สะพัด! กกต. จ่อเช็กบิล ‘พรรคประชาชน’ ปม Laser ID ส่อเข้าข่ายยุบพรรคตาม ม.92
กกต. จ่อสรุปสำนวน ‘พรรคประชาชน’ ปมสแกน Laser ID สมัครสมาชิก พบกรมการปกครองยังไม่อนุญาตเชื่อมระบบ ส่อผิด PDPA และเข้าข่าย พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 92 เสี่ยงถูกร้องยุบพรรค ท่ามกลางมรสุมข่าวลบรอบด้าน
วันที่ 6 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีมีผู้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้พิจารณายุบพรรคประชาชน เหตุจากระบบสมัครสมาชิกออนไลน์มีการขอเก็บข้อมูลเลข Laser ID หลังบัตรประชาชน โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเชื่อมโยงฐานข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย จนเกิดกระแสความกังวลเรื่องข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอาจร่วงรู้ไปถึงกลุ่มอาชญากรไซเบอร์ และอาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 92 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 ซึ่งมีบทลงโทษสูงสุดถึงขั้นยุบพรรค
ล่าสุด รายงานข่าวจากสำนักงาน กกต. เปิดเผยว่า ทาง กกต. ได้ประสานไปยังกรมการปกครอง เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขอเชื่อมต่อระบบตรวจสอบข้อมูล Laser ID แล้ว โดยได้รับแจ้งข้อมูลเบื้องต้นว่า "พรรคประชาชนยังไม่ได้รับอนุญาตให้เชื่อมต่อระบบตรวจสอบข้อมูลบัตรประชาชนกับกรมการปกครอง"
"ดังนั้น การจัดเก็บรหัสเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และรหัส Laser ID หลังบัตรของพรรคประชาชน จึงอาจเข้าข่ายการกระทำความผิด ขณะนี้คณะทำงานของ กกต. อยู่ระหว่างสรุปข้อเท็จจริงว่าเข้าข่ายความผิดใดบ้าง เพื่อเสนอให้ที่ประชุม กกต. ชุดใหญ่พิจารณาตามขั้นตอนว่าเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 92 หรือไม่ ซึ่งหากมีมติชี้มูล โทษสูงสุดคือการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมืองรวมถึงสิทธิเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค" แหล่งข่าวระบุ
ก่อนหน้านี้ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เคยให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า ในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านจากพรรคก้าวไกลมาเป็นพรรคประชาชน ทำให้การเชื่อมต่อระบบกับกรมการปกครองขาดช่วงลง แม้ทางพรรคจะยื่นหนังสือถึงกรมการปกครองแล้ว แต่กระบวนการประสานงานยังไม่เสร็จสมบูรณ์ จึงทำให้การเชื่อมระบบยังไม่สมบูรณ์ตามที่ปรากฏในข่าว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าระบบสมัครสมาชิกหน้าเว็บไซต์ไม่มีการบันทึกข้อมูลดังกล่าวลงในฐานข้อมูลของพรรค และกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
นอกจากนี้ แหล่งข่าวระบุเพิ่มเติมว่า หาก กกต. มีมติชี้มูลความผิด ยังต้องพิจารณาองค์ประกอบกฎหมายอื่นร่วมด้วย เช่น ความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงประเด็นข้อสังเกตบนหน้าเว็บไซต์สมัครสมาชิกที่ไม่มีปุ่มกดยินยอม (Consent) ให้เข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)
รายงานข่าวระบุว่า สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่พรรคประชาชนกำลังเร่งทำผลงานตรวจสอบการทุจริตและการทำงานของรัฐบาลเพื่อฟื้นฟูคะแนนนิยม แต่กลับต้องเผชิญกับประเด็นข่าวเชิงลบของสมาชิกและ สส. ในพรรคอย่างต่อเนื่อง เช่น คดีจริยธรรม 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล: กรณีการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ประเด็นในสภากรุงเทพมหานคร กรณี ส.ก. พรรคประชาชน ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการกดบัตรแสดงตนแทนกัน
คดีความส่วนตัวของ สส. กรณี นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ ถูก DSI แจ้งข้อกล่าวหาคดีเครือข่ายแชร์ลูกโซ่และ Forex, กรณี นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ ถูกฟ้องคดีหมิ่นประมาทและอยู่ระหว่างลุ้นคำตัดสินศาลอุทธรณ์คดีมาตรา 112 รวมถึงกรณี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ์ ที่มีประเด็นถูกแจ้งข้อหาเกี่ยวกับคดีคอมพิวเตอร์และการตรวจสอบการเลือกตั้ง ข้อถกเถียงสาธารณะ กรณี นายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.นครราชสีมา ตั้งคำถามเรื่องงบประมาณก่อสร้างบังเกอร์ชายแดนจนถูกกองทัพโต้แย้งข้อมูล, ประเด็นข้อกล่าวหาการล่วงละเมิดทางเพศในพรรคที่อดีต สส. ออกมาระบุว่าขาดการตรวจสอบ รวมถึงกระแสต่อต้านหลังจาก นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แสดงความเห็นเรื่องแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคการเมืองอื่น
ขั้นตอนหลังจากนี้ ต้องจับตาดูการประชุมของ กกต. ชุดใหญ่ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไปหรือไม่