พฤติกรรมโจรใต้สะท้อนรัฐบาลล้มเหลว รู้แต่จัดการไม่ได้ จับไม่ได้ !?
เมืองไทย 360 องศา
เหตุการณ์ก่อเหตุสร้างสถานการณ์ปั่นป่วนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา จำนวน 51 จุด ในหลายพื้นที่เวลาไล่เลี่ยกัน ต้องบอกว่าเป็นความ “ล้มเหลว” ทั้งฝ่ายความมั่นคง โดยเฉพาะเป็นความล้มเหลวจากฝ่าย “นโยบายระดับบน” นั่นคือ รัฐบาล เพราะเป็นการก่อเหตุพร้อมกันหลายจุด และที่สำคัญมี “ผู้ก่อเหตุ” จำนวนมาก อาจจะหลายสิบคน แต่ผ่านมาเกิน 48 ชั่วโมงแล้ว ยังไม่สามารถจับกุม “กลุ่มโจร” ได้สักรายเดียว
ที่น่าเจ็บปวดไปกว่านั้นก็คือ คำพูดของ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะประธานกรรมการผู้แทนพิเศษของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ กล่าวยอมรับเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ว่า “การข่าวรู้ล่วงหน้า” แต่ก็เกิดเหตุจนได้ ซึ่งต้องมาพิจารณาว่าจะดำเนินการได้ทันท่วงทีอย่างไร พร้อมกับยอมรับความจริงว่า “น่าเป็นห่วง”
ก่อนหน้านี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้สรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ช่วงเวลา 20.00 น. วันที่ 22 ส.ค. 2569 รวมทั้งสิ้น จำนวน 51 เหตุการณ์ แบ่งเป็น จังหวัดนราธิวาส จำนวน 22 เหตุการณ์ จังหวัดปัตตานี จำนวน 11 เหตุการณ์ และจังหวัดยะลา จำนวน 18 เหตุการณ์ โดยมีรายละเอียดดังนี้
จังหวัดนราธิวาส จำนวน 22 เหตุการณ์ แยกเป็น อำเภอจะแนะ จำนวน 4 เหตุการณ์, อำเภอศรีสาคร จำนวน 1 เหตุการณ์, อำเภอแว้ง จำนวน 1 เหตุการณ์, อำเภอบาเจาะ จำนวน 3 เหตุการณ์, อำเภอเมืองนราธิวาส จำนวน 1 เหตุการณ์, อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 1 เหตุการณ์, อำเภอระแงะ จำนวน 5 เหตุการณ์, อำเภอสุไหงโก-ลก จำนวน 1 เหตุการณ์, อำเภอตากใบ จำนวน 2 เหตุการณ์, อำเภอยี่งอ จำนวน 1 เหตุการณ์, อำเภอรือเสาะ จำนวน 1 เหตุการณ์ และอำเภอสุไหงปาดี จำนวน 1 เหตุการณ์ เบื้องต้นมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
จังหวัดปัตตานี จำนวน 11 เหตุการณ์ แยกเป็น อำเภอยะรัง จำนวน 3 เหตุการณ์, อำเภอยะหริ่ง จำนวน 2 เหตุการณ์, อำเภอหนองจิก จำนวน 3 เหตุการณ์, อำเภอสายบุรี จำนวน 1 เหตุการณ์, อำเภอทุ่งยางแดง จำนวน 1 เหตุการณ์ และอำเภอโคกโพธิ์ จำนวน 1 เหตุการณ์ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จังหวัดยะลา จำนวน 18 เหตุการณ์ แยกเป็น อำเภอธารโต จำนวน 8 เหตุการณ์, อำเภอบันนังสตา จำนวน 6 เหตุการณ์ และอำเภอรามัน จำนวน 2 เหตุการณ์ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ
จากภาพรวมดังกล่าว ปัจจุบันเจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในแต่ละจุด พร้อมควบคุมพื้นที่ที่เกี่ยวข้องและดูแลประชาชน ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม และเร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประกอบการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยเร่งเข้าตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ ดูแลประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
ขณะเดียวกันทางกองทัพบก พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงชี้แจงข่าวบิดเบือน เช่นการกล่าวหาการปฏิบัติการของกองทัพ ที่อ้างว่า มีการใช้อาวุธบนเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงแล้ว และย้ำว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการบิดเบือนข่าวสารมาโดยตลอด หรือที่เรียกว่าการปั่นข่าว เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในช่วงหลังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ปรับวิธีการสื่อสาร ซึ่งกรณีเหตุการณ์การก่อเหตุกว่า 51 จุด ในเวลาไล่เลี่ยกัน ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวพร้อมกันในหลายพื้นที่ และไม่ได้มีความรุนแรง หรือเป้าประสงค์ต่อชีวิตประชาชน แต่เป็นการปฏิบัติ เพื่อหวังผลทางจิตวิทยา โดยใช้การสื่อสาร ซึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการสู้รบ ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย และข่าวสาร ซึ่งยอมรับว่า ในช่วงเกิดเหตุค่อนข้างวุ่นวาย และมีความเคลื่อนไหวของคนจำนวนมาก ในขณะที่เจ้าหน้าที่ก็มีอยู่ส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็ลงพื้นที่ไปแก้ไขสถานการณ์ ดังนั้นความเห็นที่ไม่ตรงกันอาจเกิดขึ้นได้ และส่วนใหญ่เป็นการให้ข้อมูลโดยไม่ได้ตรวจสอบ เช่น การพูดของระดับฝ่ายการเมือง
แน่นอนว่า การก่อเหตุของ “กลุ่มโจรใต้” มีเจตนาเพื่อสร้างความปั่นป่วนในพื้นที่ ทำลายขวัญและกำลังใจของประชาชน เป็นการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ ในทางจิตวิทยา และต้องยอมรับว่าจุดที่มีการก่อเหตุดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในชนบท ป่าเขา ยากต่อการเฝ้าระวัง แต่อย่างไรก็ดี การก่อเหตุพร้อมกันหรือในเวลาไล่เลี่ยกันจำนวนถึงกว่า 50 จุดแบบนี้ เวลาผ่านไปกว่า 48 ชั่วโมงแล้วยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายหรือผู้ต้องหาได้แม้แต่รายเดียว
แม้ว่าล่าสุด มีรายงานว่ามีการจับกุมผู้ต้องหาได้ 4 คน ที่จังหวัดยะลา พร้อมอาวุธปืน เอเค 47 แต่ก็ไม่ได้มีการระบุว่าเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุเมื่อคืนวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมาหรือไม่
สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หากพิจารณากันจนถึงตอนนี้ถือว่า “น่าเป็นห่วง” ตามที่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่ตอนนี้รับผิดชอบดูแลในพื้นที่กล่าวไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องย้ำว่านี่คือ “ความล้มเหลว” ของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เพราะแม้ว่าสถานการณ์จะมีความ “ละเอียดอ่อน” ซับซ้อนกว่าพื้นที่อื่นทั่วประเทศ แต่เมื่อพิจารณาจากแนวโน้มเหตุการณ์แล้วยังถือว่า ยังไม่เห็นความชัดเจน หรือเห็นผลในทางปฏิบัติจริง
อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะมีการโต้แย้งกลับมาว่า การก่อเหตุของกลุ่ม “โจรใต้” ดังกล่าว เป็นเพราะถูกกดดันจากฝ่ายเจ้าหน้าที่ในการกวาดล้างขยายผลในเรื่องสินค้าผิดกฎหมาย ของหนีภาษี และยาเสพติดที่มีมายาวนาน และคู่กับชายแดนใต้ จนกระทั่งการจับกุมได้ผลมีการยึดของกลาง ทั้งที่บุหรี่ ยาเสพติด และเงินสดได้เป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดผลกระทบและตัดวงจรกับกลุ่มขบวนการโจรใต้ ซึ่งนั่นอาจเป็นเรื่องจริง แต่การก่อเหตุที่เพิ่งเกิดขึ้นก็ต้องบอกว่า ฝ่าย “รัฐ” ล้มเหลว ในการรับมือกับสถานการณ์ โดยเฉพาะการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุยังล่าช้า ไม่ทันการณ์ !!
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO