โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"เรียล แอสเสทฯ" เทกฯโครงการ "A Space Mega" หนุนพอร์ตคอนโด ลั่นเดินหน้าซื้อกิจการต่อเนื่อง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 มิ.ย. 2565 เวลา 06.48 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2565 เวลา 04.25 น.

“เรียล แอสเสทฯ” เทกโอเวอร์โครงการ “A Space Mega” หนุนพอร์ตคอนโด ลั่น 2-3 ปีจากนี้ยังเดินหน้าซื้อกิจการต่อเนื่อง

นายณัฏฐพร กลั่นเรืองแสง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ธุรกิจ บริษัท เรียลแอสเสท ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯพร้อมที่จะเดินหน้าตามแผนการลงทุน เพื่อรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยของตลาดผู้บริโภคทั้งที่อยู่อาศัยแนวราบ (บ้านเดี่ยว , บ้านแนวคิดใหม่ , ทาวน์โฮม) และแนวสูง (คอนโดมิเนียม)ให้ครอบคลุมทุก เซกเม้นท์ โดยจะเน้นทำเลที่มีศักยภาพและมีกำลังซื้อสูง หนึ่งในนั้นคือพื้นที่กรุงเทพฝั่งตะวันออก โซนบางนา-ตราด บริษัทฯมองเห็นช่องว่างของตลาดเรียลดีมานด์ย่าน บางนา-ตราด แห่งนี้ และด้วยศักยภาพของทำเลที่อยู่ติดไลฟ์สไตล์มอลล์ ขนาดใหญ่ที่สุดของกรุงเทพฯ อย่าง MEGA BANGNA ที่สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ครบทุกรูปแบบ รวมทั้งการเติบโตทางด้านราคายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจึงเป็นโอกาสดีทางธุรกิจ การที่ได้ เอ สเปซ เมกา เข้ามาเพิ่มในพอร์ตคอนโดฯ ทำให้บริษัทฯเติบโตขึ้นและสามารถสร้างรายได้ทันที โดยโครงการได้รับผลตอบรับดีเกินคาด มียอดขายที่ทำได้แล้วกว่า 85% ซึ่งถือว่าเกินกว่าเป้าหมายที่บริษัทวางไว้

นายณัฏฐพร กล่าวว่า สาเหตุที่โครงการ เอ สเปซ เมกา ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ซึ่งสะท้อนผ่านยอดขายนั้นจะมีอยู่ 3 องค์ประกอบหลักคือ 1. ทำเลที่ตั้ง (Location) : ด้วยศักยภาพทำเลที่ตั้งของโครงการ เอ สเปซ เมกา คอนโดแห่งแรกใจกลาง MEGA CITY BANGNA ไลฟ์สไตล์มอลล์ ถนนบางนา-ตราด ที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองใหญ่กว่า 400 ไร่ ใช้ชีวิตท่ามกลาง ความสะดวกสบายรอบด้าน รองรับไลฟ์สไตล์ ช้อป ชิม ชิลล์ พร้อมอิสระจากการเดินทางในการเลือกเส้นทางเข้า-ออก เมือง เชื่อมต่อแหล่งไลฟ์สไตล์ ติดศูนย์การค้า ตอบสนองทุกไลฟสไตล์ทั้งสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษาระดับชั้นนำ ทั้งของภาครัฐและเอกชน อีกทั้ง ยังใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน 1 นาที จากทางพิเศษบูรพาวิถี และทางพิเศษกาญจนภิเษกฯ และใกล้รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง (กำลังก่อสร้าง) เชื่อมต่อกับส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ

2. การออกแบบ (Design concept) : คอนโดมิเนียมสูง 35 ชั้น ออกแบบในสไตล์ FUTURISTIC MODERN DESIGN ใช้เส้นสาย ที่สะท้อนถึงคนยุคใหม่ ไม่หยุดนิ่งมาผสมผสานร้อยเรียงกับการใช้สีที่หลากหลาย ถ่ายทอดความเป็น URBAN LIFESTYLE ได้อย่างลงตัว รวมถึงการใช้วัสดุโทนสีสดใสดูสนุกสนาน พร้อมอัพพลังขับเคลื่อนความ ACTIVE ได้เต็มที่ในทุกๆ วัน ออกแบบมาเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ที่ไม่จำกัดตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้แนวคิด “THE COMPLETE LIFESTYLE HUB เมืองใหม่ในเมืองใหญ่” เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครบครัน บนเนื้อที่โครงการกว่า 4 ไร่ จำนวน 1 อาคาร (แบ่งเป็น Zone A – Zone B) จำนวนยูนิตพักอาศัย 1,328 ยูนิต และจำนวนร้านค้า 8 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,166 ล้านบาท มีห้องพักอาศัยแบบ 1ห้องนอน ขนาด 28.52 – 34.97 ตารางเมตร(ตร.ม.) และแบบ 2 ห้องนอน ขนาด 56.73 – 62.55 ตารางเมตร(ตร.ม.) ราคาขายเฉลี่ยทั้งโครงการ 69,000 บาทต่อ ตร.ม. โดยราคาเริ่มเพียง 1.79 ล้านบาทต่อยูนิต เท่านั้น เพื่อความสะดวกสบายทางโครงการได้ติดตั้งลิฟต์โดยสาร 8 ตัว และลิฟต์ขนของอีก 1 ตัว รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆอย่างครบครัน

3. ส่วนกลาง (Facilities) : ลงตัวกับพื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 5 ชั้น ปกคลุมด้วยพื้นที่สีเขียวกว่า 2.6 ไร่ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจใน CO-WORKING SPACE ที่ออกแบบฟังก์ชันให้มีพื้นที่นั่งแบบลดหลั่นเป็นขั้น ๆ และสวิตช์ไฟที่เตรียมไว้ให้อย่างเพียงพอเพื่อให้สะดวกสำหรับการนั่งทำงานในระหว่างวัน ลงตัวทุกการใช้ชีวิต 24 ชั่วโมง

นายณัฎฐา คหาปนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า บางนาเป็นยุทธศาสตร์ทำเลที่มีกำลังซื้อสูง และเป็นพื้นที่เชื่อมโยงเส้นทางไปสู่พื้นที่ EEC ภาคตะวันออกของประเทศไทย (Eastern Economic Corridor เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาฯมีความเชื่อมั่นด้านกำลังซื้อในทำเลนี้มีการพัฒนาพื้นที่อย่างต่อเนื่อง บางนาจึงกลายเป็นทำเลที่มีทั้งที่อยู่อาศัย, สนามบิน, ศูนย์ประชุม, ศูนย์การค้าขนาดใหญ่, สนามกอล์ฟ, อาคารสำนักงาน และที่สำคัญ เป็นแหล่งรวมโรงเรียนนานาชาติ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดด้านฐานะและกำลังซื้อที่ดีอย่างหนึ่ง อีกทั้งบนเส้นถนนบางนา-ตราด มีโครงการขนาดใหญ่ที่เป็น Magnet ทั้งโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาและขั้นเตรียมการ
ซึ่งมีเม็ดเงินลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนรวมกันไม่น้อยกว่า 5 แสนล้านบาท

นายณัฎฐา กล่าวอีกว่า โครงการคอนโดฯ บริเวณบางนาในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมา จากเดิมมีราคาต่อตารางเมตรอยู่ที่ 60,000-80,000 บาท ปัจจุบันเริ่มมีคอนโดฯระดับราคา 100,000 บาทต่อตารางเมตรในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีโครงการมิกส์ยูส คอนโดฯ ระดับไฮเอ็นด์ที่ผสมผสาน Wellness Flagship ที่อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการ ซึ่งมีระดับราคาสูง ตั้งแต่ประมาณ 160,000- 450,000 บาทต่อตารางเมตรเกิดขึ้น ขณะเดียวกันพบว่ามีโครงการคอนโดมิเนียมระดับกลางเป็นกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจ ให้ผลตอบแทนจากราคาค่าเช่าสูง เมื่อเทียบกับราคาเสนอขาย หรือคิดเป็น Yield ที่ประมาณ 5% ซึ่งในอนาคตเมื่อโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ทยอยเปิดให้บริการจะเป็นผลบวกต่อที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

“บริษัทฯมุ่งสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างความไว้วางใจต่อกลุ่มลูกค้า นักลงทุน และสถาบันการเงิน โดยต่อจากนี้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าอาจได้เห็นบริษัทฯ เข้าซื้อกิจการ หรือเทกโอเวอร์โครงการมากขึ้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...