โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลื่นไส้เพราะเห็นภาพ AI เข้าใจที่มาของอาการพะอืดพะอม เมื่อต้องทนอยู่ในโลกที่มีแต่ภาพ AI

The MATTER

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • Lifestyle

เคยเป็นไหม เวลาเห็นภาพ AI ทีไรแล้วรู้สึกคลื่นไส้ อยากอาเจียนทุกที

ครั้งล่าสุดที่เลื่อนฟีดแล้วไม่เจอภาพ AI คือเมื่อไหร่กันนะ ทุกวันนี้การได้เห็นภาพที่สร้างจากปัญญาประดิษฐ์แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่แค่เพียงคอนเทนต์จากผู้ใช้ทั่วไปเท่านั้น แต่ภาพเหล่านี้ยังคืบคลานไปถึงแอปเดลิเวอรี่ โปสเตอร์โฆษณา หรือแม้แต่รายการโทรทัศน์

แน่นอนว่าเราไม่สามารถหลีกหนีความก้าวหน้าของเทคโนโลยีได้พ้น แต่ถึงอย่างนั้นผลงานจากปัญญาประดิษฐ์ก็ใช่ว่าจะแทนที่การสร้างสรรค์จากมนุษย์ได้เสมอไป เมื่อหลายคนยังรู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งเมื่อเห็นภาพ AI หรือที่บางคนนิยามว่า ‘AI Nausea’ อาการคลื่นไส้ มวลท้อง เมื่อได้เห็นภาพหรืองานเขียนที่สร้างขึ้นโดยปัญญาปัญญาประดิษฐ์

เมื่อความปลอมทำให้เราอยากอาเจียน

หากภาพวาดโดยมนุษย์ทำให้เรารู้สึกจรรโลงใจ แล้วทำไมภาพจาก AI ถึงทำให้เรารู้สึกแปลกๆ จนถึงขั้นพะอืดพะอมกันนะ ทั้งที่ภาพเหล่านี้มันก็มีเศษเสี้ยวจากผลงานอันหลากหลายของมนุษย์ปะปนอยู่ในนั้น

เพื่อหาคำตอบนี้ ก่อนอื่นเราชวนทุกคนไปดูกันว่าภาพวาดจากมนุษย์ทำงานอย่างไรกับใจเรา จากงานศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Experimental Social Psychology ปี 2025 อธิบายว่าในทางจิตวิทยา ศิลปะของมนุษย์ไม่ได้เป็นเพียงการถ่ายทอดข้อมูลเท่านั้น แต่มันยังกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกอัศจรรย์ใจเมื่อเราได้มองภาพนั้น จากสีสัน รูปทรง หรือฝีแปรง

ส่วนใหญ่แล้วความรู้สึกนี้มักเกิดขึ้นเมื่อเราได้พบกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่หรือท้าทายความเชื่อในตัวเอง ในแง่หนึ่งความรู้สึกตื่นตาตื่นใจจากภาพวาด ยังหมายถึงการลดอัตตาของเราลง แล้วทำความเข้าใจโลกในมุมมองของผู้อื่นมากขึ้น

สอดคล้องกับงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยดุ๊ก ในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี 2023 ที่ชี้ว่าผู้เข้าร่วมการทดลองส่วนใหญ่มักรู้สึกเชิงลบกับภาพที่สร้างโดย AI ไม่เพียงแต่พวกเขาจะให้คะแนนด้านความชอบ ความสวยงาม ความลึกซึ้ง และคุณค่าน้อยกว่าแล้ว ยังรวมไปถึงคะแนนด้านเรื่องราว และความพยายามด้วย

จะเห็นว่าเหตุผลที่เราชื่นชมภาพวาดจากมนุษย์ ไม่ใช่เพราะความสวยงามเท่านั้น แต่ส่วนหนึ่งยังเพราะการได้รู้ว่าภาพวาดนี้มาจากการถ่ายทอดอารมณ์ มุมมอง หรือตัวตนของศิลปินคนหนึ่งมา จึงทำให้เรามองว่าภาพนั้นมีคุณค่าและความหมาย

เมื่อภาพของ AI ไม่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกที่แท้จริงออกมาได้ หลายครั้งมันจึงเป็นเพียงภาพที่ไร้ชีวิตจิตใจ แม้จะมีสีสัน รูปทรง หรือท่าทางคล้ายของจริง แต่ภาพเหล่านี้ก็ไม่สามารถทำให้ผู้ชมเกิดความประทับใจได้ ในทางตรงข้ามยังอาจทำให้ร่างกายต่อต้านจนเกิดอาการมวลท้องขึ้นมาทันทีเมื่อได้เห็นภาพจากปัญญาประดิษฐ์

อาการมวลท้องจากการเห็นภาพ AI หรือ ‘AI Nausea’ เป็นคำที่เริ่มถูกพูดถึงบนเว็บบอร์ดต่างประเทศ เช่น reddit หรือ quora ที่ออกมาแชร์ประสบการณ์ที่หลายคนมักรู้สึกพะอืดพะอมเหมือนอยากอาเจียนเมื่อเห็นภาพ หรือบทความที่เขียนโดย AI ส่วนใหญ่แล้วพวกเขามักให้เหตุผลตรงกันว่า เพราะผลงานเหล่านั้นมันไม่ได้สะท้อนความจริง หรือแสดงถึงความเป็นมนุษย์ออกมา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่เราอยากเห็นในผลงานศิลปะ

Uncanny Valley แม้จะเหมือนแต่ก็ยังไม่ใช่ของจริง

หากใครรู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวทุกครั้งที่เห็นภาพจากปัญญาประดิษฐ์ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะนี่เป็นปรากฏการณ์ที่หลายคนเคยเจอเช่นกัน โดยเรียกว่า ‘Uncanny Valley’ ปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาที่มนุษย์รู้สึกกลัว ขนลุก หรืออึดอัดใจ เมื่อได้มองเห็นสิ่งไม่มีชีวิต แต่มีลักษณะหรือท่าทางคล้ายมนุษย์มากเกินไป เช่น หุ่นยนต์ ภาพกราฟิกคอมพิวเตอร์ (CGI) หรือแม้กระทั่งซอมบี้ หรือคนตาย

ปรากฏการณ์นี้ถูกนำเสนอครั้งแรกในปี 1970 โดย มาซาฮิโระ โมริ (Masahiro Mori) นักวิทยาการหุ่นยนต์ชาวญี่ปุ่น ที่ตั้งสมมุติฐานว่าความชอบของคนจะเปลี่ยนไปตามลักษณะความใกล้เคียงกับมนุษย์ โดยกราฟความชอบจะเริ่มเพิ่มขึ้นเมื่อสิ่งของต่างๆ มีท่าทางคล้ายมนุษย์ เช่น หุ่นยนต์จากโรงงาน หรือหุ่นยนต์ของเล่น

แต่เมื่อสิ่งของนั้นเริ่มเข้าใกล้ความเป็นมนุษย์ถึงจุดหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นคนสมบูรณ์แบบ เช่น หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ ตุ๊กตาหน้าคน หรือศพ สิ่งเหล่านี้ก็อาจก่อให้เกิดความรู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่สบายใจ หรือแม้แต่เกิดความรังเกียจ จนกราฟเส้นความชอบดิ่งลงคล้ายหุบเหว ก่อนจะกลับมาเชิดขึ้นสูงอีกครั้ง เมื่อสิ่งนั้นคล้ายคลึงกับมนุษย์อย่างแท้จริง

สาเหตุที่ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจเมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้ นอกจากเป็นเพราะความขัดแย้ง และความคลุมเครือที่ไปกระตุ้นความเครียดในตัวเราแล้ว โมริยังชี้ว่าปรากฏการณ์นี้ยังเกี่ยวข้องกับวิวัฒนาการของมนุษย์ ที่เตือนให้เรารับมือกับภัยคุกคาม เนื่องจากบางสิ่งมีลักษณะคล้ายมนุษย์แต่ไม่เหมือนจริงเสียทีเดียว อาจเคยเป็นสิ่งที่ทำให้บรรพบุรุษของมนุษย์ต้องเจอกับอันตราย หรือนำไปสู่ความตายได้

เมื่อพื้นที่ระหว่างมนุษย์และสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์อย่าง AI เริ่มพร่าเลือนขึ้นเรื่อยๆ ความกลัวและกังวลต่อภัยคุกคามจึงค่อยๆ เพิ่มขึ้นตาม จากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร Front Psychol ปี 2024 ที่ศึกษาเกี่ยวกับความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ ชี้ว่าปัจจุบันสิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวต่อการถูกแทนที่ด้วย AI ไม่ใช่แค่ตำแหน่งงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการสูญเสียเป้าหมายและความหมายในชีวิตด้วย เมื่อปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้เริ่มพัฒนาตัวเอง ทำสิ่งต่างๆ ที่เคยเป็นของมนุษย์ได้แทบทั้งหมด

ปรากฏการณ์ Uncanny Valley ในงานที่สร้างโดย AI นอกจากจะเป็นปรากฏการณ์ทางจิตวิทยาแล้ว ยังสะท้อนให้ถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเรากับเทคโนโลยี เพราะมันท้าทายให้เรากลับมาทำความเข้าใจความเป็นมนุษย์ใหม่อีกครั้ง แถมยังชวนให้เรากลับมาทบทวนอีกครั้งว่า ความสบายใจของผู้ชมเกิดจากความพยายามเลียนแบบให้เหมือนของจริงมากที่สุดจริงหรือเปล่า

เพราะบางทีภาพที่สวยงามที่สุด อาจต้องการเพียงแค่ฝีมือของเราเท่านั้นเอง

อ้างอิงจาก

psypost.org

link.springer.com

nchschant.com

pmc.ncbi.nlm.nih.gov

Graphic Designer: Sutanya Phattanasitubon (IG: 24n7.s)
Editorial Staff: Runchana Siripraphasuk

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...