โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

เห็นแก่เที่ยว พาไปสัมผัส “ช่องเย็น” ขึ้นเขาไปเจอทั้งหมอก ฝน ป่า แม้ทริปนี้ไม่มีฟ้าใส แต่มีธรรมชาติให้ดูทั้งวัน

อีจัน

อัพเดต 10 ก.ย เวลา 16.26 น. • เผยแพร่ 10 ก.ย เวลา 09.26 น. • อีจัน

ฤดูฝนที่ช่องเย็น

จากม่านหมอกบนภูเขา สู่ค่ำคืนใต้ดวงดาว

สายฝนเริ่มโปรยลงมากระทบกระจกรถ ขณะที่เราออกจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ จังหวัดกำแพงเพชร มุ่งหน้าขึ้นสู่ “ช่องเย็น” จุดหมายปลายทางบนสันเขาที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 28 กิโลเมตร

ระยะทางดูเหมือนไม่ไกล แต่เมื่อรถเริ่มไต่ระดับ ถนนก็ค่อยๆ แคบลง โค้งแล้วโค้งเล่าพาเราลัดเลาะไปตามไหล่เขา บางช่วงเป็นโค้งหักศอกและทางลาดชัน จนต้องลดความเร็วลง ปล่อยให้การเดินทางดำเนินไปอย่างช้าๆ ตามจังหวะของภูเขา

ฤดูฝนทำให้ป่าแม่วงก์มีสีเขียวเข้มกว่าทุกฤดู ต้นไม้สองข้างทางชุ่มไปด้วยน้ำฝน ละอองหมอกลอยผ่านถนนเป็นระยะ เราจึงเปิดกระจกลงเล็กน้อย ปล่อยให้อากาศเย็นและกลิ่นดินหลังฝนตกไหลเข้ามาในรถ

ยิ่งสูงขึ้น อากาศยิ่งเย็นลง

ระหว่างทางมีป้าย “ระวังช้างป่า” ปรากฏให้เห็นเป็นระยะ เตือนให้รู้ว่าเส้นทางที่เรากำลังผ่านไม่ได้เป็นเพียงถนนท่องเที่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าขนาดใหญ่ที่สัตว์ป่ายังคงใช้ชีวิตอยู่ตามธรรมชาติ การเดินทางบนถนนสายนี้จึงไม่จำเป็นต้องรีบร้อน บางทีการขับช้าลง กลับทำให้เราได้มองเห็นรายละเอียดของป่ามากขึ้นด้วยซ้ำ

เมื่อถึงช่องเย็น เราจัดการกางเต็นท์ท่ามกลางอากาศชื้นและสายลมที่พัดผ่านสันเขา สิ่งที่คาดเดาไม่ได้ที่สุดในการเที่ยวฤดูฝนคือ “ท้องฟ้า” เราไม่มีทางรู้ว่าหลังม่านเมฆสีเทานั้นจะมีแสงแดดปรากฏขึ้นหรือไม่ และคืนนี้ฝนจะตกลงมาอีกหรือเปล่า

แต่บางทีเสน่ห์ของการเดินทางหน้าฝนก็อยู่ตรงนี้เอง

เราไม่สามารถกำหนดทุกอย่างให้เป็นไปตามแผนได้ สิ่งที่ทำได้คือเตรียมเสื้อกันฝน เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม แล้วปล่อยให้ธรรมชาติเป็นคนกำหนดภาพที่เราจะได้เห็น

เช้าวันต่อมา เราตื่นขึ้นท่ามกลางอากาศเย็น ก่อนออกเดินทางไปยัง “กิ่วกระทิง” เพื่อรอแสงแรกของวัน เบื้องหน้าคือแนวภูเขาที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ละอองสีขาวเคลื่อนตัวช้าๆ เหนือยอดไม้ บางช่วงเปิดให้เห็นผืนป่ากว้างใหญ่ ก่อนจะถูกหมอกกลืนหายไปอีกครั้ง

ไม่มีพระอาทิตย์ดวงโต ไม่มีแสงสีทองจัดจ้านอย่างภาพที่หลายคนคุ้นเคย มีเพียงแสงเช้าจางๆ ที่ลอดผ่านเมฆฝนลงมา

แต่สำหรับฤดูนี้ แค่นั้นก็สวยมากพอแล้ว

ช่วงเย็น เราเปลี่ยนมารอแสงสุดท้ายกันที่ “โมโกจูน้อย” จุดชมวิวที่มองออกไปเห็นแนวเทือกเขาทอดตัวอยู่ไกลสุดสายตา เมฆฝนยังคงเคลื่อนตัวเหนือภูเขา แสงเย็นปรากฏขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ ก่อนค่อยๆ จางหาย และปล่อยให้ความมืดเข้ามาปกคลุมผืนป่า

หลังพระอาทิตย์ตก สิ่งที่ต้องลุ้นต่อคือคืนนี้เมฆจะเปิดหรือไม่

โชคดีที่ฝนหยุดลง

เมฆบางส่วนค่อยๆ เคลื่อนออกไป ท้องฟ้ามืดสนิทเริ่มเผยให้เห็นดวงดาวทีละดวง ก่อนจะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เรานั่งอยู่หน้าเต็นท์ท่ามกลางความมืด มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดไม้และเสียงผ้าเต็นท์สะบัดเบาๆ เป็นครั้งคราว ไม่มีแสงจากเมือง ไม่มีเสียงรถยนต์ มีเพียงภูเขา ป่า และท้องฟ้ากว้างอยู่ตรงหน้า

ค่ำคืนเช่นนี้ทำให้รู้ว่า การมาช่องเย็นในฤดูฝนอาจไม่ได้หมายถึงการตามหาท้องฟ้าใสตลอดทั้งวัน

บางครั้งเราต้องเดินทางผ่านสายฝน ต้องรอให้หมอกเคลื่อน ต้องยอมรับกับท้องฟ้าที่มืดครึ้ม และอาจต้องนั่งรอโดยไม่รู้ว่าจะได้เห็นอะไร

แต่เมื่อเมฆเปิดออกเพียงไม่กี่นาที เรากลับรู้สึกว่าภาพตรงหน้ามีค่ามากกว่าที่คิด

ช่องเย็นในช่วงปลายฤดูฝนจึงไม่ใช่เพียงสถานที่สำหรับมากางเต็นท์ ชมหมอก หรือดูดาว หากเป็นการเดินทางที่ทำให้เราเรียนรู้ที่จะช้าลง รอคอย และปล่อยให้ธรรมชาติเลือกเองว่า วันนี้…ธรรมชาติอยากให้เราเห็นอะไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...