โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 08.05 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 08.05 น. • enjoybook
ลี่หรงทะลุมิติมาอยู่ในนิยายที่ตัวละครชื่อเหมือนเธอ จากลี่หรงคนก่อนที่คอยทำลายครอบครัวสามี มาคราวนี้แหละเธอจะช่วยให้สามีร่ำรวยเอง

ข้อมูลเบื้องต้น

ทะลุมิติมาช่วยสามี (ว่าที่เศรษฐี) ในยุค 70
穿书七零,糙汉男主赚钱养我
***ลิขสิทธิ์ถูกต้องภายใต้หจก. EnJoyBook ***
ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์ (Digital license) สำหรับแปลขายลงบนเว็บไซต์ได้อย่างถูกลิขสิทธิ์ 100%
สงวนลิขสิทธิ์
ผู้แต่ง : 软甜野雾 ผู้แปล : ทีมงาน Enjoybook

เรื่องย่อ

จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ พลันทำให้หญิงสาวได้ทะลุมิติมาในนิยายย้อนยุคที่เธอเคยอ่าน เป็น ‘ลี่หรง’ นางเอกนิยายที่ชื่อเดียวกับเธอ แถมมีสามีสุดเย็นชา ‘จ้าวชิงซง’ คอยจับตาดูเธออีกด้วย จากหญิงสาวคนเดิมที่ไม่ลงรอยกับสามี มาคราวนี้ลี่หรงตั้งใจจะเริ่มชีวิตใหม่โดยการช่วยให้สามีของเธอร่ำรวยขึ้นให้ได้

บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นนางเอกในนิยาย

บทที่ 1 ทะลุมิติมาเป็นนางเอกในนิยาย

“ใกล้จะถึงแล้ว ตอนนี้ฉันติดไฟแดงอยู่”
เมื่อเช้า ลี่หรงนอนตื่นสาย แต่เพราะต้องเข้าร่วมบันทึกถ่ายทำรายการ ตอนนี้เธอจึงกำลังขับรถเพื่อไปที่หน้างานอย่างเร่งรีบ ผู้ช่วยก็โทรหาหลายต่อหลายครั้ง หลังจากวางสายไป ลี่หรงก็รีบยกเท้าขึ้นเหยียบคันเร่งสุดแรง
โครม!
เสียงดังก้องไปทั่วทางแยกบนท้องถนน
เธอรู้สึกปวดที่ศีรษะอย่างรุนแรง ก่อนจะหมดสติไปทันที
ลี่หรงหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ก่อนจะตื่นขึ้นมา และสิ่งที่สะดุดตาคือคานไม้เก่า ๆ สีน้ำตาลเทา

เมื่อมองไปด้านข้าง ลี่หรงก็เห็นโต๊ะและเก้าอี้ที่ดูแปลกตาในบ้านซึ่งปูด้วยกระดาษสีแดง ชั้นวางยกสูงข้างประตู อ่างเคลือบที่มีตัวอักษรสีแดงเขียนว่า ‘ฉี’ (囍) พื้นหลังสีขาว โดยมีผ้าเช็ดตัวสีขาวสองผืนแขวนอยู่

ตัวเธอในขณะนี้ กำลังแต่งตัวเหมือนตัวละครในนิยายย้อนยุค!
และประเด็นสำคัญคือ …เธอเป็นนางเอก!

นางเอกในหนังสือมีชื่อและแซ่เหมือนกันกับเธอ แต่บุคลิกของทั้งสองแตกต่างอย่างสิ้นเชิง

‘ลี่หรง’ ในหนังสือเล่มนี้ เธอเป็นอุปสรรคขัดขวางความสำเร็จของพระเอก เป็นผู้ที่คอยทรมานตัวเอกของเรื่องมานานหลายทศวรรษ

ทำให้ครอบครัวแตกแยก และมอบเงินให้คนนอก เมื่อใดก็ตามที่ธุรกิจของพระเอกดีขึ้น เธอจะเริ่มทำตัวเป็นนางปีศาจ ก่อนเสียชีวิตด้วยอาการป่วยในท้ายที่สุด

ในหนังสือต้นฉบับ ชีวิตของ ‘ลี่หรง’ จบลงด้วยความเจ็บป่วยและความตาย น่าเสียดายที่พระเอกผู้ทำงานหนักมาตลอดชีวิตของเรื่องนี้ต้องมาตกหลุมรักผู้หญิงอย่าง ‘ลี่หรง’

ลี่หรงกลับมามีสติอีกครั้ง เธอลองหลับตาลงและลืมตาขึ้น แต่ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม

หญิงสาวถอนหายใจ

ตัวเธอในชีวิตก่อนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์

แต่สวรรค์ได้ประทานโอกาสให้เธอได้เกิดใหม่อีกครั้ง

ลืมมันไปซะ มีชีวิตอยู่ก็ดีแล้ว กลับมาเเล้วก็จงอยู่อย่างมีความสุข

เธอกดนวดขมับที่ตึงเครียด ล้างหน้าด้วยน้ำในอ่าง แล้วเงยหน้าขึ้นมองกระจก

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าทำให้ลี่หรงตกอยู่ในภวังค์ครู่หนึ่ง หญิงสาวในกระจกมีตาโต จมูกโด่ง ริมฝีปากงดงาม
ถึงจะไม่ทาลิปสติก แต่ ‘ลี่หรง’ คนนี้ก็นับว่าสวยระดับท็อป ๆ เลยนะเนี่ย

ปฏิทินหนาเตอะแขวนอยู่บนผนัง ลี่หรงหรี่ตามอง เห็นว่าวันเวลาบนปฏิทินเป็นวันเวลาเดียวกับที่เขียนไว้ในหนังสือที่เธอเคยอ่าน

ฤดูใบไม้ร่วงในปี ค.ศ. 1974

จิตใจของเธอปั่นป่วน ในใจก็แอบยินดีที่ตัวเองเคยขยันอ่านหนังสือประวัติศาสตร์

ดังนั้น แม้ว่าตัวเธอเองจะไม่ได้แตะหนังสือประวัติศาสตร์มานานกว่าสี่ปีในมหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม

แต่ยุคสมัยที่ตัวเธอในร่าง ‘ลี่หรง’ อยู่ในตอนนี้ ก็ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ไม่คุ้นเคยแต่อย่างใด เพราะหลังจากนี้อีกสองปี หรือก็คือปี ค.ศ. 1977 การสอบเข้ามหาวิทยาลัยจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง

หลังจากมุ่งเป้าไปที่การจัดการปัญหาในครัวเรือน ในที่สุดก็มีการปฏิรูปและเปิดกว้าง รัฐได้ทำการส่งเสริมการพัฒนาผู้ประกอบการ

มีการประกาศใช้นโยบายที่ดี ทำให้ผู้คนจำนวนมากใช้ประโยชน์จากการพัฒนาของยุคสมัย จนกลายเป็นคนกลุ่มแรกที่ร่ำรวย

เดิมทีลี่หรงเป็นคนกล้าหาญและมุ่งมั่นอยู่เสมอ

ในเมื่อสวรรค์ส่งเธอมาที่โลกนี้ เธอก็ต้องทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อไม่ให้เสียเวลาเปล่า

เมื่อมีจุดมุ่งหมายแล้ว แรงจูงใจก็จะเติบโตขึ้นตามไปด้วย

ลี่หรงเชื่อว่าเธอจะสามารถพึ่งพาภูมิปัญญาของตัวเองและความคิดความอ่านของคนในอนาคตให้เป็นประโยชน์ได้

ทำให้ชีวิตของตัวเองร่ำรวยและรุ่งโรจน์

แต่ถึงจะมีเป้าหมายแล้ว ทว่าชีวิตในปัจจุบันของลี่หรงก็ยังนับว่ามีปัญหามากมายที่ต้องแก้ไข

เพราะสาเหตุที่นางเอกกับพระเอกแต่งงานกันในหนังสือต้นฉบับนั้น พูดแล้วก็เศร้านัก

พระเอก ‘จ้าวชิงซง’ เกษียณก่อนวัยเนื่องด้วยอาการบาดเจ็บ มันเป็นความผิดปกติของเท้าที่ใคร ๆ ก็สามารถรับรู้ได้ เขาไม่สามารถทำงานเกษตรกรรมได้ ดังนั้นจึงไม่มีครอบครัวใดยินดีให้ลูกสาวของตนแต่งงานกับผู้ชายแบบนี้

และเนื่องจากลูกชายของเธอไม่สามารถแต่งภรรยาเข้าบ้านได้ แม่ของจ้าวชิงซงจึงร้อนใจราวกับมดบนหม้อไฟ

บังเอิญจ้าวชิงซงช่วยลี่หรงที่ตกลงไปในแม่น้ำได้พอดิบพอดี

และในยุคที่ชายหญิงไม่ควรถูกเนื้อต้องตัวกันก่อนแต่งงาน จ้าวชิงซงกลับผายปอดให้ลี่หรง

ข่าวนี้ถูกแพร่สะพัดออกไปไกล จนถึงหูแม่ของจ้าวชิงซง

นั่นทำให้แม่ของจ้าวชิงซงตื่นเต้น ราวกับพบคนที่จะแต่งงานกับลูกชายได้แล้ว นางถามลี่หรงว่าเธอจะยอมแต่งงานกับจ้าวชิงซงไหม?

แน่นอนว่าตัว ‘ลี่หรง’ ไม่พอใจ แต่เนื่องจากหยางเต๋อเป่าบอกว่าเขาต้องการเงิน จึงหันไปร่วมมือกับหลัวปิงเพื่อเกลี้ยกล่อมให้ลี่หรงเห็นด้วย

ตบท้าย หยางเต๋อเป่ายังบอกอีกว่าเขาจะรวบรวมเงินมาคืนให้ในภายหลังเพื่อพาลี่หรงกลับมา

ลี่หรงจึงใจอ่อน ทว่าในนิยายไม่ใช่เพียงแค่เธอแต่งงานกับจ้าวชิงซง เธอยังมอบเงินสองร้อยหยวนให้กับหยางเต๋อเป่าตามที่เขาต้องการอีกด้วย

แต่ต่อมา หยางเต๋อเป่ากลับล้มความตั้งใจที่จะรวบรวมเงินมาคืน และกลายเป็นว่าเขาเอาแต่ยุยงให้ลี่หรงแยกทางกับสามี พร้อมทั้งมาไถเงินเธอไม่หยุดหย่อน

ทั้ง ๆ ที่ ‘ตัวเธอ’ ได้โอกาสมีชีวิตใหม่แท้ ๆ แต่ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง ตัวเธอดันย้อนกลับมาในช่วงที่ ‘ลี่หรง’ ตัดสินใจกระโดดลงน้ำ เพื่อบีบบังคับให้แยกครอบครัวออกมาอยู่กันเอง

เธอได้แต่ถอนหายใจออกมาซ้ำ ๆ ขณะรู้สึกอึดอัดกับเสื้อผ้าเปียก ๆ บนร่างกายของตน

โชคดีที่ยังพอมีเสื้อผ้าสะอาด ๆ ให้เปลี่ยน ลี่หรงเลยถอดเสื้อผ้าที่เปียกออก ทว่าประตูก็ถูกผลักให้เปิดจากด้านนอกในจังหวะนั้นเช่นกัน

ลี่หรงอุทานลั่น เธอจับเสื้อขึ้นมาบังไว้ที่เนินอกก่อนทรุดตัวลง

แน่ล่ะ จ้าวชิงซงไม่ได้คาดหวังถึงฉากที่สวยงามเช่นนี้เมื่อเขาเปิดประตู

เขารีบมองเฉไปทางอื่น พร้อมปิดประตูด้วยความตื่นตระหนก ก่อนจะตระหนักได้ว่าพฤติกรรมของเขาทำให้เรื่องดูแปลกยิ่งกว่าเดิม เลยพูดว่า “ขอโทษ” ด้วยความไม่สบายใจ และพูดเสริมว่า “รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ”

ลี่หรงใช้เวลาไม่กี่วินาทีหลังจากนั้นในการแต่งตัว เธอสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วพูดว่า “ฉันแต่งตัวเสร็จแล้ว”

จากนั้นจ้าวชิงซงก็หันกลับมา และเดินไปหาลี่หรงที่กำลังมองตรงมา

ในสายตาของเธอ ผู้ชายตรงหน้านี้มีรูปร่างสูง สวมกางเกงขายาวสีเขียวทหาร เขาสวมชุดเอี๊ยมสีขาวเหลือง และเดินกะโผลกกะเผลกเล็กน้อย

แสงกระทบของดวงอาทิตย์ที่กำลังตก ส่องลงบนใบหน้าของเขา

แต่นั่นกลับไม่สามารถทำให้ใบหน้าที่แข็งกระด้างของเขาอ่อนลงได้เลย …คงเป็นเพราะคิ้วที่ทั้งกว้างและคมคู่นั้นล่ะมั้ง?

นี่คือ จ้าวชิงซงใช่ไหม?

แม้ว่าในนิยายจะบรรยายว่าพระเอกคนนี้หล่อเหลาเพียงใด มันก็ยังไม่เท่ากับการที่ได้มาเห็นด้วยตาของตัวเองอยู่ดี …เขาคนนี้ บอกได้คำเดียวว่าหล่อมาก!

หัวใจของลี่หรงเต้นระรัว รอยยิ้มปรากฏบนริมฝีปากของเธอ

จ้าวชิงซงที่เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของลี่หรง อารมณ์พลันขุ่นมัวลง ในใจก็คิดไปว่าที่เธอยิ้มเพราะชอบใจที่ในที่สุดก็จะได้แยกครอบครัวหรือเปล่าน่ะ?

เมื่อคิดถึงการแยกครอบครัวของตัวเขาและเธอ จ้าวชิงซงก็ยิ่งมีสีหน้าย่ำแย่ ก่อนจะนั่งลงบนเตียงเตาพลางลูบเส้นผมบนหัวอย่างจนใจ และถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “ที่คุณดูมีความสุข เพราะในที่สุดพวกเราก็จะได้แยกครอบครัวออกมางั้นเหรอ?”

ไม่แน่นอน! ลี่หรงกำลังจะพูด แต่เขากลับชิงพูดต่อ

“ผมเคยบอกไปแล้ว… หากคุณไม่ชอบการแต่งงานครั้งนี้ ผมจะไม่ห้ามถ้าคุณต้องการจะเลิก แต่สิ่งที่คุณทำในวันนี้มันมากเกินไป! ตอนนี้พวกเราแยกครอบครัวออกมาแล้ว คุณพอใจแล้วใช่ไหม? ดังนั้นช่วยสงบสติอารมณ์หน่อยเถอะ นอกจากนี้เพื่อเห็นแก่ร่างกายของคุณเอง ก็หยุดล้อเล่นอย่างการกระโดดลงแม่น้ำเหมือนวันนี้ได้แล้ว”

น้ำเสียงเขาเย็นชา เห็นได้ชัดว่ากำลังระงับความโกรธ

ลี่หรงเม้มริมฝีปากของเธอ จำได้ว่าวันนี้ ‘ตัวเธอ’ ได้เดินไปบอกต่อหน้าเขาว่าต้องการจะแยกครอบครัว ทั้งยังขู่ว่าจะกระโดดน้ำ แต่ ‘ลี่หรง’ ในตอนนั้นกับ ‘ลี่หรง’ ในตอนนี้เป็นคนล่ะคนกันเนี่ยสิ

เพราะตัวเธอในตอนนี้ ไม่คิดจะทำแบบเดียวกับที่ลี่หรงคนก่อนทำ แต่เพราะไม่อาจหาข้อแก้ตัวดี ๆ ได้ ลี่หรงจึงได้แต่เงียบสู้

เมื่อจ้าวชิงซงไม่ได้รับคําตอบใด เขาจึงเงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้าแวบหนึ่ง

เห็นเพียงอีกฝ่ายก้มหน้าก้มตา ไม่พูดจาอะไร ดูเงียบผิดปกติ เขาก็ไม่อยากใส่ใจเรื่องนี้อีก ก่อนหยิบเงินสองร้อยหยวนออกจากกระเป๋ามาวางบนเตียง และพูดด้วยน้ำเสียงเบา ๆ ว่า “นี่คือเงินสำหรับครอบครัวเราที่แยกตัวออกมา คุณเก็บเอาไว้ให้ที”

ภายในไม่กี่นาทีระหว่างนั้น ลี่หรงพลันคิดได้หลายอย่าง เธอนึกเสียดายพระเอกที่หน้าตาดีผู้มีความสามารถ ที่ครั้งหนึ่งเคยคร่ำครวญว่านางเอกตามืดบอด ก่อนจะย้อนนึกถึงตอนที่ตัวเองอ่านนิยายเรื่องนี้ เธอนั้นทั้งชื่นชมและเสียใจต่อพระเอก ทว่าในเมื่อตัวเองหลุดเข้ามาในโลกใบนี้แล้ว เธอก็สามารถแก้ไขเรื่องราวได้ หันมาทำดีกับพระเอก และสร้างครอบครัวอันดีพร้อมร่วมกันไปกับเขาได้

ที่สำคัญคือ ความได้เปรียบจากความรู้ที่มี ที่เธอสามารถคาดคะเนสิ่งที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นขอเพียงเขาและเธอขยันทำงาน ชีวิตที่ดีในวันข้างหน้าจะหนีไปไหนได้?

ยิ่งคิดแบบนี้ หัวใจของหญิงสาวก็พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด

“ตกลง” ลี่หรงมองผู้ชายตรงหน้า “ฉันจะไม่สร้างปัญหาอีกแล้ว”

เขาขมวดคิ้วมองลี่หรงด้วยความสงสัย เห็นได้ชัดว่าไม่เชื่อในคําพูดของเธอ ทว่าเขาก็ไม่ได้ปริปากบอกอะไร คิดเพียงว่าจะจัดการเรื่องการแยกครอบครัวให้มันจบ ๆ ไป บ่ายนี้เธอจะได้ไม่ทำตัวดื้อดึงอีก

ทว่าทันใดนั้น ท้องของลี่หรงกลับร้องขึ้นขัดจังหวะคำพูดของจ้าวชิงซงเสียก่อน

สายตาของทั้งคู่ประสานกัน ก่อนหญิงสาวจะถามเขาว่า

“มีอะไรกินบ้างไหม?”

น้ำเสียงของเธอในเวลานั้นดูนุ่มนวลอ่อนหวาน ต่างกับเมื่อก่อนที่ชอบพูดจาเสียดแทง

จ้าวชิงซงเม้มริมฝีปาก ก่อนพูดด้วยเสียงเคร่งขรึมว่า “รอก่อน”

ไม่นานหลังจากนั้น จ้าวชิงซงก็เข้ามาพร้อมชามใบใหญ่

ขอบชามแตกเล็กน้อย ข้างในมีหมั่นโถวและผักดอง

เธอเม้มริมฝีปาก มีแต่อาหารแบบนี้งั้นเหรอ?

เขาอ่านความลังเลในดวงตาของเธอออก ก่อนจะรู้สึกยิ้มเยาะในใจ เริ่มมั่นใจแล้วว่าที่แท้ลี่หรงก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย

บทที่ 2 น้ำเชื่อมรสหวานที่ชวนให้ใจอบอุ่น

บทที่ 2 น้ำเชื่อมรสหวานที่ชวนให้ใจอบอุ่น

จ้าวชิงซงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ถ้าคุณไม่อยากกิน งั้นผมจะเอามันไปเททิ้ง”

“กิน! ฉันจะกิน!” ลี่หรงคว้าหมั่นโถวนึ่งแล้วรีบกัดลงไป

ให้ตายเถอะ ผู้ชายคนนี้หนิ

ฝืดคอชะมัด…

กลืนลำบากจัง

ในฐานะฟูดบล็อกเกอร์ที่มีผู้ติดตามหลายสิบล้านคน เธอไม่เคยกินหมั่นโถวเนื้อหยาบขนาดนี้มาก่อน ทำให้คอของเธอแห้งผากราวกับกลืนทรายเข้าไปเป็นกระสอบ

ดูเหมือนว่าการปรับปรุงคุณภาพอาหารจะเป็นงานแรกของลี่หรง

แม้ว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสองจะเป็นคนแปลกหน้ากัน แต่เธอก็ตกหลุมรักตัวเอกชายคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น เมื่อคิดว่าในอนาคตชายผู้นี้จะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ จึงตัดสินใจเกาะขาชายคนนี้อย่างชาญฉลาด และถ้าจะดูแลเขาให้ดี ก็ต้องดูแลเรื่องปากท้องของเขาก่อน นี่แหละคือเวลาที่ฟูดบล็อกเกอร์อย่างเธอจะได้ฉายแสง!

จ้าวชิงซงซึ่งนั่งอยู่ข้าง ๆ เฝ้าดูลี่หรงกลืนน้ำลายอย่างช้า ๆ เมื่อเห็นดวงหน้าอันสงบนิ่งของหญิงสาว เขาก็รู้สึกว่าเธอไม่ได้น่ารำคาญขนาดนั้น และเมื่อเห็นว่าลี่หรงกำลังกลืนด้วยความยากลำบาก จึงลุกขึ้นและเดินออกไปอย่างเงียบ ๆ จากนั้นก็กลับมาพร้อมกับชามใส่น้ำ

หมั่นโถวกำลังติดคอเธออยู่พอดี

เฮือก!

เมื่อลี่หรงเห็นน้ำก็ไม่สนใจที่จะพูดขอบคุณด้วยซ้ำ เพียงหยิบชามขึ้นมาและกลืนไปอึกใหญ่

ความหวานไหลผ่านริมฝีปากลงสู่ท้อง จึงทำให้สาวเจ้ารู้สึกโล่งคอในทันที

ก่อนหน้าเธอคิดว่ามันเป็นน้ำต้มธรรมดา แต่หลังจากดื่มไปแล้ว เธอก็ต้องพูดด้วยความประหลาดใจว่า “น้ำเชื่อมเหรอ?”

“อืม” ชายคนนั้นตอบราวกับเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป

ต้องไม่ลืมว่าในยุค 70 เช่นนี้ น้ำเชื่อมจากน้ำตาลทรายขาว ถือเป็นของหายากราคาแพง

ผู้ชายคนนี้…

และแล้วความหวานที่ไม่ได้มาจากน้ำเชื่อมพลันแผ่ซ่านไปยังหัวใจของลี่หรงทันที

ลี่หรงกัดหมั่นโถวจนเหลือเพียงครึ่งเดียว แต่กระเพาะไม่อนุญาตให้หญิงสาวยัดสิ่งใดเพิ่มเติมอีกแล้ว เธอจึงมองไปที่จ้าวชิงซงอย่างเงียบ ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าชายคนนั้นกลับสามารถอ่านความคิดของเธอได้อย่างรวดเร็ว และส่งสีหน้ากลับมาว่า ‘ไม่อนุญาตให้ทิ้ง’ โดยไร้เสียง

หลังจากที่ลี่หรงยัดหมั่นโถวทั้งหมดเข้าปาก เธอก็ยกถังไม้เข้าบ้าน ตักน้ำร้อนที่เหลือในหม้อไปอาบน้ำให้สดชื่น

เมื่อกลับเข้ามาในห้อง หญิงสาวก็พบว่ามีตะเกียงน้ำมันถูกจุดอยู่ด้านใน

ขณะนั้นจ้าวชิงซงกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง ไม่รู้ว่าเขาเผลอหลับไปตอนไหน

มีโต๊ะเตี้ย ๆ คั่นอยู่ระหว่างพวกเขาทั้งสองบนเตียงเตา ลี่หรงที่กำลังจะนอนจึงหันไปดับตะเกียง ก่อนจะปีนขึ้นเตียง และหลับไปด้วยความง่วงงุน

วันรุ่งขึ้น ลี่หรงตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงไก่ขัน

ชายที่นอนอยู่ข้าง ๆ เธอไม่อยู่แล้ว

‘ลี่หรง’ ที่ตื่นขึ้น พลันนึกขึ้นได้ว่าในนิยาย แม้พระเอกของเรื่องจะไม่สามารถทำงานใช้แรงงานได้ เนื่องจากเท้าซ้ายที่ผิดปกติ แต่เขาก็เป็นคนขยัน ชอบตื่นเช้ามาสับฟืนและทำสิ่งอื่น ๆ เท่าที่สามารถทำได้อยู่เสมอ

ขณะนั้น ‘เหอซิง’ พี่สะใภ้ของจ้าวชิงซง และ ‘แม่จ้าว’ ก็ได้ตื่นแต่เช้าเช่นกัน และกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอาหาร

ลี่หรงได้ยินจ้าวชิงซงเรียกพวกเขา ก่อนได้ยินแม่จ้าวถามด้วยเสียงแผ่วเบา

“ภรรยาของลูกยังไม่ตื่นเหรอ?”

ลี่หรงที่ตื่นไม่ได้ยินคำตอบของจ้าวชิงซง แต่กลับเป็นแม่จ้าวที่พูดเสียงยืดยาวออกมาแทน

“เจ้ารอง ไม่เป็นไรที่เจ้าสาวของลูกจะเกียจคร้าน และแม้ตอนนี้ลูกจะแยกบ้านออกมาแล้ว แต่ก็ต้องทำดีกับเมียเข้าไว้ แล้วก็ต้องขยันทำมาหากิน จะได้มีกินมีใช้นะ”

แม่จ้าวเป็นคนเรียบง่าย ไม่ใช่แม่สามีที่ใจร้ายอะไร แม้ว่าเมื่อวานลี่หรงจะไปโวยวายที่บ้าน แต่เธอก็ไม่ได้เกลียดลี่หรง สิ่งที่เธอพูดก็เพราะกลัวว่าลูกชายคนเล็กของเธอจะเกลียดผู้เป็นภรรยา ดังนั้นเธอจึงขอให้เขาทำดีกับลี่หรงเข้าไว้

ลี่หรงที่ฟังผ่านกำแพง อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ แม่จ้าวเป็นแม่สามีที่ดีจริง ๆ

เมื่อคว้าผ้าเช็ดตัว และหยิบอ่างน้ำออกมา ลี่หรงพลันเปิดประตูออกไป โดยเธอได้พบกับจ้าวชิงซงที่กำลังผ่าฟืนอยู่ในลาน ทว่าอีกฝ่ายกลับยังคงก้มศีรษะลงและผ่าฟืนต่อไป

ลี่หรง “!!!”

ให้ตายสิ! ผู้ชายคนนี้ปฏิบัติต่อเธอเหมือนเธอไม่มีตัวตนงั้นแหละ!

ลี่หรงเม้มริมฝีปากแล้วตักน้ำจากบ่อมาล้างตัว หลังจากล้างตัวและเทน้ำทิ้งเสร็จ หญิงสาวก็กำลังจะเข้าไปในบ้าน แต่กลับเป็นแม่จ้าวที่เข้ามาพร้อมกับถือกิ่งหลิวไว้ในมือ

โดยทั่วไปคนในหมู่บ้านจะใช้กิ่งหลิวแปรงฟัน และมีเพียงคนหนุ่มสาวที่ได้รับการศึกษาเท่านั้นที่จะไปสหกรณ์เพื่อซื้อแปรงสีฟันและยาสีฟัน

อย่างไรก็ตาม จ้าวชิงซงก็ใช้แปรงสีฟันเช่นกัน อาจเป็นเพราะเขาคุ้นเคยกับมันสมัยอยู่กองทัพ

“อ้าว ลูกสะใภ้รอง ตื่นแล้วเหรอ?” แม่จ้าวเริ่มพูด

“พวกเราเพิ่งทำอาหารเช้าเสร็จ ถ้าลูกสะใภ้รองจะใช้ครัวก็ต่อได้เลยนะ”

การแยกครอบครัวเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้ครอบครัวจ้าวมีหม้อและกระทะในครัวไม่เพียงพอ พวกเขาจึงต้องผลัดกันใช้

ลี่หรงที่ได้ยินแบบนั้นจึงหยุดเดิน ก่อนหันมาพูดว่า “ขอบคุณค่ะแม่จ้าว”

แม่จ้าวมองดูแผ่นหลังของเธอ ด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง นี่ลี่หรงเรียกเธอว่าแม่จ้าวเหรอ? หรือเพราะการแยกครอบครัว ที่ทำให้เธอนิสัยเปลี่ยนไป

พอคิดมาถึงตรงนี้ เธอก็ส่ายหัวไปมา ในใจคิดว่าถ้าการแยกครอบครัวทำให้ลูกสะใภ้รองดีขึ้นก็ถือเป็นเรื่องที่ดีแล้ว

ก่อนหน้านี้ เนื่องจากจ้าวชิงซงที่เป็นทหารส่งเงินกลับมาทุกเดือน สภาพครอบครัวจ้าวจึงดีกว่าครอบครัวอื่น ดังนั้นเมื่อลูกคนรองแยกครอบครัวออกมา แม่จ้าวจึงมอบข้าวของเครื่องใช้ครึ่งหนึ่งให้กับจ้าวชิงซงและภรรยาของเขา แต่หม้อในครัวต้องใช้สลับกันเท่านั้น

สำหรับอาหารที่ถูกจัดสรรออกมา จ้าวชิงซงก็นำมันกลับมาบ้าน และใส่ไว้ในตู้เมื่อคืนนี้เรียบร้อย ซึ่งลี่หรงรู้ดีว่ามันอยู่ที่ไหน เธอจึงเปิดตู้ออกมาเพื่อสำรวจ

หลังจากมองผ่านตาแล้ว หญิงสาวก็พบว่ามีข้าวกับแป้งประมาณยี่สิบจิน*[1] หลังคิดอยู่พักหนึ่ง ก่อนได้ข้อสรุปว่าวันนี้มากินบะหมี่กันเถอะ

ว่าแล้วลี่หรงก็นำแป้งเข้าไปในครัว จ้าวชิงซงที่กลัวว่าเธอจะทำเสียของ เขาจึงทิ้งขวานผ่าฟืน และเดินตามหญิงสาวเข้าไปในครัวพร้อมกับกองฟืนในอ้อมแขนของเขา ดวงตาของชายหนุ่มจับจ้องไปที่การเคลื่อนไหวของลี่หรง

ลี่หรงที่กำลังเทน้ำลงในหม้อเพื่อล้าง เมื่อเห็นเขาเข้ามาจึงถามว่า “ผ่าฟืนเสร็จแล้วเหรอ?”

จ้าวชิงซงที่พูดกับตัวเองในใจว่าจริง ๆ ยังไม่เสร็จหรอก แต่กลัวคุณทำครัวไฟไหม้ เพียงพยักหน้าเบา ๆ เพื่อเป็นการตอบรับหญิงสาว

“งั้นพอดีเลย มาจุดไฟให้ฉันหน่อยสิ”

ระหว่างนั้นลี่หรงก็หันไปนวดแป้งด้วยน้ำอุ่น การเคลื่อนไหวของเธอดูเชี่ยวชาญมาก ค่อย ๆ ปั้นแป้งให้กลายเป็นเส้นบะหมี่ ก่อนวางไว้ข้าง ๆ ตัว และหันไปล้างหม้ออีกรอบก่อนใส่น้ำลงไป

เมื่อน้ำเดือด เธอก็จัดแจงใส่เส้นบะหมี่เข้าไป โดยระหว่างนั้นหญิงสาวก็คิดไปว่ามื้อนี้จะทำบะหมี่ด้วยน้ำมันต้นหอม ดังนั้นจึงหันไปถามจ้าวชิงซงว่า

“ที่บ้านคุณมีต้นหอมบ้างไหม ช่วยหยิบให้ฉันหน่อย”

ขมับของจ้าวชิงซงกระตุกทันที ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ดูสั่งเก่งชะมัด

แต่เมื่อคิดว่าสิ่งนี้คือมื้อเช้าของตัวเอง เขาก็ได้แต่หันออกไปจากครัว ก่อนกลับมาพร้อมต้นหอมสะอาด ๆ ในมือจำนวนหนึ่ง

เมื่อเส้นสุก ลี่หรงก็หยิบบะหมี่ออกมาล้างด้วยน้ำเย็น จากนั้นจึงล้างหม้อ ใส่น้ำมันจำนวนมาก ก่อนทอดต้นหอมสีเขียวจนกรอบ ทำให้น้ำมันต้นหอมที่ถูกทอดนี้ส่งกลิ่นหอมไปทั่วลาน

ใส่ต้นหอมทอดกรอบวางโปะลงบนเส้นบะหมี่ที่คลุกกับน้ำมันต้นหอม ใส่น้ำตาลทรายขาว และซีอิ๊วขาว เท่านี้บะหมี่ต้นหอมก็พร้อมรับประทานแล้ว!

จ้าวชิงซงกินบะหมี่ต้นหอมเข้าไปคำใหญ่ ทำให้กลิ่นหอมฟุ้งเต็มปาก ดังนั้นคงไม่จำเป็นต้องอธิบายก็รู้ได้ ว่าเขาชอบมันมากแค่ไหน เพราะตอนนี้ชายหนุ่มกำลังโซ้ยบะหมี่อย่างเมามันเลยทีเดียว

ระหว่างนั้น เขาก็ได้แต่ถอนหายใจออกมา เพราะตนไม่ได้ทานอาหารที่ใช้น้ำมันแบบนี้ตั้งแต่เกษียณและกลับมาบ้าน เนื่องจากข้าว แป้ง เมล็ดพืช และน้ำมันล้วนราคาแพง จึงไม่ค่อยมีใครกล้าทำอาหารแบบนี้

ดังนั้นตอนที่เห็นลี่หรงเทน้ำมันหนึ่งช้อนโต๊ะลงไป จ้าวชิงซงก็ได้แต่หวังว่ามันจะไม่เสียเปล่า ซึ่งเขาก็ไม่คิดเลยว่าน้ำมันต้นหอมจะมีกลิ่นที่หอมขนาดนี้ และเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มได้กินอาหารที่ลี่หรงทำ เขาจึงไม่ได้คาดหวังในฝีมือของเธอนัก แต่มันก็ออกมาไม่แย่เลย

ระหว่างที่ทั้งสองกินบะหมี่ ครอบครัวจ้าวต่างก็ออกไปข้างนอกเพื่อทำงาน และมีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่อยู่ในบ้าน ไม่ได้ออกไปข้างนอก

เนื่องจากคนเป็นผู้ชายมีปัญหาด้านร่างกาย จึงไม่สามารถทำงานใช้แรงงานได้ ส่วนลี่หรงก็หยุดทำงานหลังจากแต่งงานกัน ดังนั้นตอนนี้ทั้งคู่จึงต่างว่างงาน และต้องหาหนทางทำงานแบบอื่นแทน

“ลี่หรง ลี่หรง อยู่ที่บ้านหรือเปล่า?” มีคนตะโกนจากข้างนอก

เสียงนี้ทําให้ลี่หรงตกใจ เพราะนั่นคือเสียงของหลัวปิง เพื่อนสนิทของเจ้าของร่างเก่าที่นิสัยไม่ดีคนนั้น

ส่วนทำไมถึงบอกว่าเธอคนนี้นิสัยไม่ดีนะเหรอ?

ก็เพราะครึ่งหนึ่ง เหตุผลที่ลี่หรงคนเดิมต้องเลิกรา ล้วนมาจากการถูกยุยงโดยหลัวปิงเพื่อนรักคนนี้นี่เอง! ว่าแล้ว ‘ลี่หรง’ ก็นึกถึงสิ่งที่ถูกเขียนไว้ในหนังสือ เกี่ยวกับการที่หลัวปิงมาหาเธอในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่รู้ว่าพวกเขาแยกครอบครัวออกมา

โดยในนิยาย อีกฝ่ายได้พาเจ้าของร่างเดิมไปพบหนุ่มหล่อหยางเต๋อเป่า จนทำให้หญิงสาวตกเป็นเป้าเรื่องอื้อฉาว

และความจริงแล้ว เจ้าของร่างเดิมก็ไม่ได้ชอบเขาเท่าไหร่ เพียงแค่เธอโตมาที่เดียวกับหยางเต๋อเป่า ได้ออกไปไหนมาไหนด้วยกัน จึงเป็นธรรมดาที่พวกเขาจะหันมาดูแลซึ่งกันและกัน

เพียงแค่ว่าตอนนั้นเธอโง่ จึงถูกยั่วยุได้ง่ายด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ ผลคือหญิงสาวได้ให้หยางเต๋อเป่าไปสองร้อยหยวน ซึ่งนั่นเป็นเงินที่จ้าวชิงซงมอบให้เธอเมื่อคืนอย่างโง่เขลา

[1] จิน คือหน่วยวัดน้ำหนักของจีน โดย 500 กรัมมีค่าเท่ากับ 1 จิน

บทที่ 3 เอาเงินสามสิบหยวนจากเพื่อนนิสัยไม่ดีที่ยืมไปคืนมา

บทที่ 3 เอาเงินสามสิบหยวนจากเพื่อนนิสัยไม่ดีที่ยืมไปคืนมา

ลี่หรงหรี่ตาลง ในใจคิดว่าอีกฝ่ายมาได้เวลาเหมาะเหม็งเลย

แต่เธอไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป จึงไม่มีทางที่หญิงสาวจะซ้ำรอยความผิดพลาดเดิมตามแบบในนิยายอีก และหากทั้งคู่รับเงินจากเธอไปแล้ว พวกเขาก็ควรปล่อยเธอไป ห้ามมายุ่งเกี่ยวกันอีก

เขารู้จักแขกผู้มาเยือนคนนี้ จ้าวชิงซงรู้จักเธอในฐานะเพื่อนสมัยเรียนของลี่หรง ดังนั้นท่าทีของลี่หรงจึงดูราวกับพวกหล่อนสองคนมีลับลมคมในบางอย่าง

ผู้หญิงคนนี้ช่างระริกระรี้เสียจริง …เมื่อถึงเวลาก็คงต้องปล่อยเธอไป จ้าวชิงซงถอนหายใจขณะลับมีดในมือต่อ
“มีอะไรถึงมาเหรอ ปิงปิง?”

ขณะถามยังไม่ทันจบดี หลัวปิงก็ดึงเธอออกไปนอกประตู ก่อนกระซิบว่า

“ยุวชนหยางเสียใจมากที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อวานนี้ เขาไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนั้น ถึงขนาดที่ต้องทำร้ายร่างกายตัวเอง ทำให้เขารู้สึกผิดมากจนอยากมาเจอเธอ”

“หยุดพูดได้แล้ว” ลี่หรงขัดจังหวะอีกฝ่าย ขณะแสร้งทำเป็นหดหู่

“บอกยุวชนหยางให้หยุดโทษตัวเองได้แล้ว แม้ว่าจะเป็นเขาที่บอกให้ฉันแยกครอบครัวอออกมา แต่ก็เป็นตัวฉันเองที่ตัดสินใจทำ มันไม่เกี่ยวอะไรกับเขาเลย ปิงปิง เธอช่วยบอกยุวชนหยางว่าให้ลืมเรื่องที่ผ่านมาซะ แล้วพวกเราก็อย่าเจอกันอีกเลย”

หลัวปิงที่ได้ยินแบบนั้นก็สับสน ว่าทําไมจู่ ๆ ลี่หรงถึงขีดเส้นแบ่งเขตกับหยางเต๋อเป่าเสียแล้ว

แม้ว่าหลัวปิงจะไม่ชอบที่ลี่หรงเข้ามาพัวพันหยางเต๋อเป่า แต่เธอก็รู้สึกไม่พอใจเช่นกันหากลี่หรงต้องการขีดเส้นแบ่งความสัมพันธ์ เพราะเธอต้องการให้ลี่หรงไปพัวพันกับผู้ชายคนอื่นหลังจากแต่งงานแล้ว และจะเป็นการดีที่สุดที่ชื่อเสียงดี ๆ ของลี่หรงจะถูกทำลาย

ไม่ว่าภูมิหลังหรือสภาพครอบครัว หลัวปิงก็รู้สึกว่าตนไม่สามารถเปรียบเทียบตัวเองกับลี่หรงได้เลย ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะอิจฉา

ตอนนี้เมื่อมีข่าวว่าลี่หรงแต่งงานกับชายชนบทแพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ทุกคนในละแวกนั้นที่รู้เรื่องนี้ต่างก็พากันพูดเพียงว่าลี่หรงช่างน่าสงสาร ทว่ามีเพียงหลัวปิงคนเดียวเท่านั้นที่รู้สึกมีความสุข

ในที่สุดฉันก็จะไม่ถูกนำไปเปรียบเทียบกับเธออีกต่อไป
แต่ปีแห่งความขุ่นเคืองก็ไม่อาจจางหายไป หลัวปิงหวังปรารถนาให้ลี่หรงอยู่อย่างมีความทุกข์ …ว่าแล้วเธอก็จับมือของลี่หรงก่อนพูดว่า

“เธอจะไม่ไปพบยุวชนหยางจริง ๆ เหรอ?”

“ทั้งที่เมื่อก่อนพวกเธอสนิทกันมาก …นี่ไม่ใช่ว่าเพราะแต่งงานแล้ว เธอก็เลยจะหยุดความสัมพันธ์กับเขาใช่ไหม?”

แน่นอนสิ เพราะถ้าทำแบบนั้นก็มีหวังได้ตกเป็นขี้ปากของชาวบ้านกันพอดี!

ลี่หรงถอนหายใจเบา ๆ คิดไม่ผิดจริง ๆ หลัวปิง… เพื่อนคนนี้นี่นิสัยแย่เอามาก ๆ หล่อนต้องการจะหลอกให้ตัวเธอไปพบชายอื่น เพื่อทำให้ชื่อเสียงของเธอด่างพร้อย!

ลี่หรงที่รู้สึกหนาวสั่นพลันเอามือป้องปาก ก่อนพูดเบา ๆ ว่า “เพราะเมื่อวานฉันก่อเรื่องเกินไปจริง ๆ จ้าวชิงซงโกรธมาก และตอนนี้เขากำลังจะหย่ากับฉันอยู่แล้วเนี่ย”

เมื่อจ้าวชิงซงได้ยินเรื่องนี้ เขาก็วางมือลง ในหัวคิดไปด้วยว่าตัวเขาเองไม่เคยบอกจะหย่าร้างเลย นี่ลี่หรงกำลังโกหกกันซึ่ง ๆ หน้าอยู่ชัด ๆ! …ผู้หญิงในเมืองมีแต่คนนิสัยแบบนี้หรือไงกันน่ะ?

ว่าแล้วเขาก็เผลอปล่อยมีดที่กำลังลับคมลงบนกระดานไม้ด้วยความโมโห ทำให้มีดปักคาอยู่บนไม้ ก่อนหันไปหยิบขวานขึ้นมาผ่าฟืนเสียงดังมาก ทำเอาลี่หรงและหลัวปิงที่ต่างก็ได้ยินหันมามองหน้ากัน

ในสายตาหลัวปิง ลี่หรงดูน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง ชายชนบทที่ลี่หรงแต่งงานด้วยไม่เพียงต้องการจะหย่าร้างกับเธอเท่านั้น แต่ยังดูจะเป็นคนอารมณ์ร้ายอีกด้วย พอคิดมาถึงตรงนี้ หลัวปิงพลันรู้สึกมีความสุข เพราะขอแค่ชีวิตของลี่หรงเป็นทุกข์ ตัวเธอก็รู้สึกมีความสุขแล้ว!

อย่างไรก็ตาม ภายนอกหลัวปิงกลับแสดงออกและพูดกับลี่หรงด้วยความโมโหว่า “หย่าเหรอ? หย่าได้ยังไง?!”

แม้ว่าหลัวปิงต้องการให้ลี่หรงโดนชายชนบทนั่นหย่าร้างจนเสียชื่อ แต่เธอก็ไม่อยากให้เรื่องมันเกิดขึ้นเร็วขนาดนี้ อย่างน้อย ๆ ก็รอจนถึงตอนที่เธอแต่งงานกับหยางเต๋อเป่าก่อนไม่ได้หรือไง?!

เธอกลัวว่าลี่หรงจะกลับมา ‘พัวพันกับหยางเต๋อเปา’ หลังจากหย่าร้าง และตระกูลหยางก็มีภูมิหลังที่ดี หลัวปิงจึงไม่อยากให้ลี่หรงมาทำลายชื่อเสียงที่ควรจะเป็นของเธอ

เธอแนะนำว่า “เธออย่าเพิ่งหย่าร้างเลย เพราะมันจะกลายเป็นเรื่องยากสำหรับผู้หญิงอย่างเรา ๆ ที่จะแต่งงานใหม่ ดังนั้นอย่าเพิ่งหย่าเลย”

เพราะรู้ว่าตนเองไม่สามารถเกลี้ยกล่อมลี่หรงให้ไปพบหยางเต๋อเป่าได้ในตอนนี้ ดังนั้นจึงไม่คิดเกลี้ยกล่อมลี่หรงอีกต่อไป และพูดอย่างเร่งรีบว่า

“เอ่อ เมื่อวานฉันเห็นพัสดุของเธอตอนไปรับจดหมายจากที่บ้าน ถ้ามีเวลาก็อย่าลืมไปรับที่ไปรษณีย์ด้วยล่ะ ฉันกลับก่อนนะ พอดีมีธุระที่อื่นต่อ”

“เฮ้ เดี๋ยวก่อนปิงปิง” ลี่หรงคว้าแขน ก่อนจะพูดตรง ๆ ออกไปว่า

“ตอนนี้ฉันและจ้าวชิงซง เราทั้งคู่ไม่มีงานทำ ที่บ้านก็แทบไม่มีอาหารเลย เธอช่วยคืนเงินที่ฉันให้ยืมก่อนหน้านี้ได้ไหม”

หลัวปิงรู้ว่าตอนนี้คงจะบอกปัดไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงยิ้มอย่างเก้อเขินพลางกล่าว

“ตอนนี้ฉันยังไม่มีเงินเลย แต่ฉันจะจ่ายคืนให้เร็ว ๆ นี้แหละ พวกเราสนิทกันมากเลยนี่ ดังนั้นเธอทำใจรอให้สบายเถอะ”

“ความสัมพันธ์ของพวกเราดีจนเธอจะคืนเงินทั้งหมดให้ฉันอย่างแน่นอนใช่ไหม? มันแค่สามสิบหยวนเอง แล้วเธอก็ไม่ได้บอกเหรอว่าได้รับพัสดุเมื่อวานนี้? ปิงปิง ถ้าเธอไม่จ่าย ฉันก็ไม่มีเงินกินข้าว ดังนั้นฉันจะไปหาหัวหน้ายุวชนหมู่บ้าน ขอให้เขาช่วยเขียนจดหมายไปที่บ้านของเธอ อย่างไรก็ตาม หากเธอไม่มีเงินพอที่จะใช้จ่าย ก็ขอให้ครอบครัวส่งเงินให้เธอเพิ่มสิ”

หลังจากได้ฟังสิ่งที่เธอพูด ใบหน้าของหลัวปิงก็หม่นสีลงทันที เพราะความนัยของมัน คือหากหลัวปิงหาเงินมาคืนไม่ได้ ลี่หรงจะนำเรื่องไปบอกหัวหน้ายุวชน และเมื่อคนอื่น ๆ รู้เรื่องเข้า ภาพลักษณ์ของหญิงสาวผู้ร่ำรวยที่หลัวปิงพยายามอย่างหนักเพื่อรักษาไว้ก็คงพังทลายลง

หลัวปิงจึงแสร้งตบหัวราวกับว่าจำอะไรบางอย่างได้ “โอ้ ขอโทษจริง ๆ เกือบลืมเรื่องนั้นไปเลย เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะกลับไปเอาเงินมาให้เธอก็แล้วกันน่ะ”

“เดี๋ยวก่อน ฉันจะไปกับเธอด้วย ยังไงฉันก็ไม่ต้องไปทำงานอยู่แล้ว เลยจะขอไปกับเธอเลยแล้วกัน”

พอได้ยินแบบนี้ ในใจของหลัวปิงพลันรู้สึกอิจฉาขึ้นมา เฮอะ ทั้งมีการศึกษาและก็แต่งงานแล้ว ช่างมีชีวิตที่เพียบพร้อมจริง ๆ เลยน่ะ …ลี่หรง!

ว่าแล้วลี่หรงก็เดินมาข้าง ๆ หลัวปิงโดยไม่ให้โอกาสได้บอกปัด ทำให้หลิวปิงได้แต่รู้สึกน้ำท่วมปาก

เงินที่ครอบครัวส่งมาให้หลัวปิงจะอยู่ที่สิบห้าหยวนต่อเดือนเท่านั้น และเมื่อรวมกับเงินเก็บบางส่วนก่อนหน้านี้ รวมแล้วก็แค่สามสิบกว่าหยวนเอง แต่ตอนนี้เธอกลับต้องจ่ายเงินสามสิบหยวนคืนให้ลี่หรง จึงทำให้หญิงสาวรู้สึกปวดใจเป็นอย่างมาก

เมื่อลี่หรงนับเงินเสร็จ เธอก็จัดแจงใส่มันลงในกระเป๋าของตนเองพลางตบเบา ๆ “โอเค ครบถ้วน” ก่อนจะมองไปรอบ ๆ สองสามครั้ง เมื่อพบว่าไม่มีใครอยู่ เธอจึงตะโกนไปทางหอพักชาย

“ยุวชนหยาง ยุวชนหยาง คุณอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”

ลี่หรงตะโกนดังมากจนยุวชนคนอื่น ๆ ในหอพักได้ยินเธอ หลายคนถึงกับเงยหน้าออกมาชมการแสดง เพราะต่างทราบดีว่ายุวชนหญิงลี่กับยุวชนหยาง เคยมีใจให้กันมาก่อน

และหยางเต๋อเป่าก็แทบจะไม่ปฏิเสธความสัมพันธ์นั้น พวกเขาจึงคิดว่าคนทั้งสองคงกำลังออกเดตกัน
โดยไม่คาดคิด ลี่หรงกลับแต่งงานกับใครสักคนในหมู่บ้าน ทำให้ข่าวลือที่ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กกันหายไปกับสายลม

แต่ทุกคนก็ล้วนนินทาลับหลัง เมื่อเห็นลี่หรงซึ่งเพิ่งแต่งงานออกไปแวะเวียนกลับมาเพื่อพบกับยุวชนหยาง ด้วยพวกเขาสงสัยใคร่รู้ว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งสองจะกลายเป็นแบบใด

หยางเต๋อเป่าอยากจะแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงนี้ แต่ชายหนุ่มในหอพักทุกคนต่างมองมาที่เขา และถ้าเขาไม่ตอบโต้กลับไป คนอื่นคงคิดว่ามีอะไรผิดปกติแน่ ๆ หยางเต๋อเป่าเลยได้แต่แอบสาปแช่งลี่หรงในใจ ก่อนจะเดินออกไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและพูด “อ้าว เป็นยุวชนลี่นี่เอง เธอมีธุระอะไรเหรอ?”

นี่เป็นครั้งแรก ที่ลี่หรงได้เห็นคนที่นางเอกนิยายหลงรัก ใบหน้าของเขานับว่าพอใช้ได้ เสียแต่มีสิวเยอะ ตัวไม่สูงมาก แถมยังผอมไปอีก มองยังไงก็เทียบกับพระเอกไม่ได้เลย …พอคิดมาถึงตรงนี้ ลี่หรงพลันเม้มปาก ด้วยไม่รู้ว่านางเอกในนิยายเห็นอะไรดีในตัวคนคนนี้

ฉับพลันนั้น ลี่หรงตีสีหน้าเขินอาย ก่อนกล่าว “ยุวชนหยาง ฉันขอโทษจริง ๆ ก่อนหน้านี้ที่ฉันให้คุณยืมสองร้อยหยวนจำได้ไหม? ตอนนี้พวกเราแยกครอบครัวออกมาจากบ้านหลักแล้ว และฉันเองก็ไม่ค่อยมีเงินซื้ออาหารกิน ฉันเลยอยากถามว่าคุณพอจะคืนเงินให้ฉันก่อนได้ไหม?”

มุมปากของหยางเต๋อเป่าแข็งค้างทันที “อะไรนะสองร้อยหยวน?”

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...