สวนผักของนางร้ายที่กลับใจแล้ว
ข้อมูลเบื้องต้น
คำเตือน!!!
นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของนักเขียนเท่านั้น ไม่ได้อิงตามประวัติศาสตร์ทุกอย่างเป็นเพียงการมโนของนักเขียนเนื้อหาเน้นความกาวไม่มีเนื้อหาสาระอะไรเท่าไหร่โปรดโยนสมองทิ้งก่อนอ่าน ตัวละครมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมและไม่ควรลอกเลียนแบบ ผู้อ่านอายุน้อยกว่า 18 ปี ควรมีวิจารณญาณในการอ่าน ควรอ่านเพื่อเป็นสิ่งบันเทิงไม่ต้องอิงถึงหลักความเป็นจริงทั้งในเชิงทฤษฎีและเชิงปฏิบัติ
หากนักอ่านท่านใดไม่ชื่นชอบจนอยากพิมพ์ข้อความรุนแรงรบกวนไม่ต้องพิมพ์มาให้รับรู้ นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการในหัวสมองของอัปสรและดำเนินเรื่องราวไปเรื่อย ๆ ตามที่จะคิดได้จึงไม่สามารถทำให้ถูกใจนักอ่านทุกคนได้ดังนั้นรบกวนไม่คอมเม้นท์บั่นทอดจิตใจกันนะคะ (ทักแชทมาด่าหลังบ้านก็ไม่เอาน่า)
ติดตามนักเขียนได้ที่ Twitter : @ImAxsorz / Tiktok : @imaxsorz
1.1 จุดจบของนางร้าย
1.1
จุดจบของนางร้าย
ภาพความงดงามของพิธีวิวาห์ตรงหน้าไม่ได้ทำให้เจ้าของใบหน้างดงามเพียบพร้อมที่นั่งอยู่ด้านข้างรู้สึกยินดีด้วยเลยแม้แต่น้อย จะได้นางยินดีได้อย่างไรในเมื่อชายที่เป็นเจ้าบ่าวเป็นคนที่นางรักและแอบชอบมานานอีกทั้งยังเป็นคนที่เหมาะสมและคู่ควรกับนางมากที่สุด จางไท่อิงลอบเบ้หน้าเบะปากคว่ำดวงตาจ้องมองเขม็งก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างกายของเจ้าสาวนั้นทรุดตัวล้มลงไปกองกับพื้นทันทีที่คำนับฟ้าดินเสร็จ
“ยาพิษ!! ท่านหญิงอิงฉีถูกวางยาพิษ!!!!” จางไท่อิงแค่นยิ้มเยาะเย้ยปรายสายตามองนิ่ง ถูกวางยาพิษงั้นหรือ? ตายไปเสียได้ก็ดี ผู้คนแตกตื่นเหล่าข้ารับใช้วิ่งกรูกันเข้ามาสลับวิ่งออกไปด้านนอกเพื่อตามหมอประจวบกับที่ไหล่เล็กของจางไท่อิงถูกกระชากอย่างแรงด้วยผู้เป็นเจ้าบ่าวในวันนี้
“เจ้า!”
“ฮ่านฮุย” จางไท่อิงเลิกคิ้วขึ้นมองนิ่งยังไม่ทันที่นางจะได้พูดถามสิ่งใดออกไปเสียงทุ้มต่ำของเฉินฮ่านฮุยก็ดังขึ้น
“เป็นเจ้า!”
“อย่าใส่ร้ายข้าโดยไร้ซึ่งหลักฐานสิ” ไท่อิงสวนกลับไม่คิดยอม นางไม่ได้ทำเหตุใดนางจะต้องยอมด้วย เฉินฮ่านฮุยบีบไหล่เล็กแรงมากกว่าเก่าพลางจ้องมองใบหน้างามด้วยความโกรธเกลียดชัดเจนจนไท่อิงลอบกลืนน้ำลายเหนียวลงคออย่างยากลำบากด้วยเพราะสั่นกลัวกับดวงตานั้น
“คนที่จะทำเรื่องเช่นนี้มีเพียงเจ้าแค่คนเดียวเท่านั้น”
“ข้าไม่ได้ทำ!”
“ไปแก้ตัวในคุกเถอะ จับนางเอาไว้!!” เมื่อสิ้นเสียงของเฉินฮ่านฮุยร่างกายของไท่อิงก็ถูกเหล่าข้ารับใช้จับรั้งเอาไว้แน่น
“ท่านจะทำแบบนี้กับข้าไม่ได้นะ!!” ไท่อิงตะโกนกร้าวแต่ดูเหมือนคำพูดของนางจะไม่ถูกสนใจอีกต่อไป สายตาของผู้คนรอบข้างจ้องมองมาทางนางราวกับตำหนิและรังเกียจ
อะไรกันนางไม่ได้ทำจริงๆ นะไม่ได้ทำ!!
จวบจนกระทั่งถูกผลักเข้ามาในห้องขังสกปรกเหม็นอับจนน่าปวดหัวไท่อิงก็ยังคงขมวดคิ้วด้วยความไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเลยสักอย่างเวลาผ่านไปสองวันทว่านางกลับยังไม่สามารถออกไปจากห้องขังแห่งนี้ได้ด้วยเพราะต้องรอการตัดสินโทษ คอยดูสิ นางจะเล่นงานพวกมันทั้งหมดเลยคอยดู!! จะเล่นงานทุกคนที่ทำให้นางถูกใส่ร้ายจนต้องมีสภาพเช่นนี้
“พี่สาว” ใบหน้างามเงยขึ้นพลางระบายยิ้มบางเมื่อเห็นน้องสาวผู้เป็นลูกพี่ลูกน้องที่เดินเข้ามาเยี่ยมด้วยสีหน้าสดใสปราศจากความเศร้าหมองและทุกข์ใจ
“ยุ่นเอ๋อ เจ้ามาเพื่อแก้ต่างให้ข้าใช่ไหม”
“แก้ต่าง?”
“ข้าไม่ได้ทำผิดนี่ อีกทั้งยังอยู่กับเจ้าตลอดเวลา” ใช่ ใช่แล้ว นางอยู่กับลูกพี่ลูกน้องตลอดเวลาหากยุ่นเอ๋อเป็นพยานให้นางเรื่องทุกอย่างก็จะคลี่คลายลงได้เมื่อคราวนั้นนางจะได้ไปสืบหาต้นตอของคนที่กระทำผิดจริงๆ และนำมันมาลงโทษทว่าความคิดของไท่อิงก็ต้องเลือนหายไปอย่างรวดเร็วเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะร่วนของเด็กสาวตรงหน้า
“ข้าจะแก้ต่างให้เจ้าไปทำไมในเมื่อข้าปรารถนาที่จะได้เห็นสภาพของเจ้าเป็นเช่นนี้มาตลอด”
“ยุ่นเอ๋อ…”
“เจ้าครอบครองความรักจากท่านพ่อเอาไว้ รู้ไหมพี่ไท่อิงว่าแม้แต่ตอนนี้ที่ท่านอยู่ในคุกท่านพ่อก็ยังพยายามที่จะหาทางช่วยท่านออกมา”
“อย่าบอกนะว่ายาพิษพวกนั้น…เป็นเจ้า” ไท่อิงพึมพำแผ่วไม่เชื่อสายตาตัวเอง ยุ่นเอ๋อขยับเหยียดยิ้มร้ายพลางพยักหน้ารับไม่ได้คิดปิดบังอะไร
“ใช่ ข้าทำเอง”
“…….”
“คงต้องขอบคุณพี่ที่รับผิดแทนข้า เอาเถอะอย่ากังวลไปเลยข้าจะดูแลทุกอย่างแทนท่านเป็นอย่างดี การเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลจางเพียงแค่คนเดียวแต่ได้ฟังข้าก็ใจสั่นมากแล้ว”
“ทำไมเจ้าถึงทำกับข้าแบบนี้ล่ะ ทั้งๆ ที่ตลอดมาข้ารักและเอ็นดูเจ้า” รักและเอ็นดูเหมือนเป็นน้องสาวแท้ๆ ของนางด้วยซ้ำ ราวกับคำพูดของไท่อินเป็นเรื่องตลกยุ่นเอ๋อยิ้มขำส่ายหน้าไปมาพลางปรายหางตามองด้วยความโกรธเกลียด
“รักและเอ็นดูข้า? รักและเอ็นดูข้าเหตุใดถึงไม่ยอมมอบเสื้อผ้าเครื่องประดับใหม่ให้ข้า”
“เจ้าก็ได้ใหม่ตลอดอยู่แล้วนี่ยุ่นเอ๋อ” ได้ผ้าที่เหมือนกับนาง ได้ช่างตัดเสื้อที่มีฝีมือที่สุดในเมืองหลวงรวมไปถึงได้เลือกเครื่องประดับงดงามมีราคาก่อนนาง นางให้ทุกอย่างในฐานะคนเป็นพี่ที่จะสามารถมอบให้น้องได้แล้ว แล้วเหตุใดยุ่นเอ๋อถึงทำราวกับไม่พอใจในสิ่งเหล่านั้นอีกล่ะ?
“ได้ใหม่ตลอด ฮึ ของราคาถูกพวกนั้นนะเหรอ มันไม่สมควรกับข้าเลยด้วยซ้ำ!! ตอนเจ้าไม่อยู่ท่านพ่อรักและเอ็นดูข้ามากที่สุด แต่พอเจ้ากลับมาทุกคนก็เปลี่ยนไปทำราวกับข้าไม่มีตัวตนเป็นแค่กาฝากของบ้าน!”
“ไม่มีใครคิดกับเจ้าเช่นนั้นหรอก” แม้ยุ่นเอ๋อจะไม่ใช่ลูกของท่านพ่อจริงๆ แต่ทุกคนล้วนแล้วแต่รู้ว่าบิดาของยุ่นเอ๋อสร้างคุณงามความดีอะไรไว้และไม่มีทางเลยที่คนพวกนั้นจะปฏิบัติกับยุ่นเอ๋อด้วยท่าทางไม่ดี
“โกหก! พวกเจ้าทุกคนคิดกันเช่นนี้ทั้งนั้นนั่นแหละอย่ามาหลอกข้าเลย”
“………”
“แต่ก็ช่างเถอะ หากไม่มีเจ้าสักคนทุกคนรวมไปถึงท่านพ่อก็จะหันกลับมาเอ็นดูข้าเองนั่นแหละ โชคดีนะพี่สาวหวังว่าท่านจะยอมเสียสละเพื่อข้าได้”
ไท่อิงนั่งนิ่งดวงตาเหม่อลอยนางหัวเราะในลำคอก่อนส่ายหน้าไปมาเพียงเล็กน้อย ยุ่นเอ๋ออิจฉานางเลยวางยาพิษคนที่นางเกลียดเพื่อใส่ร้าย ช่างเป็นความคิดที่แยบยลและเป็นการแทงข้างหลังที่เจ็บจนไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ
“คงไม่ได้ออกไปแล้วสินะ” ป่านนี้ยุ่นเอ๋อคงสร้างหลักฐานเท็จนำไปวางในห้องของนางเรียบร้อยแล้วล่ะนะ น่าสมเพชจริงๆ สุดท้ายนางก็ทำสิ่งใดไม่ได้เลยแม้แต่อย่างเดียวแม้แต่จะเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้ตัวเองยังไม่สามารถทำได้เลย
แกรก
“ท่านหญิงเจ้าคะ”
“ไปรอข้างนอก”
“แต่ว่าสตรีนางนี้ตั้งใจสังหารท่านนะเจ้าคะ ข้าจะปล่อยให้ท่านอยู่กับนางตามลำพังได้อย่างไรกัน”
“ข้าสั่งให้เจ้าออกไปรอข้างนอก”
“เจ้าค่ะ”
ไท่อิงเลิกคิ้วขึ้นมองนิ่ง นางได้ยินเสียงประตูห้องขังที่ถูกผลักเปิดเข้ามาด้านในรวมไปถึงเสียงของข้ารับใช้ที่เอ่ยพูดออกมาอย่างชัดเจน รวมไปถึงได้ยินเสียงหวานใสราวระฆังแก้วที่ตอบกลับออกไปอย่างใจเย็นนั่นด้วย
“มาเยาะเย้ยข้างั้นสิ?” จ้าวอิงฉีสตรีที่อยู่ตรงหน้าของนางในยามนี้คือสตรีที่นางเกลียดมากที่สุดในชีวิต
“เหตุใดพวกเขาถึงทำรุนแรงกับเจ้าเช่นนี้ไท่อิง” ไท่อิงเหลือบสายตามองรอบแผลตามร่างกายของตัวเองก่อนขยับยิ้มเยาะ แผลพวกนี้ก็ได้รับมาจากการที่นางไม่ได้อาบน้ำนั่นแหละนะไหนจะการนอนในพื้นที่สกปรกอีก เหลือบริ้นไรมันก็กัดไหนจะรอยช้ำที่ถูกจับโยนเข้ามาในคุกโดนที่นางไม่ได้ยินยอมอีก หากไม่มีบาดแผลเลยก็คงเป็นเรื่องแปลก
“…….”
“ส่งมือมาข้าจะทายาให้”
“อย่ามายุ่ง” เสียงหวานตอบกลับอย่างไม่พอใจพลางดึงมือเรียวออกจากการจับกุมของคนตรงหน้าแต่จ้าวอิงฉีก็ไม่ลดความพยายามยังคงขยับเข้าใกล้พร้อมกับคว้าจับแขนเพรียวเอาไว้แน่น
“นี่ไม่ใช่เวลาดื้อดึงไร้สาระนะไท่อิงหากไม่ทายาเจ้าก็จะเจ็บเช่นนี้ไปตลอดนะ”
TBC
1.2 จุดจบของนางร้าย
1.2
จุดจบของนางร้าย
“จ้าวอิงฉีเจ้าบ้าไปแล้วงั้นหรือ?” ไท่อิงถามขึ้นพลางพยายามดึงแขนของตัวเองที่ถูกจ้าวอิงฉีถือวิสาสะจับไปทายาแต่ไม่ว่าจะพยายามดึงแขนตัวเองมากแค่ไหนแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะจ้าวอิงฉีจับรั้งเอาไว้แน่นพร้อมกับเกลี่ยปลายนิ้วทายาลงบนบาดแผลต่างๆ ตามร่างกายให้นางอย่างนุ่มนวล
“อะไรทำให้เจ้าคิดเช่นนั้น”
“ข้าอยู่ในคุกเพราะวางยาพิษเจ้านะ เจ้ายังกล้าทำดีกับข้าอยู่อีกงั้นหรือ?” ไท่อิงเลิกคิ้วขึ้นถามริมฝีปากสวยแค่นยิ้มหัวเราะในลำประจวบกับที่จ้าวอิงฉีทายาจนหมดและปล่อยแขนนิ่มให้เป็นอิสระ
“ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ได้ทำความผิด”
“…….”
“คนอย่างไท่อิงไม่มีทางเล่นงานข้าด้วยวิธีไร้ศักดิ์ศรีเช่นนี้”
“ฮึ เจ้าเชื่อด้วยงั้นหรือ” หัวใจดวงน้อยของคนที่ถูกตราหน้าไปว่าผิดทั้งๆ ที่ไม่ได้กระทำกำลังสั่นไหว นางกำลังดีใจที่อย่างน้อยก็มีคนเชื่อว่านางไม่ได้ทำแต่ก็อดเศร้าใจไม่ได้ที่คนคนนั้นเป็นคนที่นางเกลียด
“ต้องเชื่ออยู่แล้วสิ เจ้าไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเลยนะไท่อิง”
“แม้ข้าจะไม่ได้วางยาพิษเจ้าแต่ข้าก็ปรารถนาให้เจ้าตาย” ความจริงข้อนี้ไม่มีทางเปลี่ยนไปเป็นอย่างอื่นได้เลยจริงๆ นางปรารถนาให้จ้าวอิงฉีตายถึงขนาดยืนยิ้มเยาะตอนที่จ้าวอิงฉีกระอักเลือดด้วยความทรมานด้วยซ้ำ จ้าวอิงฉีนิ่งไปนิดพลางระบายยิ้มบางส่ายหน้าไปมาอย่างไม่คิดถือสาทำราวกับว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพียงเรื่องปกติไม่ได้แแปลกไปจากเดิมเท่าไหร่นัก
“……ก็ไม่เห็นจะแปลกเลยนี่ เจ้าไม่ชอบข้าจนถึงขั้นเกลียดจะปรารถนาให้ข้าตายก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรนัก”
“…….” ไท่อิงนิ่งเงียบใบหน้างามมอมแมมก้มลงไม่กล้าสู้สบสายตากับสตรีตรงหน้า
“อย่าห่วงไปเลยนะ ข้าจะความจริงฮ่านฮุยเองว่าเจ้าไม่ได้ทำ”
“คิดว่าเขาจะเชื่องั้นหรือ?” คนอย่างฮ่านฮุยไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน ต่อให้เป็นจ้าวอิงฉีมาพูดก็เถอะเขาไม่มีทางยอมปล่อยนางออกไปจากคุกแห่งนี้ง่ายๆ แน่เพราะหากอยากจะปล่อยก็คงปล่อยไปตั้งแต่ที่บิดาของนางยื่นเรื่องร้องขอความเป็นธรรมแล้ว
“ข้าจะทำทุกทางให้เจ้ารอดออกไปอย่างแน่นอน”
“…….”
“ข้าต่างหากที่ผิดต่อเจ้า เจ้าจะเกลียดจะแค้นเคืองข้ามันก็ถูกแล้ว” จ้าวอิงฉีบอกอย่างรู้สึกผิด นางไม่ได้โง่ที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของไท่อิงกับฮ่านฮุยแต่กว่านางจะรู้ความจริงที่ว่าเหตุใดไท่อิงถึงเกลียดนางมันก็สายไปเสียแล้ว ทางเดินของนางไม่สามารถย้อนกลับไปได้นางเป็นภรรยาของฮ่านฮุยเป็นภรรยาที่ไม่สามารถหย่าร้างได้ด้วยเพราะนางไม่มีญาติให้กลับไปหา ไม่มีพ่อแม่พ่อน้องอีกทั้งยังเคยไว้ทุกข์ให้บิดาของฮ่านฮุยเกินสามปี จ้าวอิงฉีปิดเปลือกตาแน่นเพียงครู่ก่อนจะค่อยๆ ปรือเปิดขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของไท่อิงที่พูดออกมาเป็นเชิงถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ทำไมกันนะ ทำไมเจ้าถึงได้มีเมตตาจนทำให้ข้าน่าสมเพชได้ถึงเพียงนี้” ทั้งๆ ที่ตลอดเวลาที่ผ่านมานางหาเรื่องจ้าวอิงฉีสารพัดไม่ว่าจะเรื่องการความรักไปจนถึงขัดขวางเรื่องการค้าขาย
“…….”
“กลับไปเถอะจ้าวอิงฉี โทษของข้านั้นได้ถูกตัดสินเอาไว้แล้วต่อให้เจ้าอ้อนวอนขอความเป็นธรรมให้ข้ามากมายเพียงใดมันก็ไร้ผลอยู่ดี” ในคุกก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิดอย่างน้อยก็ยังมีอาหารแม้จะเป็นเพียงน้ำแกงจืดชืดก็เถอะนางยังได้เพื่อนมาด้วยนะ เพื่อนจากห้องขังฝั่งตรงข้ามแต่น่าเสียดายไปหน่อยที่อีกฝ่ายถูกประหารไปเมื่อวานแต่ก็ไม่เป็นไรหรอกอีกไม่นานนางก็คงจะได้เจอกันในปรโลก
“มันจะต้องมีผลสิในเมื่อเจ้าไม่ใช่คนผิด”
“กลับไปเถอะ”
“ไท่อิงเจ้ารู้ใช่ไหมว่าคนที่วางยาพิษข้าเป็นใคร” ไท่อิงนิ่งเงียบ นางรู้ดีอยู่เต็มอกเชียวล่ะว่าคนผิดที่แท้จริงเป็นใครและคล้ายกับว่าจ้าวอิงฉีก็สามารถจับสังเกตเห็นได้และรีบร้อนถามออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมบอก”
“นี่จ้าวอิงฉีเชื่อข้าเถอะว่าเจ้าก็สู้คนคนนั้นไม่ได้”
“หมายความว่าเช่นไร”
“จางยุ่นเอ๋อ จากนี้ไปเจ้าต้องระวังเด็กคนนั้นให้ดี” แม้ว่านางจะตายจากไปแล้วแต่อยากน้อยนางก็อยากให้จ้าวอิงฉีได้ระวัง ยุ่นเอ๋อเป็นเด็กทะเยอทะยานการที่หลอกให้นางรังควานจ้าวอิงฉีย่อมมีเหตุผลอื่นแอบแฝงและเหตุผลนั้นก็คงไม่พ้นปรารถนาในตัวของฮ่านฮุยไม่ได้ต่างกันนัก
“ยุ่นเอ๋อ….น้องสาว น้องสาวลูกพี่ลูกน้องของเจ้าคนนั้นนะเหรอ”
“……ระวังเด็กคนนั้นเอาไว้ให้ดี”
“หากเจ้ารู้ว่านางเป็นคนร้ายแล้วเหตุใดถึงยังอยากรับผิดแทนนางอีก” จ้าวอิงฉีถามอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่นักด้วยเพราะนิสัยยอมหักไม่ยอมงอของไท่อิงที่นางรู้จักนั้นไม่มีทางยอมรับผิดแทนยุ่นเอ๋ออย่างแน่นอน ไท่อิงที่ได้ยินคำถามหัวเราะส่ายหน้าไปมา
“ข้าไม่ได้รับผิดแทนนางแต่ข้ากำลังช่วยเหลือครอบครัวของข้าอยู่”
“ช่วยเหลือ?”
“ไม่ว่าจะทำอย่างไรต่อให้ข้าพ้นผิดแล้วกล่าวโทษยุ่นเอ๋อสุดท้ายแล้วยุ่นเอ๋อก็จะได้รับโทษสถานเบาเพราะฮ่านฮุ่ยเอ็นดูเด็กคนนั้นไม่น้อยและสุดท้ายเขาก็จะคิดว่าข้านี่แหละเป็นคนหลอกให้ยุ่นเอ๋อวางยาพิษเจ้าแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์” สุดท้ายแล้วนางก็ยังผิดแม้จะไม่ได้กระทำและหากปล่อยทิ้งเอาไว้ท่านพ่อของนางไม่มีทางปล่อยเด็กคนนั้นแน่มันคงดีหากยุ่นเอ๋อตายไปซะแต่นางจะไม่ตายเพราะฮ่านฮุยที่คิดว่านางเป็นคนผิดและยุ่นเอ๋อเป็นคนถูกจะเข้ามาช่วยและเมื่อเป็นเช่นนั้นสุดท้ายคนที่ต้องรับเคราะห์ร้ายก็คือตระกูลจาง
“ไม่จริงหน่า”
“แต่มันคือความจริง”
“อีกอย่างข้ากำลังกลัวว่ายุ่นเอ๋ออาจจะหันมาวางยาพิษท่านพ่อของข้าหลังจากถูกปล่อยตัวน่ะสิ” เด็กคนนั้นอยากได้ความรักจากท่านพ่อแต่ถ้าไม่ได้ล่ะ? สิ่งเดียวที่ทำก็คงมีแค่กำจัดทิ้งไม่ให้ตัวนางได้ครอบครอง
“นางไม่มีทางหยุดเพียงแค่นี้แน่”
“โหดร้ายอะไรแบบนี้”
“ระวัง ข้าคงบอกเจ้าได้เพียงเท่านี้ล่ะนะ” สิ่งที่นางจะเอ่ยเตือนจ้าวอิงฉีเพื่อตอบแทนความหวังดีที่อีกฝ่ายมีต่อนางก็คงมีเพียงเท่านี้
“ไม่รู้แหละ ต่อให้เรื่องจะเป็นอย่างไรต่อก็ตามแต่ข้าก็ต้องช่วยเจ้าออกไปให้ได้”
“……ขอบใจในความหวังดีของเจ้านะอิงฉี”
จ้าวอิงฉีจากไปแล้วจากไปโดยที่ไม่ได้รู้ว่าเย็นวันนั้นไท่อิงถูกนำตัวไปตัดสินโทษประหารอย่างไม่เป็นธรรมท่ามกลางเสียงร้องไห้อย่างทรมานของผู้เป็นบิดาและรอยยิ้มเยาะเย้ยของยุ่นเอ๋อ นางยอมตายเพื่อท่านพ่อและตระกูล…แต่นางขอสาบานว่าต่อให้นางเป็นผีนางก็จะขอตามหลอกหลอนยุ่นเอ๋อไม่ให้ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข!!
“ไม่จริงหน่า เหตุใดถึงตัดสินประหารกันรวดเร็วเช่นนี้?” จ้าวอิงฉีทรุดตัวลงนั่งใบหน้างามซีดเผือดมือทั้งสองข้างสั่นระริกเมื่อได้ยินข่าวเรื่องการตัดสินโทษของไท่อิงทว่านางนั้นไม่ได้รู้เลยว่าโทษประหารนั้นได้เลื่อนขึ้นให้เร็วมากกว่าเดิมและไท่อิงก็ได้ตายจากไปแล้ว
“อิงฉีเจ้าไม่ต้องกลัวไปนะ คนผิดอย่างนางสมควรได้รับโทษแล้ว”
“ไม่!! ไท่อิงไม่ได้ทำสิ่งใดผิดเลยนะ” ใบหน้างามส่ายไปมาพลางจ้องมองชายตรงหน้าราวกับอ้อนวอนขอให้เชื่อในสิ่งที่ตนเองพูดบอก
“แต่นางวางยาพิษเจ้า!!”
“ไท่อิงไม่ได้ทำ เชื่อข้าสิ นางไม่ได้ทำ ปล่อยนางไปเถอะ”
“……การตัดสินโทษจบไปแล้ว”
“หมายความเช่นไร” จ้าวอิงฉีขยับลุกขึ้นยืนสองขาสั่นระริกเช่นเดียวกับมือทั้งสองข้าง เมื่อครู่นางไม่ได้ฟังผิดไปใช่หรือไม่? ฮ่านฮุยบอกว่า…ไท่อิงถุกตัดสินโทษไปแล้วงั้นหรือ? เช่นนั้นก็หมายความว่า…
“นางถูกประหารไปแล้ว” เสียงทุ้มต่ำกล่าวย้ำคำพูดชัดเจนจนจ้าวอิงฉีทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเย็นเยียบคล้ายคนอ่อนแรง
“ไม่จริง ไม่จริงนางจะตายทั้งๆ ที่นางไม่ได้ทำความผิดไม่ได้”
“เจ้าจิตใจดีเกินไปแล้วอิงฉี สตรีนางนั้นชั่วร้ายเกินคนนางตายไปก็ช่วยให้เมืองหลวงน่าอยู่ขึ้นเชื่อข้าสิทุกอย่างมันจะดีเอง”
TBC
ตายแบบไร้เหตุผลที่สุดที่เคยเขียนแล้วมั้ง แต่เดี๋ยวก็ฟื้นรอแปปขอเขียนต่อก่อนนะไท่อิง
1.3 จุดจบของนางร้าย
1.3
จุดจบของนางร้าย
“ที่นี่คือที่ใดกันนะ” ไท่อิงพึมพำแผ่วภาพสุดท้ายที่นางเห็นคือรอยยิ้มของยุ่นเอ๋อและใบหน้าโศกเศร้าของท่านพ่อ ไม่สิ นางควรจะตายไปแล้วมากกว่าไม่ใช่ยังล่องลอย…ล่องลอยงั้นหรือ? เช่นนั้นนางก็คงกลายเป็นวิญญาณไปแล้วสินะไท่อิงคิดทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นเสียงตวาดกร้าวพร้อมกับแสดงสว่างและภาพที่ปรากฏอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่นักก็ดึงความสนใจของไท่อิงไปจนหมดสิ้น
“ผัดไทย!!” เสียงของหญิงวัยกลางคนตวาดกร้าวด้านข้างมีเด็กหญิงหน้าใสซื่อกอดต้นแขนเอาไว้แน่นส่วนเด็กหญิงที่ชื่อว่าผัดไทยทำเพียงเลิกคิ้วขึ้นมองรอฟังด้วยท่าทางไม่ยี่หระทำเอาไท่อิงที่มองเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่นั้นหลุดหัวเราะขำให้กับท่าทางก๋ากั่นไม่เกรงใจใคร
“ว่า?”
“ทำตัวให้มันดีๆ หน่อย”
“ดี? แบบไหนถึงจะเรียกว่าดีอ่ะครู” ผัดไทยตอบกลับเสียงนิ่งมือเรียวทั้งสองข้างของเด็กหญิงในชุดนักเรียนสีขาวหม่นยกขึ้นกอดอกไม่ได้แสดงท่าทางหวาดกลัวคนที่ตัวเองเรียกว่าครูเลยแม้แต่นิดเดียว
“ก็ยิ้มแย้มเรียบร้อยไม่ใช่มาทำหน้าเป็นจวักแบบนี้”
“ก็หนูไม่ชอบธิดาแล้วครูจะให้หนูยิ้ม เพื่อ?” เธอไม่ชอบธิดา ใครบ้างจะชอบคนที่แกล้งตัวเองจนถึงขั้นตกบันไดเห็นแผลช้ำ นี่ขนาดเธอเอาเรื่องมาบอกครู ครูยังเข้าข้างคนผิดแล้วบอกว่าเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อย เฮอะ! ลองกลับกันดูบ้างสิถ้าธิดาเป็นคนมาฟ้องเธอคงก้นลายไปแล้วเพราะทำให้ลูกศิษย์คนโปรดของครูต้องเจ็บตัว
“เรานี่มันไม่น่ารักเลยนะ”
“ใครจะไปน่ารักเหมือนกับธิดาลูกรักครูล่ะ อย่างว่าแหละพ่อรวยขนาดนั้นไม่รักก็แปลก”
“ผัดไทย!!”
“……” ผัดไทยเลิกคิ้วขึ้นมองมือใหญ่ของครูที่ง้างขึ้นอย่างท้าทาย เธอไม่ได้กลัวที่จะถูกตบด้วยซ้ำอยากรู้เหมือนกันว่าครูจะกล้าทำหรือเปล่าแต่ถ้าให้เดาก็คงไม่กล้าอีกตามเคยและมันก็เป็นไปตามที่ผัดไทยคิดเอาไว้เมื่อมือของครูค่อยๆ ลดลงและเปลี่ยนเป็นชี้ใบหน้าใสของเด็กหญิงแทนด้วยความไม่พอใจ
“ไปวันนี้เธอถูกทำโทษทำความสะอาดคนเดียว”
“แล้วโทษของธิดาที่ผลักหนูก่อนอ่ะ” ผัดไทยทวงถามหาความยุติธรรมแต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นกลับมีเพียงเสียงตำหนิของครูที่พูดออกมาอย่างหงุดหงิด
“ธิดาบอกแล้วไงว่าเป็นอุบัติเหตุ”
“อุบัติเหตุ? เอาไปพูดให้ควายที่วัดฟังมันยังไม่เชื่อเลยมั้งครู” อุบัติเหตุบ้าอะไรกันเล่ามันตั้งใจผลักเลยเถอะคงหวังให้เธอเจ็บหนักจนไปแข่งรำไม่ได้เลยด้วยซ้ำมั้งแต่แทนที่ครูจะเชื่อหลักฐานแล้วก็พยานที่เห็นเหตุการณ์กลับเชื่อธิดาแล้วมาบอกว่าเธอเป็นคนนิสัยไม่ดี ให้ตายสิ ความยุติธรรมของคนเรามันไม่เท่ากันจริงๆ
“ผัดไทย!!”
“ครูคะ อย่าว่าผัดไทยเลยผัดไทยไม่มีพ่อแม่คอยสั่งสอนจะมีนิสัยแบบนี้ก็ไม่ได้แปลกนี่คะ หนูเข้าใจค่ะ” ธิดาที่ยืนยิ้มเยาะอยู่นานพูดขึ้นเพื่อเรียกคะแนนความน่าสงสารและก็ดูเหมือนจะได้ผลเป็นอย่างดี
“โถ่ ธิดาทำไมหนูถึงได้เป็นเด็กดีแบบนี้นะ”
ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าล้วนแล้วแต่ตกอยู่ในสายตาของไท่อิงทั้งหมด ใบหน้างามลอบเบ้เบะปากคว่ำด้วยความไม่พอใจพลางส่ายหน้าไปมาเพียงเล็กน้อย
“อ่า แค่เห็นก็น่าหงุดหงิดชะมัด” ไท่อิงพึมพำด้วยความหงุดหงิดใจไปได้ไม่เท่าไหร่ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าก็เปลี่ยนไปเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่งอย่างรวดเร็ว
“กรี๊ดดดดดดดดดดด” เสียงกรีดร้องของธิดาที่ดังขึ้นจนชวนให้แสบแก้วหู แต่เพียงไม่นานผัดไทยก็เดินเข้าไปหาพร้อมกับเลิกคิ้วถามด้วยความสงสัย
“เป็นอะไร? ร้องแหกปากเพื่อ?”
“มึงใช่ไหมอีผัดไทย”
“ไม่แอ๊บแล้วเหรอ?” ผัดไทยถามติดตลกไม่บ่อยนักหรอกที่จะเห็นธิดาหลุดแบบนี้แต่ยังไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นผัดไทยก็ต้องลอบเบ้หน้าเมื่อได้กลิ่นเหม็นฉุนของอุจจาระที่อยู่ใต้โต๊ะเรียนของธิดากองใหญ่
“มึงใช่ไหมที่เอาขี้มายัดใส่โต๊ะกู”
“ขี้? ขี้อะไรของมึงประสาทป่ะ?” ช่างคิดแท้ๆ ขี้เลยนะขี้ไม่ใช่ใครนึกอยากจะขนอยากจะหยิบจับก็ทำได้ง่ายๆ น่ะ แล้วเรื่องสกปรกๆ พวกนี้มันไม่ได้อยู่ในหัวของเธอเลยแม้แต่นิดเดียวถ้าจะเอาคืนธิดาเธอมีวิธีที่ดีกว่านี้เยอะ
“อีผัดไทย!!” ธิดาตวาดกร้าวพลางผลักมือเข้ามาที่อกของผัดไทยอย่างแรงแล้วมีเหรอที่ผัดไทยจะยอมถูกผลักอยู่คนเดียว โดนผลักมาเธอก็ผลักกลับคืนไปอย่างเอาเรื่องเหมือนกัน
“อ่าว มาผลักกันแบบนี้ก็สวยดิวะ!”
“คราวก่อนแค่ช้ำวันนี้กูจะเอาให้กระดูกมึงหักเลยคอยดู!”
“มึงยอมรับแล้วใช่ม่ะว่าวันนั้นมึงตอแหลกับครู”
“เออ! มึงจะมีปัญญาอะไรมาว่ากู ฮึ กับอิแค่เด็กวัดวันๆ ก็ทำได้แค่ปลูกผักเก็บผักขาย ถุ้ย กระจอก”
“แล้วผักที่มึงแดกอยู่น่ะไม่ได้มาจากสวนกูเหรออีธิดา”
“มึง!!” ธิดาจ้องเขม็งใบหน้าบิดเบี้ยวน่าเกลียดก่อนจะผลักร่างของผัดไทยไปที่หน้าต่าง ไม่มีใครคิดว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นผัดไทยพลัดตกจากหน้าต่างบานชั้นสามแล้วนอนแน่นิ่งไปทำเอาธิดาที่ชะโงกหน้ามามองกะพริบตาเนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“อีผัดไทย กูไม่เล่นนะ!!” แค่ชั้นสามเองไม่ใช่เหรอ? ธิดาคิดประจวบกับที่เลือดสีแดงสดของผัดไทค่อยๆ ไหลออกมาจากสมอง
“อีผัดไทย!!”
“ผัดไทยตายแล้ว” เสียงของเพื่อนร่วมชั้นที่วิ่งลงไปดูข้างล่างตะโกนบอก ตกจากชั้นสามอาจไม่ตายแต่ผัดไทยตายเพราะร่วงลงมากระแทกเข้ากับเกรียงก่อปลายแหลมที่วางตะแคงเอาไว้ทำให้เกรียงนั้นเฉาะเข้าไปที่หัวของผัดไทยอย่างจังจนหมดทางรอด
“น่าสงสารจริงๆ เฮ้อ ผัดไทยงั้นเหรอ…ตายโดยที่ยังไม่ได้แก้แค้นเหมือนกันเลยนะพวกเราน่ะ” เสียงหวานพึมพำแผ่ว ชะตากรรมของนางและเด็กหญิงที่เพิ่งจะร่วงตกลงมาจากที่สูงจนตายนั้นเรียกได้ว่าแทบจะเหมือนกันเลยก็ว่าได้ พลันใบหน้างามนิ่งไปนิดก่อนจะเผยอริมฝีปากขึ้นเล็กน้อยอย่างเพิ่งนึกอะไรบางสิ่งบางอย่างออก
“ไม่สิ…หรือว่า..เจ้าคือข้างั้นหรือ” ผัดไทย เด็กคนนั้นคือนาง? เรื่องราวที่นางเห็นอยู่ตอนนี้คือเรื่องราวในชีวิตหนึ่งของนางที่เคยเกิดขึ้นแล้วจบลงไปงั้นสิเมื่อคิดและเข้าใจได้แบบนั้นแล้วไท่อิงก็หลุดหัวเราะขำอย่างกลั้นไม่อยู่
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เรื่องอะไรกันอีกล่ะเนี้ย ข้าแก้แค้นใครไม่ได้เลยจริงๆ สินะ” น่าเวทนาจริงๆ โกรธเกลียดแทบตายแต่พอจะตอบโต้บ้างหรือแม้แต่จะอยู่เฉยๆ สุดท้ายนางก็ต้องตายอย่างไม่เป็นธรรม ชะตาชีวิตช่างน่าตลกสิ้นดี
…
“นางช่างน่าสงสาร” เสียงพึมพำแผ่วของเหล่าเทพเซียนแห่งโชคชะตารวมไปถึงประมุขเทพที่นั่งล้อมวงอยู่หน้าอ่างน้ำชะตาชีวิตเปรยขึ้นด้วยความเห็นใจ พวกเขาติดตามดวงวิญญาณดวงนี้มานานหลายต่อหลายครั้งด้วยเพราะมีพลังกล้าแข็งและมีคุณสมบัติเป็นเทพทว่าน่าเสียดายที่ทุกครั้งนางจะถูกยั่วยุจนเลือกเดินเส้นทางผิด แม้จะเป็นเส้นทางที่ผิดเพียงแค่หนึ่งก้าวแต่นั่นก็ทำให้นางพบกับความตายทุกครั้งอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้
“ข้าคิดว่าพวกเราควรให้โอกาสนาง”
“นั่นสิ เห็นแก่ที่นางเป็นผู้ครอบครองพลังควบคุมสัตว์เทพพวกเราก็ควรให้โอกาสนางอีกสักครั้ง” ผู้ควบคุมสัตว์เทพใช่ว่าใครจะเป็นกันได้ง่ายๆ หากไม่ได้รับความเมตตาและความรักจากเหล่าสัตว์ก็ยากที่จะได้พลังนี้มาครอบครองเอาไว้ ตลอดหลายหมื่นปีที่ผ่านมาพลังนี้แทบจะเลือนหายออกไปจากดินแดนเทพเซียนจนหมดสิ้น
“หวังว่าครั้งนี้นางจะเลือกเส้นทางที่ดีไม่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บใจอีกครั้ง”
“…..พวกเราก็ทำได้เพียงแค่เฝ้ามอง”
“ข้าจะมอบความทรงจำให้นาง ให้นางได้กลับไปเป็นไท่อิงอีกครั้งเพื่อเริ่มต้นเปลี่ยนเส้นทางชะตาชีวิต” ประมุขเทพเปรยขึ้นพร้อมด้วยริมฝีปากที่ขยับยิ้มเอ็นดูวิญญาณน้อยที่หัวเราะร่าแม้จะเลือกเดินทางผิดแต่มันก็ไม่ใช่เส้นทางที่เลวร้ายสักหน่อย ในชาติที่เป็นผัดไทยนางตอบโต้ธิดากลับไปเพราะถูกกระทำก่อนนั่นก็เป็นเรื่องที่ถูกแล้ว ในชาติที่เป็นไท่อิงนางโกรธเกลียดอิงฉีก็เป็นเรื่องที่สมควรไหนจะการที่นางปกป้องครอบครัวด้วยการยอมตายเพื่อจบปัญหานั่นอีก ช่างกล้าหาญจนน่ายกย่อง
“พวกข้าเห็นด้วยกับท่าน”
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้…หวังว่านางจะใช้ชีวิตที่ได้รับไปอีกครั้งอย่างมีความสุข”
TBC