โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"Treasury Coin Market" ตลาดประมูลเหรียญออนไลน์กรมธนารักษ์ พัฒนาตลาดเหรียญไทย ประเดิมเหรียญ 10 บาทปี 33 ปิดที่ 2.54 ล.

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

วันที่ 24 สิงหาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวในงานเปิดตัว ‘ระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Treasury Coin Market) ว่า ปัจจุบัน สังคมไทยได้เพิ่มความสนใจในสินทรัพย์สะสมมีมูลค่าทางประวัติศาสตร์ และมีเรื่องราวประกอบมากขึ้น ซึ่ง “Treasury Coin Market” ถือเป็นนวัตกรรมระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แบบครบวงจรระบบแรกของประเทศไทย ภายใต้บทบาทใหม่ของกรมธนารักษ์ ในการขับเคลื่อนบทบาทใหม่เพื่อยกระดับเหรียญกษาปณ์ไทย สู่การเป็นสินทรัพย์ที่จับต้องได้ในระดับสากล หรือ Real World Asset (RWA)

ดังนั้นการเปิดตัวระบบในวันนี้ จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางการประมูลออนไลน์ช่องทางหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานของตลาดเหรียญในไทยยุคใหม่ และยังเป็นการขยายโอกาสการเข้าถึงตลาดให้ประชาชน นักสะสม และผู้สนใจเข้าถึงข้อมูล และเข้าร่วมการประมูลได้โดยปราศจากข้อจำกัดด้านระยะทาง โดยมีกลไกราคาที่โปร่งใส และยกระดับความเชื่อมั่น ทั้งความแท้จริงของเหรียญ ความถูกต้องของข้อมูล ความเป็นธรรมในการเสนอราคา ความปลอดภัยในการชำระเงิน และการตรวจสอบย้อนหลังได้ทุกขั้นตอน

“ในอนาคต จะมุ่งพัฒนามาตรฐานกลางของตลาดเหรียญไทยสำหรับซื้อขาย และแลกเปลี่ยนเหรียญ ให้มีราคาอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ และเชื่อมโยงตลาดเหรียญไทยกับตลาดเหรียญสากลทั่วโลก” นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ มีกรอบแนวคิดในการดำเนินการ เรียกย่อว่า TAF ได้แก่ 1. Trust (ความเชื่อมั่น ) สร้างระบบการประเมินสภาพเหรียญ (Coin Grading) ตามมาตรฐานสากล พร้อมใบรับรองและระบบ QR Code ตรวจสอบข้อมูลได้อย่างโปร่งใส 2. Access (การเข้าถึง) การเปิดตลาดประมูลออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล อำนวยให้นักสะสมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เข้าร่วมได้ทั่วโลก และ 3. Future (อนาคต) สร้างมาตรฐาน International Certificate Trading เพื่อผลักดันเหรียญกษาปณ์หายากของไทย ให้เป็นที่ยอมรับในเวทีระดับโลก และมีสมาคมเหรียญและผู้เชี่ยวชาญด้านเหรียญมาช่วยตรวจสอบ

“การเปิดตัวครั้งนี้ มีการประมูลเหรียญ 10 บาท ปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นเหรียญหายากในตำนานที่นักสะสมทั่วโลกต้องการ โดยผลการประมูลสิ้นสุดที่ราคา 2.54 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสะท้อนมูลค่าทางวัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของไทย ผ่านกลไกดิจิทัล ซึ่งการประมูลได้มีการนำมาตรฐาน Coin Grading หรือการจัดเกรดเหรียญระดับสากลมาใช้เป็นครั้งแรกในไทย โดยใช้เกรด MS (Mint State) ซึ่งเหรียญที่ชนะการประมูลครั้งนี้ มีสภาพสมบูรณ์สูงถึงระดับ MS66 ซึ่งเรามุ่งเป้าหมายว่า ในระยะต่อไปต้องการทำให้ตลาด Treasury Coin Market เป็นที่ของนักลงทุนต่างประเทศ และนักสะสมต่างประเทศสามารถมาเข้าประมูลได้” นายเอกนิติ กล่าว

อย่างไรก็ดี โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มรายได้ให้รัฐ จากปกติที่กรมธนารักษ์ นำส่งรายได้จากการผลิตเหรียญกษาปณ์ประมาณ 400 ล้านบาทต่อปี แต่ยังมุ่งหวังสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ โดยเฉพาะอาชีพนักประเมินเหรียญ (Coin Grading) เพื่อรองรับตลาดการเทรดเหรียญสะสมทั่วโลก ที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ด้าน นายธวัชชัย ชีวานนท์ ประธานผู้บริหาร Product & Business Solutions ธนาคารกรุงไทย (KTB) กล่าวว่า ธนาคารกรุงไทย ร่วมกับกรมธนารักษ์ ในการพัฒนาระบบ Treasury Coin Market ซึ่งเป็นอีกก้าวหนึ่งของความร่วมมือด้าน Digital Treasury สะท้อนหลักการสำคัญว่าบริการดิจิทัลภาครัฐ เชื่อมโยงข้อมูล กระบวนการ และธุรกรรมให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างครบวงจร

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์ เริ่มประเดิมการประมูลครั้งแรกด้วยเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน 10 บาท พ.ศ. 2533 เหรียญหายากในตำนาน มี Coin Grading ที่ MS 66 สูงที่สุดในเหรียณกษาปณ์หมุนเวียน หายาก เพราะเป็นเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนโลหะสองสีรุ่นแรก มีจำนวนการผลิตทั้งหมดเพียง 100 เหรียญเท่านั้น

โดยได้มีการนำไปจัดแสดงและแจกในนิทรรศการต่างประเทศ 34 เหรียญ, เก็บในพิพิธภัณฑ์กองกษาปณ์ 8 เหรียญ และส่วนที่เหลือเก็บรักษาไว้โดยไม่ได้นำออกหมุนเวียน ซึ่งผลการประมูลครั้งนี้ จบลงที่การเสนอราคาถึง 52 ครั้ง และราคาประมูลสูงกว่าราคาตลาด และจบที่ 2.54 ล้านบาท โดยผู้ที่ชนะการปะมูล คือ “นายณัฐกร อัครมณี” ผู้เชี่ยวชาญและนักสะสมเหรียญชื่อดัง

สำหรับการประมูลครั้งต่อไป จะมีขึ้นเดือนละ 1 ครั้ง ทุกวันที่ 17 ของทุกเดือน และเหรียญต่อไปที่จะนำมาประมูล คือ เหรียญทองสุขภาพดีถ้วนหน้า เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (สมเด็จย่า) เป็นเหรียญทองคำหนัก 1 บาท มูลค่าหน้าเหรียญ 6,000 บาท ผลิตเพียง 604 เหรียญ โดยปัจจุบันเหรียญดังกล่าวยังอยู่ที่กรมธนารักษ์ เพียง 14 เหรียญ และเหรียญทองคำสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ซึ่งได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริการสาธารณะ มูลค่าหน้าเหรียญ 6,000 บาท ผลิตประมาณ 600 เหรียญ ปัจจุบันอยู่ที่กรมธนารักษ์ประมาณ 11 เหรียญ

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสมัครสมาชิก และศึกษาขั้นตอนการใช้งานระบบประมูลขายผลิตภัณฑ์เหรียญผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Treasury Coin Market) ได้ทางเว็บไซต์ https://coinmarket.treasury.go.th โดยกรมธนารักษ์ จะกำหนดเปิดประมูลผลิตภัณฑ์เหรียญเป็นรอบตามระยะเวลาที่ประกาศ โดยสามารถติดตามกำหนดการ รายการผลิตภัณฑ์เหรียญ และรายละเอียดการประมูลแต่ละรอบได้ทางเว็บไซต์ https://coinmarket.treasury.go.th และเพจเฟซบุ๊ก : กรมธนารักษ์ (The Treasury Department)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...