โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

คอมมานโดบุก รวบหนุ่มบัญชีม้า แก๊งมิจฉาชีพหลอกลงทุนผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อ้างผลตอบแทนสูง เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเพิ่ม สุดท้ายสูญเงินหมดบัญชี

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

คอมมานโดบุก รวบหนุ่มบัญชีม้า แก๊งมิจฉาชีพหลอกลงทุนผลิตภัณฑ์อาหารเสริม อ้างผลตอบแทนสูง เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินเพิ่ม สุดท้ายสูญเงินหมดบัญชี

(23 ส.ค.69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปพ. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และพ.ต.อ.อภิชน ขันกา ผกก.4 บก.ปพ. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.ไพบูลย์ พิมพ์กำเนิด สว.กก.4 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุม นายบอ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี ชาวตำบลบ้านแพ้ว อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นคนอื่น และโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ บิดเบือน หรือ ปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนฯ”ตามหมายจับศาลจังหวัดนครนายกที่ 92/2569
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เมื่อช่วงประมาณกลางเดือนมกราคม 2569 มิจฉาชีพเริ่มต้นด้วยการติดต่อผู้เสียหายผ่านช่องทางออนไลน์ ก่อนชักชวนให้ร่วมลงทุนใน “ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม” โดยอ้างว่าเป็นการลงทุนที่สร้างผลกำไรได้ง่าย เพียงโอนเงินเข้าระบบตามจำนวนที่กำหนด ก็จะได้รับผลตอบแทนหรือเงินปันผลกลับคืนในเวลาไม่นาน ช่วงแรกผู้เสียหายทดลองลงทุนด้วยเงินจำนวนไม่มากและพบว่ามีเงินปันผลหรือผลตอบแทนแสดงอยู่ในระบบ ทำให้เกิดความเชื่อมั่นและคิดว่าเป็นการลงทุนที่ได้ผลจริง

จากนั้นมิจฉาชีพเริ่มใช้กลวิธีให้ผู้เสียหาย เพิ่มยอดเงินลงทุน โดยอ้างว่า หากต้องการรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นต้องลงทุนเพิ่ม หรือทำภารกิจและเติมเงินตามเงื่อนไขที่กำหนด ผู้เสียหายจึงทยอยโอนเงินเพิ่มครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะเชื่อว่าจะได้รับเงินก้อนใหญ่กลับคืน เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงิน มิจฉาชีพกลับอ้างสารพัดเหตุผล เช่น ต้องชำระค่าธรรมเนียม ต้องเพิ่มเงินเพื่อปลดล็อกบัญชี หรือต้องเติมเงินให้ครบตามยอดที่กำหนด จึงจะสามารถถอนเงินลงทุนและเงินปันผลได้ ด้วยความหวังว่าจะได้เงินทั้งหมดคืน ผู้เสียหายจึงพยายามหาเงินมาโอนเพิ่มอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุด เงินหมดบัญชีจำนวน 182,000 บาท แถมไม่สามารถถอนเงินออกมาได้และติดต่อกลุ่มมิจฉาชีพไม่ได้

พฤติกรรมของมิจฉาชีพ มิจฉาชีพมักเริ่มจากการติดต่อประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ เช่น Facebook, Line หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก่อนชักชวนให้ร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นธุรกิจที่สร้างกำไรและได้รับเงินปันผลสูง ใช้เงินลงทุนไม่มากและสามารถถอนผลตอบแทนได้ง่าย

จากนั้นจะใช้กลยุทธหลอกล่อด้วยเหตุผลต่างๆ จนผู้เสียหายยอมที่จะลงทุนและเริ่มชักชวนให้ลงทุนมากขึ้น สุดท้ายเมื่อจะถอนเงินคนร้ายอ้างเหตุผลต่างๆ สุดท้ายต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อหวังจะได้เงินคืนและได้ผลตอบแทน สุดท้ายสูญเงิน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายบอ อายุ 25 ปี นั้นหลบหนีอยู่ทางภาคอีสานและกำลังเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการแสดงบัตรข้าราชการตำรวจเพื่อทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อ นายมอ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ

สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามกฎหมายให้ผู้ถูกจับกุม/ผู้ต้องหา จากนั้นได้นำตัวผู้ต้องหามายัง บก.ปพ. จัดทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านนา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้นให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เล่น “Telegram” ได้มีคนทักหาแจ้งว่ามีงาน Part time ให้ทำ โดยให้ตนส่งบัญชีธนาคารกรุงเทพให้ เพื่อนำไปใช้เกี่ยวกับคริปโต ได้ค่าตอบแทนบัญชีละ 500 บาทต่อวัน ตนได้ส่งไป 1 บัญชีและได้มาเพียง 1,500 บาท ต่อมาทางนั้นแจ้งว่าบัญชีของตนไม่สามารถใช้ได้ จากนั้นก็ไม่โอนเงินให้ตนแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ตนโดนหมายจับอีกคดีที่ สภ.คลองหลวง จำนวนค่าเสียหายประมาณ 1,000,000 กว่าบาท ไม่คิดว่าตนจะมีคดีนี้อีก เบื้องต้นผู้ต้องหาขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ทั้งนี้ผู้ต้องหาฝากเตือนพี่น้องประชาชน ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ ก่อนทำอะไรควรปรึกษาคนใกล้ตัวก่อนที่ทำอะไรที่สำคัญ นอกจากนี้ตำรวจยังฝากเตือนเพิ่มอีกว่า บัญชีของตน อย่าให้คนอื่นใช้เด็ดขาด เพราะคุณไม่ทราบหรอกว่า เขาจะเอาบัญชีคุณไปรับโอนเงินที่ไหน อย่างไร ที่มาที่ไป อาจทำให้คุณโดนคดีโดยไม่รู้ตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...