โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ย้อนรอยภาพดัง Mary Ann Bevan หญิงผู้ยอมถูกเรียกว่า ขี้เหร่ที่สุดในโลก เพื่อหาเลี้ยงลูก แทนสามีที่เสียชีวิตไป

CatDumb

เผยแพร่ 28 ม.ค. 2566 เวลา 15.26 น. • CatDumb - แคทดั๊มบ์ | เล่าเรื่องน่าสนใจ ในแบบที่แมวก็เข้าใจง่ายๆ

กำลังเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกออนไลน์เลยครับ

เมื่อใน Reddit ได้มีการแชร์ภาพและเรื่องราวที่ทั้งน่าสงสารและประทับใจของ หญิงคนหนึ่งซึ่งยอมให้ตัวเองถูกเรียกว่า "ผู้หญิงซึ่งขี้เหร่ที่สุดในโลก" เพื่อหาเลี้ยงลูกของตัวเอง เมื่อราวๆ ร้อยกว่าปีก่อน

เธอคนนี้มีชื่อว่า "Mary Ann Bevan" หญิงสาวชาวอังกฤษซึ่งเกิดเมื่อปี 1874 ยุคสมัยที่ปัญหาสิทธิมนุษยชนหลายๆ อย่างยังคงไม่ได้รับการแก้ไข

โดยในตอนแรกเธอก็เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ ที่หน้าตาจัดว่าสวยเลยด้วยซ้ำ แถมยังได้แต่งงานกับสามีที่ดีและมีลูกด้วยกัน 4 คน เรียกได้ว่ามีความสุขดีเลย

แต่แล้วชีวิตเธอก็ต้องถึงจุดพลิกพลันเมื่อหลังจากอยู่ด้วยกันได้ 11 ปี สามีของเธอก็ด่วนจากเธอไป ทิ้งภาระอันหนักอึ้งของการเลี้ยงลูกเพียงคนเดียวโดยไม่มีคนหารายได้หลักของบ้านไว้ให้เธอ

เท่านั้นยังไม่พอหลังจากสามีจากไปไม่นาน Mary Ann ก็ยังล้มป่วยด้วยโรคอะโครเมกาลี (Acromegaly) โรคที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนบางอย่างออกมาผิดปกติทำให้เติบโตไม่สมส่วนอีก

แถมในกรณีของเธอร่างกายส่วนที่มีปัญหาที่สุดก็เป็นส่วนหัวที่มีและใบหน้าอย่างที่เห็นเสียด้วย

ปัญหานี้ทำให้เธอมีปัญหาในการหางานเป็นอย่างมาก จนหญิงรายนี้ตัดสินใจเอาตัวเองเข้าประกวด "หญิงสาวผู้ขี้เหร่ที่สุดในโลก" และใช้รูปร่างของเธอเข้าร่วมคณะโชว์เพื่อหาเงินลูกๆ จนโตเลย

นับเป็นเหมือนตลกร้ายเลยที่เมื่อเวลาผ่านไป งานที่ดูยังไงก็เป็นการล้อเลียนตัวตนของเธอเองนั้น กลับเป็นงานอันเดียวกับที่ทำเงินให้เธอได้แบบค่อนข้างดี Mary Ann และลูกๆ จึงถือว่าใช้ชีวิตค่อนข้างดี

แต่สุดท้ายแล้วด้วยร่างกายของเธอไม่นานนัก Mary Ann ก็ล้มป่วยจนเสียชีวิตไปด้วยวัยเพียง 59 ปี

และมันก็เป็นในช่วงต้นปี 2000 นี้เท่านั้นเอง ซึ่งการ์ดที่ใช้รูปของเธอคู่กับคำว่า "หญิงสาวผู้ขี้เหร่ที่สุดในโลก" จะถูกยกเลิกการผลิตไปโดยสมบูรณ์

ที่มา

www.reddit.com/r/Damnthatsinteresting/comments/10mt2zm/after_the_death_of_her_husband_with_no/

allthatsinteresting.com/mary-ann-bevan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...