โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

วันพรุ่งนี้ หมูหน้าฟาร์มขยับ 2 บาท ผู้เลี้ยงจี้รัฐปล่อยราคาตามกลไกตลาด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ฐานเศรษฐกิจ” เกาะติดสถานการณ์ราคาสินค้าเกษตรและทิศทางปศุสัตว์ไทย ท่ามกลางกระแสข่าวการปรับราคาสินค้าในตลาด ล่าสุดเตรียมมีการปรับราคาหมูขุนขึ้นอีกกิโลกรัมละ 2 บาท ซึ่งกลายเป็นประเด็นที่สังคมและผู้บริโภคให้ความสนใจว่า การปรับราคาในครั้งนี้จะช่วยช่วยต่อลมหายใจให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูพ้นวิกฤตขาดทุนได้จริงหรือไม่

ขยับ 2 บาท แค่ "ปริ่มน้ำ" เผยปัจจัยฤดูฝนทำผลผลิตเสียหาย-โตช้า

นายเดือนเด่น ยิ้มแย้ม กรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และกรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นายเดือนเด่น ยิ้มแย้ม กรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ และกรรมการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า การปรับราคาสินค้าสุกรขุนขึ้นอีก 2 บาทในวันพรุ่งนี้ น่าจะช่วยให้ราคาขยับขึ้นมาอยู่ระดับที่ "พอดีตัวหรือปริ่มน้ำ" เท่านั้น โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ราคามีการปรับตัวสูงขึ้นในรอบนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลาย ๆ ฝ่าย ประกอบกับที่ผ่านมาประสบปัญหาหมูโตช้า ส่งผลให้ผลผลิตที่ออกสู่ตลาดมีปริมาณน้อยลง

นอกจากนี้ การก้าวเข้าสู่ช่วงฤดูฝนซึ่งมีความชื้นในอากาศสูง ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่ม "หมูเล็ก" ที่เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะโรคท้องเสีย ซึ่งความเสียหายและอาการเจ็บป่วยเหล่านี้ ยิ่งเป็นตัวเร่งทำให้หมูเจริญเติบโตช้าลงกว่าปกติ

วอนกรมการค้าภายในเปิดทางกลไกตลาด

นายเดือนเด่น ได้สะท้อนถึงความอัดอั้นตันใจของเกษตรกรต่อท่าทีของหน่วยงานภาครัฐบาล โดยระบุว่า ในระยะยาวราคาจะไปต่อได้หรือไม่ยังคงต้องประเมินอัตราการบริโภคควบคู่ไปด้วย แต่ที่ผ่านมาเวลาที่เกษตรกรประสบภาวะขาดทุน กลับต้องเผชิญชะตากรรมอุดหนุนตลาดและขาดทุนไปฝ่ายเดียว ทว่าเมื่อราคากำลังจะขยับขึ้นพอให้มีกำไรบ้าง หน่วยงานรัฐมักเข้ามาเบรกและควบคุมไม่ให้อัตรากำไรสูงเกินไป

"คนบางกลุ่มยังมีอคติกับคนเลี้ยงหมู ทั้งที่ในความเป็นจริง กว่าที่พวกผมจะเลี้ยงหมูแต่ละตัวจนรอดพ้นโรคภัย ฟันฝ่าอุปสรรคจนขุนได้ขนาดส่งออกสู่ท้องตลาดได้นั้น ต้องใช้เวลาเลี้ยงยาวนานเป็นปี ๆ" นายเดือนเด่น กล่าว

เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูจึงอยากฝากถึง กรมการค้าภายใน ว่า ในยามที่เกษตรกรพอจะลืมตาอ้าปากได้บ้าง ขอโปรดปล่อยให้ราคาเป็นไปตามกลไกตลาด เนื่องจากระดับราคาที่ปรับขึ้นมานั้นไม่ได้สูงเกินไปจนผู้บริโภคเดือดร้อน พร้อมขอความเห็นใจจากผู้บริโภค เนื่องจากที่ผ่านมาคนเลี้ยงหมูต้องแบกรับภาระขาดทุนประหนึ่ง "ทำโรงทาน" ช่วยเหลือสังคมมายาวนานกว่า 2-3 ปีแล้ว

ห่วง "หมูเถื่อนแนวชายแดน" ทุบราคาครึ่งปีหลัง

สำหรับทิศทางตลาดหมูในช่วงครึ่งปีหลัง หรือช่วง 3-4 เดือนสุดท้ายของปีนี้ นายเดือนเด่น ประเมินว่า หากไม่มีปัจจัยเปลี่ยนแปรง ราคาก็น่าจะประคองตัวอยู่ในระดับเฉลี่ยประมาณเท่านี้ อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่บั่นทอนเสถียรภาพราคาคือ "หมูเถื่อนและสินค้าเกษตรหนีภาษี" ที่ไหลทะลักเข้ามาเป็นจำนวนมากจากประเทศเพื่อนบ้าน หากภาครัฐสามารถควบคุมและเพิ่มความเข้มงวดในการสอดส่องดูแลสินค้าหนีภาษีเหล่านี้ได้ ก็จะช่วยพยุงและประคองราคาสินค้าเกษตรไทยให้อยู่รอดต่อไปได้

เมื่อสอบถามถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ นายเดือนเด่น ยอมรับว่า โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่รัฐบาลสนับสนุนเงินช่วยเหลือประชาชนคนละ 1,000 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 4 เดือน ถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยกระตุ้นการบริโภค ทว่าหากมีเฟส 2 ต่อไป ก็แฝงความกังวลว่าอาจจะสร้างภาระหนี้สินให้แก่ประชาชนและประเทศมากเกินไปในอนาคต

จัดตั้งกองทุนสุกร

แนะรัฐหนุนโมเดล "กองทุนสุกร"

ในส่วนของข้อเสนอแนะเชิงโครงสร้าง นายเดือนเด่น เห็นด้วยอย่างยิ่งหากจะมีการจัดตั้ง "กองทุนสุกร" ขึ้นมา โดยเสนอแนะให้นำโมเดล "ตัดผลผลิตส่วนเกิน" ของอุตสาหกรรมไข่ไก่มาปรับใช้ กล่าวคือ ในช่วงที่ผลผลิตหมูล้นตลาดหรือราคาตกต่ำ ให้กองทุนทำการตัดยอดผลผลิตส่วนเกินออกไปจำหน่ายต่างประเทศในราคาใดก็ได้ที่ปลายทางยอมรับ จากนั้นจึงนำเงินจากกองทุนสุกรเข้ามาจ่ายชดเชยส่วนต่างราคาให้กับเกษตรกร ซึ่งกลไกนี้จะช่วยพยุงและสร้างเสถียรภาพราคาให้กับตลาดหมูในประเทศได้อย่างยั่งยืน

ประกาศราคาหมู ประจำวันพระที่ 21 สิงหาคม 2569

ประกาศราคาหมู ประจำวันพระที่ 21 สิงหาคม 2569 

เปรียบเทียบกับราคาหมู ประจำวันพระที่ 13 สิงหาคม 2569

เปรียบเทียบกับราคาหมู ประจำวันพระที่ 13 สิงหาคม 2569
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...