โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มหาวิทยาลัยในยุคควอนตัม

สยามรัฐ

อัพเดต 46 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รศ. ดร. สุขุม เฉลยทรัพย์

ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

มหาวิทยาลัยเคยเป็นสถานที่ซึ่ง “ความรู้” มีคุณค่าเพราะเข้าถึงได้ยาก หนังสือ ตำรา ห้องสมุด ห้องเรียน และอาจารย์ คือแหล่งสำคัญของการเรียนรู้ ผู้เรียนในยุคก่อนดิจิทัลเข้าสู่มหาวิทยาลัยเพื่อแสวงหาความรู้จากผู้รู้ แต่เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล ความรู้เริ่มเคลื่อนออกจากห้องเรียน อินเทอร์เน็ตและเครื่องมือค้นหาทำให้ผู้เรียนเข้าถึงข้อมูลได้ด้วยตนเอง กระทั่งวันนี้ในยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ผู้เรียนสามารถ “ค้นหาความรู้” และสามารถสนทนา วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้างผลงานร่วมกับ AI ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ประเด็นสำคัญนอกจากจะมองว่ามหาวิทยาลัยจะนำ AI มาใช้อย่างไรแล้ว มหาวิทยาลัยต้องทบทวนตนเองว่า เมื่อ AI เปลี่ยนวิธีที่มนุษย์เข้าถึง วิเคราะห์ และสร้างความรู้ แล้วสิ่งใดคือการเรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยยังจำเป็นต้องสร้างให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน

ขณะเดียวกัน “ผู้เรียนมหาวิทยาลัย” ก็กำลังเปลี่ยนความหมาย จากภาพคุ้นเคยของคนหนุ่มสาวอายุประมาณ 18–22 ปี ไปสู่ประชากรการเรียนรู้ที่หลากหลายมากขึ้น ทั้ง Gen X, Gen Y, Gen Z และในอนาคตอันใกล้คือ Gen Alpha รวมถึงคนวัยทำงาน ผู้ประกอบการ ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ ตลอดจนผู้สูงวัยที่กลับเข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อ Reskill และ Upskill มหาวิทยาลัยกำลังเผชิญความท้าทายที่ลึกกว่าความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชัน เพราะสิ่งที่แตกต่างไม่ใช่ “อายุ” เท่านั้น แต่สิ่งเหล่านั้นคือประสบการณ์ วิธีคิด วิธีเรียนรู้ ความสัมพันธ์กับเทคโนโลยี และความคาดหวังต่อการศึกษา

สัญญาณเตือน (Alert Sign) ที่สำคัญของอุดมศึกษาไทย เนื่องจากภาคอุดมศึกษาอาจกำลังใช้โครงสร้างการศึกษาที่ออกแบบขึ้นในโลกยุคหนึ่ง เพื่อรองรับมนุษย์ที่กำลังใช้ชีวิตอยู่ในอีกยุคหนึ่ง โลกเดิมคุ้นเคยกับเส้นทาง “เรียน–จบ–ทำงาน” แต่โลกใหม่กำลังเป็น “Learn–Work–Relearn–Reskill–Unlearn–Learn Again” ปริญญาไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการศึกษา และมหาวิทยาลัยไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์เข้ามาเพียงครั้งเดียวในชีวิต มหาวิทยาลัยต้องเป็นพื้นที่ที่มนุษย์สามารถกลับเข้ามาเรียนรู้ได้ในหลายช่วงวัยและหลายจังหวะของชีวิต

เมื่อมองจากโลกก่อนดิจิทัล ผ่าน Digital Era และ AI Era พบว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่สิ่งที่อาจเรียกว่า “Quantum Era” ซึ่งไม่ใช่ในความหมายว่ามหาวิทยาลัยทุกแห่งต้องสอนฟิสิกส์ควอนตัมหรือใช้ Quantum Computing แต่เป็นการใช้ “ควอนตัม” เป็นกรอบคิดเพื่อทำความเข้าใจโลกที่ไม่เป็นเส้นตรง (Non-linearity) เชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน (Interconnectedness) เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน (Uncertainty) และเปิดให้เกิดความเป็นไปได้หลายทาง (Multiple Possibilities) อนาคตของผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีเส้นทางเดียว อาชีพหนึ่งอาจเกิดขึ้นและหายไปในเวลาไม่นาน ขณะที่คนคนเดียวอาจมีหลายอาชีพ หลายบทบาท และต้องสร้างสมรรถนะใหม่หลายครั้งตลอดชีวิต

มหาวิทยาลัยในยุคควอนตัมไม่ได้หมายถึงมหาวิทยาลัยที่มีเทคโนโลยีมากที่สุด แต่คือมหาวิทยาลัยที่ตระหนักว่า ผู้เรียนไม่ได้มีแบบเดียว ความรู้ไม่ได้มีแหล่งเดียว การเรียนรู้ไม่ได้มีเส้นทางเดียว อาชีพไม่ได้มีปลายทางเดียว และอนาคตไม่ได้มีคำตอบเดียว

ในวันที่ข้อมูลมีมากเกินกว่ามนุษย์จะจดจำไหว และ AI สามารถให้คำตอบได้อย่างรวดเร็ว คุณค่าของการศึกษาจำเป็นต้องเคลื่อนจากการ “มีคำตอบ” ไปสู่ความสามารถในการตั้งคำถามเป็น เลือกข้อมูลเป็น ตรวจสอบเป็น เชื่อมโยงเป็น ตัดสินใจเป็น และรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตนเลือกและตัดสินใจ ยิ่งเทคโนโลยีมีความสามารถสูงขึ้น มหาวิทยาลัยยิ่งต้องให้ความสำคัญกับสิ่งที่ทำให้มนุษย์ยังคงเป็นมนุษย์ ได้แก่ วิจารณญาณ จริยธรรม ความเข้าใจผู้อื่น ความรับผิดชอบ การสร้างความหมาย และปัญญาในการอยู่ร่วมกัน

มหาวิทยาลัยอาจต้องเริ่มจากการสร้าง “ความฉลาดรู้ในโลกยุคควอนตัม” ให้กับผู้บริหาร อาจารย์ และผู้เรียน ให้สามารถเข้าใจความเปลี่ยนแปลง มองเห็นความเชื่อมโยง อยู่กับความไม่แน่นอน และเรียนรู้จากความเป็นไปได้ที่หลากหลาย การเรียนรู้ควรเปิดกว้างและยืดหยุ่นมากขึ้น เชื่อมโยงศาสตร์ต่าง ๆ เข้ากับสถานการณ์จริง และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด ทดลอง เลือก ตัดสินใจ และเรียนรู้จากผลที่เกิดขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับโลกที่เส้นทางการเรียนรู้ การทำงาน และการดำเนินชีวิตไม่ได้เป็นเส้นตรง

ดังนั้น สิ่งที่มหาวิทยาลัยไทยต้องตระหนักนับจากวันนี้เป็นต้นไปคือ การเตรียมพร้อมสำหรับ “ผู้เรียน” และ “โลก” ที่ไม่เหมือนเดิม เพราะยุคควอนตัม บทบาทสำคัญของมหาวิทยาลัยกำลังเคลื่อนจาก “พื้นที่แห่งความรู้” (Place of Knowledge) ไปสู่ “พื้นที่แห่งความเป็นไปได้” (Place of Possibilities) และท้ายที่สุดคือ “พื้นที่แห่งการเติบโตของมนุษย์” (Place for Human Becoming) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทำให้มนุษย์สามารถเรียนรู้ ปรับตัว เลือกเส้นทาง สร้างคุณค่า และเติบโตอย่างมีความหมาย ภายใต้สถานการณ์ที่ยังไม่มีใครสามารถกำหนดคำตอบไว้ล่วงหน้าได้ทั้งหมดครับ

#มหาวิทยาลัยในยุคควอนตัม #QuantumEra #AIกับการศึกษา #การศึกษาไทย #มหาวิทยาลัยไทย #FutureOfEducation #การเรียนรู้ตลอดชีวิต #Reskill #Upskill #ปัญญาประดิษฐ์ #อนาคตการศึกษา #นวัตกรรมการศึกษา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...