษีตอบโต้ในวันที่ 2 เมษายน 2025 แต่ละประเทศมีการดำเนินนโยบายเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าวแตกต่างกันไป
  • จีน ประกาศขึ้นภาษีตอบโต้ 34% ในกลุ่มสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐฯ และประกาศจำกัดปริมาณการส่งออกแร่ธาตุหายาก (Rare Earths) ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
  • ทรัมป์ ประกาศในช่วงเช้ามืดวันนี้ตามเวลาไทย ให้เวลาจีน 1 วันเพื่อพิจารณานโยบายดังกล่าว มิเช่นนั้นจะเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าอีก 50% เพื่อตอบโต้มาตรการจากจีน
  • ล่าสุดในช่วงเวลาประมาณ 9 โมงเช้าตามเวลาไทย ตัวแทนจาก China’s Ministry of Commerce ให้สัมภาษณ์แก่สำนักข่าว AFP ว่าไม่ยอมรับการกระทำดังกล่าว และประกาศว่าจะเพิ่มมาตรการตอบโต้ที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม
  • นายกรัฐมนตรี ชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่น เตรียมเดินทางไปสหรัฐฯ เร็ว ๆ นี้ เพื่อหารือประเด็นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อญี่ปุ่นที่พึ่งพาการส่งออก
  • สหภาพยุโรป เริ่มต้นเจรจา Zero-to-Zero Tariff สำหรับสินค้ากลุ่มยานยนต์ เครื่องจักรหนัก และยารักษาโรค โดยพร้อมเปิดโต๊ะเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ และพร้อมออกมาตรการตอบโต้ ถ้าหากสหรัฐฯ ไม่ให้ความร่วมมือในความพยายามเจรจาดังกล่าว
  • ไต้หวัน ยื่นข้อเสนอลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ เหลือ 0% และให้คำมั่นว่าจะเพิ่มการลงทุนในสหรัฐฯ
  • เวียดนาม ยื่นข้อเสนอลดภาษีศุลกากรสำหรับสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ เหลือ 0% และพร้อมที่จะนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ ให้มากขึ้น
  • ทรัมป์ขยายเวลาดีล Tiktok โดยเปิดให้บริการในประเทศได้อีก 75 วันเพื่อเลี่ยงต่อการสั่งแบน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลสหรัฐฯ และบริษัท ByteDance กำลังอยู่ระหว่างเจรจาข้อตกลงการขายกิจการ TikTok ให้แก่ผู้ลงทุนสหรัฐฯ

ความเห็นของ Finnomena Funds

  • เรายังคงเชื่อว่ามาตรการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าของทรัมป์มีเป้าหมายเพื่อการ “เจรจา (make deal)” กับประเทศที่ได้ดุลการค้าจากสหรัฐฯ มากกว่าการเก็บภาษีจริง ซึ่งสะท้อนจากอัตราภาษีที่ประกาศไม่ได้คำนวณจากกำแพงภาษีที่แต่ละประเทศมีต่อสหรัฐฯ แต่สูตรคำนวณสร้างมาจากขนาดของการ “ขาดดุลการค้า” ที่สหรัฐฯ มีต่อนานาประเทศ โดยยิ่งขาดดุลมาก ก็ยิ่งเก็บมาก
  • แม้จีนจะขึ้นภาษีตอบโต้ แต่ยังเปิดท่าทีพร้อมเจรจา โดยนาย หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเน้นย้ำให้ประเทศต่าง ๆ ปกป้องระบบการค้าระหว่างประเทศตามค่านิยมของ UN และ WTO
  • คู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น มีท่าทีพร้อมเปิดโต๊ะเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ถึงแนวทางการลดตัวเลขภาษีนำเข้า ถึงแม้สภาพยุโรปจะมีการหารือกันถึงเรื่องมาตรการตอบโต้ แต่คาดว่ามาตรการดังกล่าวมีสถานะเป็นเพียงแผนสำรองถ้าหากการเจรจากับสหรัฐฯ ล้มเหลว
  • คะแนนนิยมของทรัมป์ (จาก Reuters/Ipsos poll) ล่าสุดอยู่ที่ 43% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุด นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สอง เนื่องจากประชาชนมีความกังวลเกี่ยวกับนโยบายด้านภาษีนำเข้า และปัจจัยด้านความมั่นคงของกองทัพสหรัฐฯ ซึ่งถ้าหากทรัมป์ยังคงเร่งเพิ่มตัวเลขอัตราภาษีนำเข้า อาจทำให้คะแนนนิยมของตัวเองลดลงต่ำกว่านี้อีก

แนะนำกลยุทธ์การลงทุน

  • หลังจากที่เราแนะนำWait and See เพื่อเตรียมทยอยสะสมสินทรัพย์เสี่ยง ในวันที่ 3 เมษายน 2025 โดยปัจจุบันเรายังคงคำแนะนำดังกล่าว แต่ใกล้ถึงจังหวะทยอยสะสมหลังเห็นท่าทีประเทศคู่ค้าอย่างหลัก ๆ อย่างสหภาพยุโรปและญี่ปุ่น รวมทั้งประเทศอื่น ๆ พร้อมเดินหน้าเจรจา
  • แนะนำให้เตรียมสภาพคล่องเพื่อเตรียมสะสมลงทุน ซึ่งในมุมมองกรณีฐานของเราเชื่อว่าจะมีการเจรจาต่อเนื่องหลังจากนี้ และหากเป็นเช่นนั้นจะพิจารณาแนะนำเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงต่อไป
  • ความเสี่ยงหลักยังอยู่ แต่ทีท่าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ซึ่งหากไม่ยกระดับมาตรการตอบโต้ จะเป็นอีกสัญญาณที่ดีให้เริ่มกลับเข้าไปลงทุนอีกครั้งคำเตือน: เอกสารฉบับนี้จัดทําขึ้นโดยบริษัทหลักทรัพย์ซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จํากัด และ/หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ จัดทําโดยอาศัยข้อมูลที่จัดหามาจากแหล่งที่เชื่อหรือควรเชื่อว่ามีความน่าเชื่อถือและ/หรือถูกต้อง อย่างไรก็ตามบริษัทไม่ยืนยัน และไม่รับรองถึงความครบถ้วนสมบูรณ์หรือถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว และไม่ได้ประกันราคาหรือผลตอบแทนของหน่วยลงทุนที่ปรากฏข้างต้น แม้ว่าข้อมูลดังกล่าวจะปรากฏข้อความที่อาจเป็น หรืออาจตีความว่าเป็นเช่นนั้นได้ บริษัทจึงไม่รับผิดชอบต่อการนําเอาข้อมูล ข้อความ ความเห็น และหรือบทสรุปที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ไปใช้ไม่ว่ากรณีใดๆ บริษัทรวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้อง ลูกค้า ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทต่าง ๆ อาจจะทําการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อ หรือขายหลักทรัพย์ที่ปรากฎในเอกสารฉบับนี้ได้ทุกเวลา ข้อมูล และความเห็นที่ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับนี้ มิได้ประสงค์จะชี้ชวน เสนอแนะ หรือจูงใจให้ตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนที่ปรากฏในเอกสารฉบับนี้ และข้อมูลอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ผู้ลงทุนควรใช้ดุลยพินิจอย่างรอบคอบในการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหลักทรัพย์ บริษัทสงวนลิขสิทธิ์ในข้อมูลที่ปรากฎในเอกสารนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดใช้ประโยชน์ ทําซ้ำ ดัดแปลง นําออกแสดง ทําให้ปรากฏหรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนไม่ว่าด้วยประการใด ๆ ซึ่งข้อมูลในเอกสารนี้ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน เว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากบริษัท เป็นการล่วงหน้า การกล่าวคัด หรืออ้างอิงข้อมูลบางส่วนตามสมควรในเอกสารนี้ ไม่ว่าในบทความ บทวิเคราะห์ บทวิจัย หรือในเอกสาร หรือการสื่อสารอื่นใดจะต้องกระทําโดยถูกต้อง และไม่เป็นการก่อให้เกิดการเข้าใจผิดหรือความเสียหายแก่บริษัท ต้องรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในข้อมูลของบริษัท และต้องอ้างอิงถึงฉบับที่และวันที่ในเอกสารฉบับนี้ของบริษัทโดยชัดแจ้งการตัดสินใจลงทุน หรือซื้อ หรือขายหน่วยลงทุนย่อมมีความเสี่ยง ท่านควรทําความเข้าใจอย่างถ่องแท้ต่อลักษณะของหน่วยลงทุนแต่ละประเภท และควรศึกษาข้อมูลของบริษัทที่ออกหน่วยลงทุนและข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องก่อนการตัดสินใจลงทุนหรือซื้อหรือขายหน่วยลงทุน
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...