โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย เกาะติดสถานการณ์ฝนหนัก

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย เกาะติดสถานการณ์ฝนหนัก กำชับจังหวัดเสี่ยงเตรียมพร้อม แจ้งเตือน และช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 30 ก.ค.2569 นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยว่า จากการที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศแจ้งเตือนหลายจังหวัดเฝ้าระวังฝนตกหนักถึงหนักมาก และอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มในช่วงวันที่ 30 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 จึงได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) บูรณาการร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เสี่ยง เตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อย่างเต็มกำลัง โดยย้ำหลักการว่า “การรับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย” เพื่อให้การแจ้งเตือนและการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินให้ได้มากที่สุด

นายเจเศรษฐ์ กล่าวว่า ได้กำชับให้จังหวัดในพื้นที่เสี่ยงบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน เร่งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังสถานการณ์ ติดตามระดับน้ำในแม่น้ำ ลำห้วย และคลองต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูง หากระดับน้ำเพิ่มสูงจนอยู่ในขั้นวิกฤต รวมทั้งให้ประชาชนติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และกำลังบุคลากร เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดสถานการณ์ในพื้นที่

ล่าสุด กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์สาธารณภัย ณ เวลา 18.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ว่า จากฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ และพะเยา โดยทุกพื้นที่ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือประชาชน อำนวยความสะดวกด้านการจราจร ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เบื้องต้น ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

สำหรับ จังหวัดเชียงราย เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 2 อำเภอ 7 ตำบล 7 หมู่บ้าน ได้แก่ อำเภอแม่จัน และอำเภอเมืองเชียงราย เจ้าหน้าที่ได้เข้าดูแลพื้นที่ อำนวยความสะดวกด้านการจราจร และเร่งระบายน้ำ ขณะนี้ระดับน้ำลดลงแล้ว และอยู่ระหว่างสำรวจความเสียหาย

ส่วน จังหวัดเชียงใหม่ เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอแม่อาย ครอบคลุม 4 ตำบล 5 หมู่บ้าน ส่งผลกระทบต่อประชาชน 4 ครัวเรือน เจ้าหน้าที่ได้เร่งช่วยเหลือ ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และระบายน้ำออกจากพื้นที่ ปัจจุบันระดับน้ำลดลง และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ขณะที่ จังหวัดพะเยา เกิดน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่อำเภอเมืองพะเยา ครอบคลุม 6 ตำบล 6 หมู่บ้าน ได้แก่ ตำบลบ้านสาง ตำบลแม่ใส ตำบลบ้านตุ่น ตำบลสันป่าม่วง ตำบลจำป่าหวาย และตำบลบ้านต๋อม ส่งผลกระทบต่อประชาชน 86 ครัวเรือน โดยหน่วยงานในพื้นที่ได้เร่งให้ความช่วยเหลือ ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง และระบายน้ำออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งสถานการณ์มีแนวโน้มคลี่คลายและระดับน้ำลดลง

นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้หลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา จึงได้กำชับให้จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าประมาท ให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมกำลังพล เครื่องจักรกลสาธารณภัย ระบบแจ้งเตือนภัย และแผนเผชิญเหตุให้พร้อมปฏิบัติได้ทันที พร้อมทั้งดูแลกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเป็นพิเศษ เพื่อให้สามารถลดผลกระทบจากภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการเตรียมพร้อมและการแจ้งเตือนให้เร็วที่สุด เพราะหากเรารับมือได้เร็วกว่าภัย ความสูญเสียก็จะลดลงได้มาก ทุกหน่วยงานต้องทำงานเชิงรุก บูรณาการทุกภาคส่วน และเข้าถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าเมื่อเกิดภัย ภาครัฐจะอยู่เคียงข้างและให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง” นายเจเศรษฐ์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “เจเศรษฐ์” สั่ง ปภ. รับมือภัยต้องเร็วกว่าภัย เกาะติดสถานการณ์ฝนหนัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...