โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิด 7 อาหาร ยิ่งกินบ่อย เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

News In Thailand

เผยแพร่ 11 ส.ค. เวลา 07.45 น. • oum
เปิด 7 อาหาร ยิ่งกินบ่อย เสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

วันที่ 11 ส.ค. 69 นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการกิจการด้านปฐมภูมิ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โพสต์เฟซบุ๊ก “หมอเจด” ให้ความรู้เกี่ยวกับอาหารที่เพิ่มความเสี่ยงโรคมะเร็ง ระบุว่า เช็กลิสต์ 7 อาหารเพิ่มการอักเสบ! ยิ่งกินบ่อย ยิ่งเพิ่มเสี่ยงมะเร็งไม่รู้ตัว

บางคนพอได้ยินคำว่า “การอักเสบ” จะนึกถึงต้องมีไข้ มีบวม มีเจ็บก่อนครับ แต่จริง ๆ ในร่างกายเรามีการอักเสบแบบเงียบ ๆ ได้ โดยเฉพาะถ้ามีพุง ดื้ออินซูลิน น้ำตาลสูง ไขมันพอกตับ สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ หรือกินอาหารบางแบบซ้ำ ๆ เป็นประจำ

แล้วประเด็นสำคัญ คือ การอักเสบเรื้อรังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งบางชนิด เพราะมันเพิ่ม oxidative stress ทำให้เซลล์ต้องซ่อมแซมตัวเองซ้ำ ๆ และเปลี่ยนสภาพแวดล้อมรอบเซลล์ให้เอื้อต่อความผิดปกติมากขึ้น ไม่ได้แปลว่ากินของทอดหนึ่งมื้อแล้วเป็นมะเร็งนะครับ เรื่องนี้ต้องมองที่ “กินบ่อยแค่ไหน กินมากแค่ไหน และสะสมมานานแค่ไหน”

ถ้าไม่อยากเพิ่มภาระการอักเสบให้ร่างกาย ลองเช็ก 7 กลุ่ม

1.เนื้อแปรรูป – กลุ่มนี้หลักฐานเรื่องมะเร็งชัดที่สุด

ไส้กรอก

เบคอน

แฮม

กุนเชียง

หมูยอ

เนื้อรมควัน

อาหารกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่เรื่องไขมันครับ แต่ยังเกี่ยวกับสารไนไตรต์ ไนเตรต สารจากการรมควัน และสารที่เกิดระหว่างการแปรรูปหรือปรุงด้วยความร้อนสูง หลักฐานชัดที่สุด คือ ความสัมพันธ์กับมะเร็งลำไส้ใหญ่

ดังนั้น ผมไม่ได้บอกว่าห้ามแตะเลยครับ แต่ถ้ากินแทบทุกเช้า ทุกมื้อ ทุกสัปดาห์ อันนี้ควรลดความถี่จริง ๆ จากเบคอนกับไส้กรอกทุกวัน สลับเป็นไข่ ปลา เต้าหู้ หรือเนื้อสดที่แปรรูปน้อยลงดีกว่าครับ

2.ของทอดและไขมันทรานส์ – ยิ่งกินบ่อย

ยิ่งพาเมตาบอลิกพังง่าย

ไก่ทอด

เฟรนช์ฟรายส์

ปาท่องโก๋

โดนัท

ของทอดน้ำมันท่วม

อาหารพวกนี้มักให้พลังงานสูง กินเพลิน และทำให้น้ำหนักกับพุงขึ้นง่าย ถ้ามีไขมันทรานส์หรือไขมันคุณภาพต่ำร่วมด้วย ก็ยิ่งมีผลเสียต่อไขมันในเลือดและการอักเสบครับ

สิ่งที่ผมห่วงจริง ๆ คือเมื่อกินบ่อยจนตามมาด้วย พุง ดื้ออินซูลิน ไขมันพอกตับ Triglyceride สูง เพราะทั้งหมดนี้สร้างภาวะอักเสบระดับต่ำในร่างกายได้ กินทอดนาน ๆ ทีไม่ใช่ปัญหาใหญ่ครับ แต่ถ้าหม้อทอดรู้จักหน้าเราดีกว่าคนในบ้าน อันนี้เริ่มเยอะไปแล้ว

3.น้ำหวานและน้ำตาลสูง – ไม่ได้แค่ทำให้น้ำตาลพุ่ง

น้ำอัดลม ชานม กาแฟหวาน

น้ำผลไม้เติมน้ำตาล

เครื่องดื่มชูกำลัง

ของเหลวกินง่ายมากครับ แต่พลังงานเข้ามาเร็ว

ถ้าดื่มบ่อย น้ำตาลและฟรุกโตสส่วนเกินสามารถเพิ่มการสร้างไขมันที่ตับ ทำให้ TG สูง พุงเพิ่ม และดื้ออินซูลินได้ พอเมตาบอลิกเริ่มรวน การอักเสบระดับต่ำก็เพิ่มตาม นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผมมักให้ “ตัดน้ำหวานก่อน” เวลาคนอยากลดพุง ลดน้ำตาล หรือดูแลไขมันพอกตับครับ

4.แป้งขัดขาวและขนมหวานปริมาณมาก

ขนมปังขาว เค้ก คุกกี้ ขนมอบ

ซีเรียลหวาน

ของหวานที่มีทั้งน้ำตาลและแป้งเยอะ

อาหารกลุ่มนี้ทำให้น้ำตาลขึ้นเร็ว โดยเฉพาะถ้ากินเดี่ยว ๆ และกินปริมาณมาก ถ้าเกิดซ้ำทุกวัน ร่างกายต้องหลั่งอินซูลินมากขึ้นเรื่อย ๆ และในคนที่เริ่มดื้ออินซูลินอยู่แล้ว ก็ยิ่งควบคุมยากครับ ไม่ได้หมายความว่าคาร์โบไฮเดรตเป็นผู้ร้ายนะครับ แต่ควรเลือกคาร์บที่มีไฟเบอร์มากขึ้น เช่น ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต ถั่ว หรือธัญพืชไม่ขัดสี และกินร่วมกับโปรตีนกับผักครับ

5.แอลกอฮอล์ – มีทั้งเรื่องการอักเสบและความเสี่ยงมะเร็งโดยตรง

แอลกอฮอล์สัมพันธ์กับมะเร็งหลายชนิด เช่น ช่องปาก คอ หลอดอาหาร ตับ เต้านม ลำไส้ใหญ่

ส่วนหนึ่งเพราะร่างกายเปลี่ยนแอลกอฮอล์เป็น acetaldehyde ซึ่งสามารถทำลาย DNA ได้ และถ้าดื่มมากเรื้อรัง ยังทำให้ตับอักเสบ ไขมันพอกตับ และตับแข็งได้อีก ดังนั้น ถ้าถามในมุมลดความเสี่ยงมะเร็ง ยิ่งดื่มน้อยยิ่งดีครับ

6.เนื้อแดงเยอะมาก

โดยเฉพาะย่างไหม้หรือปิ้งเกรียมเป็นประจำ เนื้อแดงอย่างหมู เนื้อวัว ไม่ได้แปลว่าห้ามกินครับ แต่ถ้ากินปริมาณมากบ่อย ๆ โดยเฉพาะแบบ ปิ้งจนไหม้ ย่างจนเกรียม รมควัน หรือผ่านความร้อนสูงมาก จะเกิดสารบางกลุ่ม เช่น heterocyclic amines และ polycyclic aromatic hydrocarbons ได้ และการบริโภคเนื้อแดงในปริมาณสูงสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่เพิ่มขึ้นครับ หลักง่าย ๆ คือไม่ต้องเอาเนื้อออกจากชีวิต แต่ให้สลับปลา ไก่ ไข่ เต้าหู้ ถั่ว และหลีกเลี่ยงส่วนที่ไหม้ดำ

7.อาหารแปรรูปหนักที่กินแทนอาหารจริงทั้งวัน

ขนมซอง อาหารสำเร็จรูป ขนมหวาน เบเกอรี อาหารพร้อมกินที่มีน้ำตาล ไขมัน และโซเดียมสูง

สิ่งที่ผมห่วงไม่ใช่ชื่อว่า “แปรรูป” อย่างเดียวครับ แต่คือเวลามันเข้ามาแทนอาหารจริงจนทั้งวันแทบไม่มี ผัก ผลไม้ ไฟเบอร์ โปรตีนดี ถั่ว ปลา แล้วพลังงานกลับสูงมาก รูปแบบการกินแบบนี้สัมพันธ์กับน้ำหนักเกิน เบาหวาน โรคหัวใจ และในงานวิจัยเชิงสังเกตหลายชิ้นก็พบความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งบางชนิดที่เพิ่มขึ้นครับ ตรงนี้ต้องแยกให้ชัดว่า “สัมพันธ์” ยังไม่เท่ากับพิสูจน์ว่าอาหารแปรรูปทุกชนิดทำให้เกิดมะเร็งโดยตรง แต่ถ้ามื้อส่วนใหญ่กลับไปเป็นอาหารจริงได้ ก็มีประโยชน์ชัดเจนหลายด้านครับ

ถ้าอยากลดการอักเสบในแต่ละวัน ลองเปลี่ยนแบบนี้

จากของทอด → ต้ม นึ่ง ย่างแบบไม่ไหม้ หรือผัดน้ำมันน้อย

จากไส้กรอก แฮม เบคอน → ปลา ไข่ เต้าหู้ หรือเนื้อสด

จากน้ำหวาน → น้ำเปล่า ชาไม่หวาน หรือกาแฟไม่เติมน้ำตาล

เพิ่มผักและผลไม้หลากสี เพราะมีไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด

มีปลาโอเมก้า-3 เช่น แซลมอน ซาร์ดีน หรือแมคเคอเรลสลับในมื้อ

เพิ่มถั่ว เมล็ดพืช และไขมันไม่อิ่มตัวแทนไขมันอิ่มตัวมากเกิน

ดูแลพุง น้ำตาล การนอน และการออกกำลังกายไปพร้อมกัน เพราะการอักเสบไม่ได้ขึ้นกับอาหารอย่างเดียวครับ

อาหารที่ควรระวังไม่ได้มีไว้ให้กลัวจนไม่กล้ากินครับ แต่มีไว้ให้เรารู้ว่าอะไร “ไม่ควรกลายเป็นของประจำทุกวัน” โดยเฉพาะเนื้อแปรรูป ของทอด น้ำหวาน แอลกอฮอล์ และอาหารที่แปรรูปหนัก ยิ่งลดความถี่แล้วเพิ่มอาหารจริง ผัก ผลไม้ ปลา ถั่ว และไฟเบอร์มากขึ้น เราก็กำลังช่วยลดภาวะอักเสบและลดปัจจัยเสี่ยงมะเร็งในส่วนที่เราควบคุมได้ครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...