โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

‘มาตรา 301 สหรัฐฯ’ กดดันไทย เอกชนจี้เร่งยกระดับแรงงาน ป้องกันสวมสิทธิ์สินค้า

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ความเสี่ยงที่สหรัฐอเมริกาเตรียมใช้มาตรา 301 (Section 301) เป็นเครื่องมือทางการค้ากับประเทศคู่ค้า กำลังกลายเป็นแรงกดดันครั้งสำคัญต่อไทย ท่ามกลางเวลาการเจรจาที่เหลือเพียงไม่กี่วัน ก่อนมาตรการภาษีตามมาตรา 122 จะสิ้นสุดในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 โดยภาคเอกชนมองว่านี่ไม่ใช่เพียงประเด็นภาษี แต่เป็นโอกาสเร่งยกระดับมาตรฐานประเทศเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

มาตรา 301 คือบทเรียนใหญ่ของไทย

ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฏ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ และที่ปรึกษาคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เวลาที่รัฐบาลไทยใช้เจรจากับสหรัฐเหลืออีกไม่มาก โดยประเด็นหลักที่สหรัฐให้ความสำคัญคือกฎหมายเกี่ยวกับแรงงานบังคับ ซึ่งมีการประเมินว่าอาจถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มราว 10-12.5% รวมถึงประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน (Over Capacity) ที่ยังไม่ได้ข้อสรุป

สัมพันธ์ ศิลปนาฏ นายกสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ดี ไทยควรใช้สถานการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญ มากกว่าจะมุ่งหวังเพียงการต่อรองหรือขอความเห็นใจจากสหรัฐ เพราะในความเป็นจริง ผู้ประกอบการไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ มีมาตรฐานด้านแรงงานในระดับสากลและดูแลครอบคลุมตลอดห่วงโซ่อุปทานอยู่แล้ว

สิ่งที่ควรทำคือการนำองค์ความรู้จากบริษัทที่มีความพร้อม ถ่ายทอดไปยังผู้ประกอบการที่ยังขาดศักยภาพ เพื่อยกระดับมาตรฐานของทั้งประเทศ โดยเฉพาะเมื่อไทยมีเป้าหมายเข้าเป็นสมาชิก OECD ซึ่งมาตรฐานด้านแรงงานถือเป็นเงื่อนไขที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

เร่งปิดช่องโหว่สวมสิทธิ์-Traceability

ดร.สัมพันธ์กล่าวว่า อีกประเด็นที่สหรัฐจับตาอย่างใกล้ชิดคือการสวมสิทธิ์แหล่งกำเนิดสินค้า (Circumvention) และการผลิตเกินกำลัง ซึ่งในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความโปร่งใส จะมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ที่สามารถตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าได้ตลอดกระบวนการผลิต

แม้ในทางวิศวกรรม กำลังการผลิตจะปรับขึ้นลงตามความต้องการของตลาดเป็นเรื่องปกติ แต่หากไทยไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นด้านการตรวจสอบย้อนกลับได้ และการเจรจากับสหรัฐไม่เป็นผล จนต้องเสียภาษีสูงกว่าประเทศคู่แข่ง ก็จะกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออกไทยในตลาดสหรัฐอย่างมีนัยสำคัญ

อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่า กัมพูชาดูเหมือนจะออกกฎหมายรองรับประเด็นดังกล่าวได้ก่อนไทย ขณะที่ในทางปฏิบัติ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของไทยมีมาตรฐานอยู่ในระดับที่ดีแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องผลักดันให้ภาพรวมของประเทศเข้าใกล้มาตรฐาน 100% เพื่อไม่ให้ไทยกลับมาติดกับดักการเจรจาภาษีในอนาคต

AI ดันส่งออกโต-ใช้ FDI ยกระดับคนไทย

สำหรับกรณีที่สหรัฐขาดดุลการค้ากับไทยเพิ่มขึ้น ดร.สัมพันธ์มองว่า มีสาเหตุหลักจากการที่บริษัทสัญชาติอเมริกันเข้ามาลงทุนผลิตในไทยและส่งสินค้ากลับไปยังสหรัฐ ประกอบกับราคาสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่ปรับตัวสูงขึ้นตามอุปสงค์ของตลาดโลก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ซึ่งกำลังได้รับความต้องการอย่างมาก

แม้ไทยอาจไม่ใช่ฐานการผลิตอันดับหนึ่งของภูมิภาค แต่ถือว่าอยู่ในกลุ่มประเทศชั้นนำที่มีการเติบโตโดดเด่นในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา จนบางช่วงเริ่มมีความกังวลว่าจะมีกำลังการผลิตเพียงพอรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหรือไม่

ในด้านการส่งเสริมการลงทุน ดร.สัมพันธ์กล่าวว่า จากการประชุมรีทรีตของคณะกรรมการบีโอไอ เห็นตรงกันว่าจะใช้การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจไทย โดยจะขอความร่วมมือจากบริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่ให้ถ่ายทอดเทคโนโลยี องค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพบุคลากร รวมถึง SME ไทย เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถเติบโตไปพร้อมกับการลงทุนของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง และสร้างโอกาสใหม่ให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...