โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดตัว “โครงข่ายพลังงานไร้สาย” ชาร์จไฟให้ “ดาวเทียม” บนอวกาศ เพิ่มพลัง 10 เท่า

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา
สตาร์ตอัปเทคด้านเทคโนโลยีอวกาศ ทลายขีดจำกัดด้านพลังงานของดาวเทียม ด้วยการเปิดตัวเทคโนโลยีส่งพลังงานไร้สาย ที่มุ่งเป้าเปลี่ยนวงโคจรโลกให้กลายเป็นศูนย์กลางประมวลผล AI และศูนย์ข้อมูลแห่งอนาคต

เทคโนโลยีการส่งพลังงานไร้สายกำลังจะกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมอวกาศ เมื่อ สตาร์ แคชเชอร์ (Star Catcher) และ อีเธโร (Aethero) สองบริษัทเทคโนโลยีอวกาศจากสหรัฐฯ ประกาศความร่วมมือเพื่อขยายระบบการประมวลผลประสิทธิภาพสูงและปัญญาประดิษฐ์บนวงโคจร เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านพลังงาน ที่เคยเป็นอุปสรรคสำคัญ

ระบบส่งพลังงานไร้สายเพื่อดาวเทียมและยานอวกาศ

โดยบริษัท สตาร์ แคชเชอร์ (Star Catcher) เป็นผู้พัฒนาโครงข่ายพลังงานไฟฟ้าในอวกาศแห่งแรกของโลก ที่ใช้ส่งพลังงานแบบไร้สายไปยังดาวเทียมและยานอวกาศ ในขณะที่ อีเธโร (Aethero) เป็นบริษัทผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ที่ทนทานต่อรังสี โมดูลประมวลผล และซอฟต์แวร์

ภายใต้ข้อตกลงนี้ อีเธโร (Aethero) จะดึงไฟฟ้าจากโครงข่ายพลังงานมาใช้ตามความต้องการ รูปแบบนี้ช่วยให้ยานอวกาศและดาวเทียม สามารถเข้าถึงพลังงานเพิ่มเติมได้ทันทีเมื่อภาระงานประมวลผลเพิ่มสูงขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องแบกระบบผลิตและเก็บพลังงานขนาดใหญ่ไว้กับตัวยานตลอดเวลา

สิ่งนี้ช่วยแก้ปัญหาของผู้ให้บริการดาวเทียมในอดีต ที่เคยต้องออกแบบยานอวกาศโดยคำนึงถึงภาระการใช้พลังงานสูงสุด ทำให้ต้องใช้แผงโซลาร์เซลล์และระบบแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และหนัก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและขนาดของดาวเทียมก็ใหญ่ขึ้นตามไปด้วยด้วย

ออกแบบให้ส่งพลังงานได้เพิ่มสูงสุดถึง 10 เท่า

แต่ด้วยจุดเด่นของโครงข่ายพลังงานของ สตาร์ แคชเชอร์ (Star Catcher) ที่ออกแบบโดยใช้เทคโนโลยีการส่งพลังงานด้วยแสงแบบไร้สาย (Wireless Optical Power Beaming) ซึ่งจะช่วยดักจับพลังงานแสงอาทิตย์และยิงลำแสงพลังงานความเข้มข้นสูงไปยังแผงโซลาร์เซลล์เดิมของดาวเทียมได้ทันที ช่วยให้ดาวเทียมสร้างพลังงานเพิ่มขึ้นได้สูงสุดถึง 10 เท่าตามต้องการ

ความสามารถนี้ช่วยแยกข้อจำกัดด้านการประมวลผล ออกจากขีดจำกัดทางกายภาพของระบบพลังงานบนดาวเทียม เปิดทางให้ผู้บริการดาวเทียมสามารถแบ่งน้ำหนักบรรทุก (Payload) ไปติดตั้งหน่วยประมวลผลและระบบจัดเก็บข้อมูลได้มากขึ้น แล้วปล่อยให้โครงข่ายพลังงานอวกาศทำหน้าที่รองรับช่วงเวลาที่มีการใช้งานพลังงานสูงแทน

โดยทั้งสองบริษัทคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานตามข้อตกลงอย่างเต็มรูปแบบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เมื่อเครือข่ายดาวเทียมบนวงโคจรของทั้งสองฝ่ายขยายตัวครอบคลุมตามแผนที่วางไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...