นักวิชาการชี้ นายกฯ-ครม. เยือนจีน เปลี่ยนประเทศสู่ยุคอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
เมื่อวันที่ 24 ก.ค. รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว นักรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย เป็นการวางตำแหน่งของประเทศไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และภูมิรัฐศาสตร์โลก การลงนามความร่วมมือระหว่างสองประเทศรวม 15 ฉบับ สะท้อนว่ารัฐบาลกำลังวางรากฐานความร่วมมือระยะยาว ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การลงทุน เทคโนโลยี อุตสาหกรรมสมัยใหม่ การศึกษา สาธารณสุข เกษตรกรรม ไปจนถึงความมั่นคงทางการเงิน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในหลายมิติ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยเข้าถึงตลาดจีน และสร้างรายได้ให้ภาคการผลิตของประเทศ
ในด้านความมั่นคง รศ.ดร.โอฬาร เห็นว่า การมีช่องทางสื่อสารโดยตรงกับจีนช่วยเพิ่มพื้นที่ทางการทูตของไทย โดยเฉพาะในสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เนื่องจากจีนมีความสัมพันธ์อันดีกับทั้งสองประเทศ จึงสามารถมีบทบาทสนับสนุนการลดความตึงเครียดและเอื้อต่อการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี
ขณะเดียวกัน ความร่วมมือด้านการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งการฟอกเงิน บัญชีม้า การหลอกลวงออนไลน์ และอาชญากรรมไซเบอร์ จะส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชน เพราะการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างไทยและจีนจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามเส้นทางการเงินและดำเนินคดีกับเครือข่ายอาชญากรรมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
จุดเด่นของการเยือนครั้งนี้คือการผลักดันความร่วมมือสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ทั้งยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ หุ่นยนต์ ปัญญาประดิษฐ์ เซมิคอนดักเตอร์ และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งหากสามารถเชื่อมโยงการลงทุนจากจีนเข้ากับผู้ประกอบการไทย มหาวิทยาลัย และการพัฒนาบุคลากรของประเทศ ก็จะช่วยยกระดับฐานการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว ความร่วมมือด้านการศึกษาและการวิจัยจะช่วยเตรียมกำลังคนไทยให้สอดรับกับตลาดแรงงานยุคใหม่ ทั้งวิศวกรรมขั้นสูง วิทยาการข้อมูล ระบบอัตโนมัติ และเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต
การเยือนจีนครั้งนี้ยังช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของไทยบนเวทีโลก เพราะประเทศไทยสามารถใช้ความสัมพันธ์กับจีนควบคู่กับการรักษาความร่วมมือกับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภาพยุโรป อินเดีย และอาเซียน เพื่อเพิ่มทางเลือกด้านตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และความมั่นคง ความสำเร็จของการเยือนครั้งนี้จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมก็ต่อเมื่อรัฐบาลสามารถผลักดันข้อตกลงทั้ง 15 ฉบับไปสู่การปฏิบัติจริง พร้อมกำหนดเป้าหมาย ทั้งการสร้างงานทักษะสูง การถ่ายทอดเทคโนโลยี การเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ การยกระดับรายได้เกษตรกร และการเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการไทย