โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กร่างบนมอเตอร์เวย์สาย7! บัสทัวร์ฉุนถูกแทรกขบวน รุมลุงขับบัสพนักงานเจ็บ

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กร่างบนมอเตอร์เวย์สาย7! บัสทัวร์ฉุนถูกแทรกขบวน รุมทำร้ายลุงขับบัสพนักงานเจ็บ ด้านบริษัทต้นสังกัดเข้าดูแลสภาพจิตใจ “ลุงเปี๊ยก” ยันดำเนินคดีถึงที่สุด

กร่างบนมอเตอร์เวย์สาย7! บัสทัวร์ฉุนถูกแทรกขบวน รุมทำร้ายลุงขับบัสพนักงานเจ็บ ด้านบริษัทต้นสังกัดเข้าดูแลสภาพจิตใจ “ลุงเปี๊ยก” ยันดำเนินคดีถึงที่สุด

วันที่ 23 ก.ค. 69 จากกรณีเหตุการณ์สุดกร่างของกลุ่มรถบัสนำเที่ยว ซึ่งไม่พอใจที่ถูกรถบัสรับ-ส่งพนักงานขับแทรกขบวน ก่อนขับรถมาล้อมให้จอด แล้วมาด่าทอคนขับรถบัสรับ-ส่งพนักงาน จากนั้นได้บุกขึ้นมาบนรถแล้วชกต่อยคนขับรถบัสรับ-ส่งพนักงานจนได้รับบาดเจ็บ ทำให้รถพุ่งไปชนท้ายรถบัสนำเที่ยวคันที่จอดขวางอยู่ข้างหน้า สร้างความตื่นตกใจให้กับพนักงานโรงงานบนรถ กระทั่งกลุ่มผู้ก่อเหตุจะรีบขับหลบหนีไป เหตุเกิดบริเวณเส้นทาง มอเตอร์เวย์ หมายเลข 7 ขาออกบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 44

ต่อมา ทีมข่าวได้เดินทางไปที่บริษัทรถบัสแห่งหนึ่ง ของพนักงานขับรถ ผู้เสียหาย ในพื้นที่ตำบลลาดขวาง อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายธีรศักดิ์ ฉิมมา หรือ ลุงเปี๊ยก เปิดเผยว่า ตนเองได้ขับรถไปรับพนักงานบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อที่จะนำมาส่งในในพื้นที่บ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ปรากฏว่า เมื่อขับรถมาถึงจุดเกิดเหตุ และอยู่ในเลน 2 ก็ได้ยินเสียงไซเรนรถนำขบวน คณะรถบัสนำเที่ยวมายังเลนที่ 3 แต่ในขณะนั้น ด้านหน้าตนเองเป็นรถพ่วง 10 ล้อ ตัวเองจึงได้มีการโยกเข้าเลนกลางฝั่งขวา เพื่อขับขึ้นแซง ซึ่งตัวเองดูจังหวะแล้วคิดว่าน่าจะเข้าได้ และแซงได้ ทำให้ตัวเองได้มีการขับรถตัดขบวนไปหลังรถนำขบวน คันแรกขับผ่านไป และมีรถบัสกำลังตามหลังมา

จากนั้น ทำให้กลุ่มคนขับรถบัสนำเที่ยวไม่พอใจ คิดว่าตัวเองขับรถปาดหน้า ก่อนที่กลุ่มรถบัสจะได้มีการขับรถไล่บีบแตร และประกบตามดักหน้าซ้ายขวาถึงสามคัน

โดยตอนนั้นตนเองได้มีการชิดซ้ายเพื่อจอดรถ และตั้งใจว่าจะเปิดกระจกขอโทษ หากตัวเองนั้นผิด แต่ยืนยันว่า ก่อนที่จะตัดสินใจแซงได้มีการเปิดไฟ เพื่อส่งสัญญาณแล้ว แต่เขาก็ยังปรักปรำว่า ตนขับปาดหน้าและขับรถเฉี่ยว ซึ่งระหว่างนั้นยังไม่ได้มีการเฉี่ยวชนกันแม้แต่น้อย

ขณะเดียวกันพอตนเองจอดรถ กลุ่มของฝั่งรถบัสนำเที่ยว ได้มีการกรูเข้ามาตรงหน้าต่างฝั่งคนขับ 2-3 คน ก่อนที่จะมีการต่อว่าตนเองว่า “ขับรถภาษาอะไร” ซึ่งตอนนั้นตนเองก็ยังใส่เกียร์ 1 เอาไว้อยู่ และเหยียบเบรก กะว่าขอโทษเสร็จแล้วจะรีบขับรถไป ก็พยายามอธิบายว่า “เปิดไฟขอทางแล้ว”

แต่ปรากฏว่า ชายร่างท้วม สวมเสื้อสีดำตามในคลิป ได้วิ่งลงมาจากฝั่งข้างคนขับรถบัสด้านขวามือ ก่อนที่จะพยายามยื่นกำปั้นเข้ามาทางช่องกระจก แต่ไม่โดน จึงได้วิ่งอ้อมมาทางฝั่งประตูฉุกเฉิน หรือ ประตูลม ซ้ายมือด้านข้างคนขับ และเปิดประตูเข้ามา ต่อยเข้าที่ใบหน้าตนเองเต็มแรง จนทำให้รถบัสของตนเองได้ไหลไปชนท้ายรถบัสคู่กรณีจนกระจกหน้าแตก และกันชนพังเสียหาย

ส่วนประตูฉุกเฉิน ปกติแล้วประตูจะถูกปิดเอาไว้ จะเปิดได้เฉพาะคนขับ หากบุคคลภายนอกที่รู้เรื่องระบบรถบัสก็จะรู้ว่ามีจุดที่สามารถเปิดประตูจากด้านนอกเข้ามาได้ ซึ่งคนทั่วไปก็จะไม่รู้ นอกจากเป็นเด็กรถ หรือคนขับรถ กรณีคนก่อเหตุ ตัวฝั่งรถบัสนำเที่ยวอ้างว่า เขาไม่ใช่พนักงานของรถบัสนำเที่ยว เป็นคนที่มากับคณะทัวร์ซึ่งตนไม่เชื่อ! เพราะมองว่าเขารู้ระบบรถเป็นอย่างดี

นายธีรศักดิ์ เล่าอีกว่า หลังจากเกิดเหตุเมื่อวานนี้ ตนเองได้แจ้งให้ทางผู้จัดการบริษัททราบ และได้เดินทางไปแจ้งความที่ สภ. บางปะกง ซึ่งตั้งแต่เกิดเรื่อง ชายที่ก่อเหตุก็ไม่ได้มีการติดต่อเข้ามา

ท้ายที่สุด นายธีรศักดิ์ ยังบอกอีกว่า ตนเองตั้งใจมาทำมาหากิน ขับรถเพียงแค่ห้าปี ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ยอมรับว่าตอนนี้ก็ยังรู้สึกตกใจ กับสิ่งที่เกิดขึ้น

ด้านนายต่อ พรหมศรี อายุ 35 ปี ผู้จัดการบริษัท ต้นสังกัดของลุงเปี๊ยก กล่าวว่าหลังจากทราบเรื่องทางบริษัทฯ ก็ได้ให้เข้ามาดูแลจิตใจของลุงเปี๊ยก และให้ดำเนินการในเรื่องของคดี เพราะตอนแรกลุงเปี๊ยกมีความกังวลว่าทางคู่กรณีจะแจ้งข้อกล่าวหาพยายามฆ่า เพราะรถไหลไปชนรถอีกคัน แต่จากรูปคดีเหตุการณ์ที่รถไหลไปชนนั้นก็เกิดจากการที่ลุงโดนทำร้ายร่างกาย และต้องปกป้องตัวเอง ทำให้เท้าไม่สามารถเหยียบเบรกได้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ชี้ว่าเป็นอุบัติเหตุ เพราะสาเหตุก็เกิดจากการถูกทำร้ายร่างกาย

ส่วนคนที่ก่อเหตุขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นพนักงานบริษัทของรถคันดังกล่าวหรือไม่ เพราะจากกระแสข่าวบอกว่าไม่ใช่พนักงาน อาจเป็นเด็กรถหรือลูกทัวร์ที่มากับรถ ฉะนั้นจึงอยากให้ผู้ที่ก่อเหตุออกมาแสดงความรับผิดชอบ ส่วนทางบริษัทรถทัวร์ดังกล่าวก็ได้ติดต่อเพื่อที่จะขอเยียวยาเรื่องที่เกิดขึ้น

ส่วนลุงเปี๊ยกทางบริษัทฯ ก็ขอให้พักรักษาตัวรวมถึงสภาพจิตใจ เพราะลุงเปี๊ยกก็ยังตกใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งตนเองก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้จะเกิดขึ้นกับทางบริษัทของตนเอง ส่วนใหญ่แล้วจะเห็นจากในข่าว ซึ่งทางบริษัทก็จะดูแลลุงเปี๊ยกเป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...