ประกันรถมอเตอร์ไซค์คุ้มครองยาว 3-5 ปี เริ่มขายแล้วตั้งแต่ 1 มิ.ย.
คปภ.เปิดทางเลือกสิงห์นักบิดต่ออายุ “ประกัน พ.ร.บ.” รถจักรยานยนต์คราวเดียว 3-5 ปีได้ ตีกรอบคิดค่าเบี้ยมีส่วนลดอัตโนมัติ หวังแก้ปมคนไม่ยอมต่ออายุ “ปีต่อปี” ดีเดย์เริ่มตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2565 เป็นต้นไป ฟาก “บริษัทกลางฯ” แนะดึงลีสซิ่งร่วมทำโปรโมชั่น เชื่อช่วยจูงใจได้ดีกว่า เผยยอดเคลมทะลุ 5 พันล้านบาททุกปี “ขาดทุนตลอด”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ลงนามคำสั่งนายทะเบียนเรื่องให้ใช้แบบ ข้อความ เอกสารแนบท้าย และอัตราเบี้ยสำหรับการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถระยะยาวของรถจักรยานยนต์
โดยกำหนดการรับประกันสำหรับรถจักรยานยนต์ทุกขนาดความจุกระบอกสูบ (ซีซี) หรือ “ประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ.” ให้มีระยะเวลาเอาประกันตั้งแต่ 3 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี บังคับใช้สำหรับการทำสัญญาประกันภัยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2565 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ เป็นการอำนวยความสะดวกและเพิ่มทางเลือก รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้มีการทำประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถระยะยาวของรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นประเภทรถที่มีการใช้งานเป็นจำนวนมากในปัจจุบัน ตลอดจนช่วยลดปัญหาการขาดต่ออายุกรมธรรม์ด้วย
สำหรับการรับประกันจะใช้อัตราเบี้ยคงที่ไม่รวมภาษีอากร แบ่งเป็น รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล กับรถจักรยานยนต์รับจ้าง/ให้เช่า/สาธารณะ การใช้งานรถ 3 ปี 4 ปี และ 5 ปี (ดูตาราง)
นายประสิทธิ์ คำเกิด รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด กล่าวว่า การเปิดให้ซื้อ พ.ร.บ. 3-5 ปีได้อาจจูงใจประชาชนมาทำประกันได้น้อย เพราะของเดิมเป็นแบบรายปี ค่าเบี้ยเพียง 300 บาท
ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจ แต่ก็ถือเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า เพราะหากทำแบบระยะยาวจะได้ส่วนลดเบี้ยโดยอัตโนมัติ และการันตีให้รถของประชาชนได้รับความคุ้มครองอยู่ตลอดเวลา ไม่ต้องเสี่ยงว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนถนนแล้วกรมธรรม์ขาดต่ออายุ
“ถ้าจะให้โมเดลนี้สำเร็จ คาดว่าต้องโปรโมตไปยังบริษัทลีสซิ่งที่จัดไฟแนนซ์รถ เพื่อให้จัดทำความคุ้มครองด้านประกันภัยตลอดอายุสัญญา เช่น ทำสัญญาออกรถใหม่กับลูกค้าไว้ 4 ปี คุ้มครองรวมค่าเบี้ยในราคารถไปเลยน่าจะเป็นแนวทางที่ดีกว่า และแม้ว่ารถจะโอนย้ายเปลี่ยนมือ
แต่ประกันภัยภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ก็จะตามคุ้มครองไปอยู่แล้ว โดยปัจจุบันรถจักรยานยนต์จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก ยอดสะสมอยู่ที่ 21-23 ล้านคัน มีการทำประกันภัยอยู่ราว 15-16 ล้านคันเท่านั้น
และในจำนวนนี้รวมรถที่ไม่ได้ชำระค่าภาษีภายใน 3 ปีแล้วด้วย ส่วนรถจักรยานยนต์ที่อยู่นอกระบบโดยไม่ทำประกันเลยประเมินว่ามีอีกไม่น้อยกว่า 10 ล้านคัน”
ทั้งนี้ ปัจจุบันรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ทำประกันอยู่กับบริษัทกลางฯ โดยบริษัทกลางฯมีผลขาดทุนตลอด เพราะต้องจ่ายเคลมสูงกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี หรือคิดเป็นอัตราความเสียหาย (loss ratio) สูงถึง 125%
“เพียงแต่ที่บริษัทกลางฯยังดำเนินกิจการอยู่ได้ เนื่องจากตามกฎหมายจะมีเงินอุดหนุนจากบริษัทประกันวินาศภัยที่ต้องจ่ายเงินสมทบเป็นค่าใช้จ่ายให้บริษัทกลางฯในอัตรา 12.25% ของเบี้ยประกัน พ.ร.บ.รถยนต์ของทุกไตรมาส ซึ่งจะเข้ามาช่วยชดเชยสภาพคล่อง ทำให้บริษัทกลางฯสามารถดูแลประชาชนต่อไปได้” นายประสิทธิ์กล่าว