โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

TNDT Ventures Lab สยายปีกนวัตกรรม เล็งลงทุน-ร่วมมือ 6 สตาร์ทอัพต่อยอดธุรกิ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ธ.ค. 2565 เวลา 02.54 น. • เผยแพร่ 07 ธ.ค. 2565 เวลา 02.54 น.

บริษัท ไทย เอ็น ดี ที ผู้นำการให้บริการเพื่อความปลอดภัยทางวิศวกรรมและการตรวจสอบความปลอดภัยแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing – NDT) การทดสอบและการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมร่วมมือลงทุนใน 6บริษัทสตาร์ทอัพภายใต้ “TNDT Ventures Lab” เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีด้านความยั่งยืน รวมถึงต่อยอดสู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง - เล็งขยายสู่ตลาดต่างประเทศ

นายธนรรจ์ ศตวุฒิ รองกรรมการผู้จัดการบริษัท ไทย เอ็น ดี ที จำกัด (มหาชน) หรือ TNDT กล่าวว่า จากสตาร์ทอัพที่สมัครเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก TNDT Ventures Lab ร่วมกับบริษัท เอมสไปร์ จำกัด ที่ปรึกษาด้านการพัฒนานวัตกรรมและพัฒนาสตาร์ทอัพ ในการคัดเลือกสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพพร้อมที่จะร่วมมือพัฒนานวัตกรรมเพื่อขยายตลาดร่วมกับ TNDT จำนวน 4ราย และสตาร์ทอัพที่มีแนวโน้มจะร่วมลงทุนอีก 2ราย จากที่ได้เปิดรับสตาร์ทอัพที่มีแนวโน้มในการเชื่อมต่อกับธุรกิจของบริษัทไปเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา

ในจำนวนนี้ประกอบด้วย

Irissar สตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีเรดาห์เซ็นเซอร์และวงจรความถี่สูงสำหรับการตรวจวัดที่ต้องการความแม่นยำสูง

Attra บริษัทสตาร์ทอัพที่มีระบบบริหารจัดการในองค์กรและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ที่จะเข้ามาพัฒนาปรับปรุงระบบการดำเนินงานภายในให้มีประสิทธิภาพ

Artificial Anything สตาร์ทอัพที่มีความเชี่ยวชาญด้าน AI / IoT / MESH

Centro Vision บริษัทสตาร์ทอัพที่มีเทคโนโลยีการตรวจสอบด้วยโดรนพร้อมทั้ง AI / Data Analytics / AR&VR

โดยตั้งเป้าที่จะพัฒนานวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยและตรวจวัดในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ประสบปัญหาในการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย นอกจากนั้นจะมีการพัฒนาระบบภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย

“การร่วมมือกับสตาร์ทอัพในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของ TNDT ในการเร่งพัฒนานวัตกรรมในแบบ high speed ให้ทันกับความต้องการของลูกค้าและการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลก TNDT มีความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรม มีลูกค้าที่มีความต้องการนวัตกรรมในด้านต่างๆ ที่จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาในหลายด้าน การร่วมมือพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์อย่างตรงจุดโดยร่วมมือกับบริษัทที่มีความแข็งแกร่งในด้านเทคโนโลยีอยู่แล้ว จะทำให้สามารถต่อยอดขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว “

นอกจากตลาดในประเทศไทย บริษัทฯ ยังเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจในต่างประเทศ โดยได้มีการขยายการดำเนินธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ อาทิ อินโดนีเซีย ที่มีความต้องการ Advance Technology ในระดับที่สูงมาก ซึ่งเทคโนโลยีจะเข้าไปตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี การร่วมมือกันในครั้งนี้จึงไม่ใช่เป็นแค่การขยายธุรกิจภายในประเทศ แต่ตั้งเป้าในการเติบโตสู่ตลาดต่างประเทศด้วย

เรายังมองว่าการร่วมมือกันนี้ จะช่วยให้สตาร์ทอัพที่มีความแข็งแกร่งทางเทคโนโลยีได้เติบโตไปด้วยกัน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยพัฒนาผู้ประกอบการไทยให้แข็งแกร่งขึ้น และพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศด้วย โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะเริ่มทดสอบเทคโนโลยีที่พัฒนาร่วมกันภายในปีนี้ และตั้งเป้าในการลงทุนในเทคโนโลยีที่มีศักยภาพ”

ในส่วนของการลงทุน นายธรรจ์ กล่าวว่า ในเบื้องต้นมีการพูดคุยบริษัทสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพ 2 ราย โดยเป็นการลงทุนเพื่อการขยายตลาดและต่อยอดออกไปสู่ธุรกิจอื่นและลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่มีแนวโน้มเติบโตสูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...