โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จัดเต็มฟื้นงานเจ้าพ่อพญาแลประเพณีโบราณถวายช้างมีให้ชมหนึ่งเดียวในโลก!

77kaoded

เผยแพร่ 05 ม.ค. 2566 เวลา 09.57 น. • 77 ข่าวเด็ด

ชัยภูมิ – สืบสานประเพณีโบราณการถวายช้างเจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิมาได้ยาวนานกว่า 200 ปี มาจนปัจจุบัน ในปี 2566 นี้ หลังเจอภาวะโควิดระบาดหนักต้องงดจัดงานมานานกว่า 2 ปี เพื่อช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยว-กระตุ้นเศรษฐกิจได้กลับมาคึกคักอีกครั้งต้อนรับปีใหม่ตลอด 9 วัน 9 คืน ช่วง 12-20 ม.ค. 66 นี้!

( 5 ม.ค.66 ) ขณะที่ จ.ชัยภูมิ ที่ห้องประชุมชั้น 5 ศาลากลาง จ.ชัยภูมิ นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานเปิดแถลงความพร้อมการจัดงานประจำปีเจ้าพ่อพญาแล และงานกาชาดจังหวัดชัยภูมิ ประจำปี 2566 นี้ จะได้กลับมาฟื้นการจัดงานประเพณีขึ้นชื่อติดอันดับมีให้ชมแห่งเดียวในโลก คือประเพณีถวายช้างคืนถิ่นต่อเจ้าพ่อพญาแล หรือ เจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิมายาวนากว่า 200 ปี มาได้จนปัจจุบัน หลังเจอภาวะโควิด-19 ระบาดหนักต้องงดจัดงานเว้นว่างมานานกว่า 2 ปี ที่ผ่านมา

โดยในปีนี้การจัดงานประจำปี 2566 งานประจำปีเจ้าพ่อพญาแล จะคงจัดในช่วงเดียวกันของทุกปีที่เคยจัดมาในช่วงระหว่างวันที่ 12– 20 มกราคม 2566 ที่จะมีกิจกรรมตลอด 9 วัน 9 คืน

และปีนี้จะจัดเต็มอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อสืบสานงานประเพณีถวายช้างต่อดวงวิญาณต่อหน้าอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล หรือพระยาภักดีชุมพล เจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ ที่มีให้ชมเพียงแห่งเดียวในโลก ซึ่ง จ.ชัยภูมิ มีความเกี่ยวพันธ์กับช้าง ที่มีค่ายทัพช้าง คล้องช้างเผือกถวายพระมหากษัตริย์ไทยมาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ 2 และฝึกช้างส่งไปช่วยกองทัพไทยสู้รบยามเกิดศึกสงครามมายาวนานจนประเทศไทยไม่เคยเสียเอกราชให้ประเทศใดๆมาได้จนปัจจุบัน

ซึ่งมีหมู่บ้านค่ายหมื่นแผ้ว ต.บ้านค่าย อ.เมืองชัยภูมิ ที่ใช้เป็นค่ายฝีกช้างส่งไปสู้รบมาแต่โบราณ ที่การถวายช้างต่อเจ้าพ่อพญาแลเจ้าเมืองคนแรกที่เป็นการสืบสานประเพณีของชาวชัยภูมิทั้งจังหวัดเพื่อแสดงถึงความกตัญญูของชาวชัยภูมิ ที่มีแด่เจ้าพ่อพญาแล และเป็นการแทนคุณต่อผืนดินเกิดของชาวชัยภูมิทุกคนมาจนปัจจุบัน

ที่การจัดงานทุกปีจะมีทั้งงานพาแลงและพานบายศรีสู่ขวัญช้างกลับคืนถิ่นบ้านเกิดตัวเองที่ จ.ชัยภูมิ ซึ่งอดีตหลังหมดช่วงภาวะศึกสงครามหมู่บ้านค่ายทัพช้างแห่งนี้ได้เปลี่ยนวิถีชีวิตคนกับช้าง มาจัดตั้งเป็นคณะแสดงโชว์ความสามารถช้างแสนรู้ เดินสายออกไปแสดงโชว์ในทั่วประเทศ และต่างประเทศมายาวนาน ก่อนที่จะเป็นช่วงจัดงานประจำปีเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีต่อเจ้าพ่อพญาแล ในช่วงการจัดงานช่วง 12-20 ม.ค.ของทุกปี ช้างทุกตัว (ช้างป่าเรียกเชือก) จะต้องเดินทางกลับคืนถิ่นเพื่อมาสักการะถวายตัวกราบสักการะต่ออนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล(ต่อดวงวิญญาณเจ้าพ่อพญาแล)

จึงเริ่มเกิดประเพณีการถวายช้างแด่เจ้าพ่อพญาแล มายาวนานจนปัจจุบันที่หาชมประเพณีเก่าแก่นี้มีเพียงแห่งเดียวในโลก ที่จะมีการรำบวงสรวงเจ้าพ่อพญาแล ของสาวงามลูกหลานเจ้าพ่อพญาแลทั้ง 16 อำเภอ มาร่วมรำบวงสรวงเจ้าพ่อพญาแลในการเปิดงานอย่างเป็นทางการของทุกปีในวันแรกของงานในวันที่ 12 ม.ค.ของทุกปี พร้อมมีขบวนศิลปวัฒนธรรมของดีเมืองชัยภูมิทั่วทั้งจังหวัดมาร่วมอยู่ภายในงานประจำปีเจ้าพ่อพญาแลให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมได้ตลอดช่วง 9 วัน 9 คืน

ซึ่งในปีนี้ทุกภาคส่วนมีความเห็นพร้องกันให้จัดเต็มทุกรูปแบบให้ยิ่งใหญ่กว่าทุกปีหลังต้องงดจัดงานช่วงโควิด-19 ระบาดมานานกว่า 2 ปี ทั้งรูปแบบการจัดงาน มหรสพสมโภช การออกร้านของส่วนราชการ การจัดโชว์ของดีแต่ละอำเภอนำมารวมจัดแสดงโชว์ไว้ในงาน ให้ชาวบ้านประชาชนในพื้นที่นำมาจำหน่ายสร้างรายได้จากสินค้าที่เป็นของดีของดีแต่ละชุมชน เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งในจังหวัด ต่างจังหวัด และชาวต่างชาติ ได้มาท่องเที่ยวชมเลือกซื้อหาได้อย่างเต็มที่

ที่ จ.ชัยภูมิ มีศักยภาพมีแหล่งท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมได้ตลอดทั้งปี ครบทั้ง 3 ฤดู ที่จะเป็นการเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งด้านแหล่งอารยะธรรม โบราณสถาน แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ที่ขึ้นชื่อติดอันดับโลกอีกหลายพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักของชาวไทยและต่างประเทศให้มากยิ่งขึ้น หลังจากการท่องเที่ยวได้ซบเซามากว่า 2 ปี ในช่วงโควิด-19 ระบาด ในปีนี้ด้วย

โดย นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ในปีนี้การฟื้นการจัดงานเจ้าพ่อพญาแล ประจำปี 2566 กลับมาอีกครั้งที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2566 เป็นงานช้างบ้านค่ายหมื่นแผ้วคืนถิ่น เริ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น.ที่ลานอนุสาวรีย์พ่อหมื่นแผ้วผู้ที่เป็นต้นกำเนิดของการเลี้ยงช้าง ฝึกค่ายทัพช้างในพื้นที่ มาตั้งแต่สมัย ร.2 มีพิธีกรรมที่สำคัญคือพิธีบวงสรวงสักการะดวงวิญญาณพ่อหมื่นแผ้ว พิธีเลี้ยงโฮงปะกำช้าง

ภาคบ่ายเป็นการแสดงช้างบ้านค่ายแสนรู้ ตอนค่ำมีงานพาแลงและพานบายศรีสู่ขวัญช้างคืนถิ่น ที่ริมฝั่งแม่น้ำชี(ที่ จ.ชัยภูมิเป็นแหล่งกำเนิดต้แม่น้ำชี) บ้านค่ายหมื่นแผ้ว ต.บ้านค่าย อำเภอเมืองชัยภูมิ

ก่อนที่ในส่วนงานเจ้าพ่อพญาแล ประจำปี 2566 จะเริ่มตั้งแต่ในตอนเช้าตรู่วันที่ 12 มกราคม 2566 เวลา 04.45 น.เป็นพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณอันศักดิ์เจ้าพ่อพญาแล เวลา 06.00 น. ก่อนที่จะมีพิธีสำคัญมีให้ชมแห่งเดียวในโลกคือพิธีถวายช้างต่อองค์อนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล เจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ

ซึ่งทุกภาคส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทุกหมู่เหล่าทั้งจังหวัดชัยภูมิ ที่ปัจจุบันมีเกือบ 1.2 ล้านคน ที่นับถือองค์เจ้าพ่อพญาแล จะได้เดินทางมาร่วมงานร่วมถวายช้างต่อเจ้าพ่อพญาแลในปีนี้ได้เชือกละ 2,500 บาท ที่ส่วนนี้ยังได้เกิดประโยชน์ต่อด้านสาธารณกุศลโดยรวมของ จ.ชัยภูมิ ได้การนำไปเป็นกองทุนเจ้าพ่อพญาแล เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนผู้ทุกข์ยากด้อยโอกาสต่อไป ที่จะมีการเปิดงานอย่างเป็นทางการใน เวลา 08.45 น. วันแรกที่ 12 ม.ค.66 นี้ ที่บริเวณอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล ย่านกลางใจตัวเมืองของ จ.ชัยภูมิ

ซึ่งจะมีการรำบวงสรวงเจ้าพ่อพญาแล ของสาวงานลูกหลานเจ้าพ่อพญาแลจาก 16 อำเภอ ต่อด้วยขบวนแห่อันยิ่งใหญ่มีช้างร่วมในขบวน ชมขบวนแสดงวิถีชีวิต ศิลปวัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น ขบวนฟ้อนรำอันสวยงามตระการตาในขบวนแห่ รวมถึงบนเวทีกลางของงานแต่ละคืนจะมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมของดีแต่ละอำเภอ และคอนเสิรต์ ที่พาดไม่ได้คือล่วงไหชิงโชครับรางวัลต่างๆ ในร้านหรรษากาชาดภายในงาน ปีนี้รางวัลเยอะมาก รางวัลใหญ่มีทั้งรถยนต์กระบะ รถเก๋ง สร้อยคำทองคำ รถจักรยานยนต์ ตู้เย็น ทีวี พัดลม หม้อหุงข้าวไฟฟ้า และอื่นๆมากมาย บอกได้คำเดียวว่าการว่างเว้นไม่ได้จัดงานเจ้าพ่อพญาแลมากว่า 2 ปี และในปีนี้ที่ได้กลับมาจัดงานอีกครั้งรางวัลที่คงเหลือเยอะมากกว่าทุกครั้งที่เคยจัดมาในปีนี้ด้วย

จึงอยากเชิญชวนประชาชนชาวชัยภูมิทุกคน ออกมาเที่ยวงานและร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีในการต้อนรับนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างชาติ ที่สนใจเดินทางมาท่องเที่ยวภายในงานเป็นจำนวนมากทุกปี เพื่อรอร่วมชมพิธีโบราณมีให้ชมแห่งเดียวในโลก ในการถวายช้างต่อเจ้าพญาแล เจ้าเมืองคนแรกผู้ก่อตั้งเมืองชัยภูมิ มายาวนานได้จนปัจจุบัน และช่วยกันอนุรักษ์สืบสานประเพณีอันดีงามของชาวชัยภูมิ ที่มีความสำคัญโด่งดังไปทั่วโลกในปีนี้ได้คงอยู่สืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...