โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ทำผิดพลาด ไม่ได้แปลว่าแย่" ก่อนที่จะมองตัวเองแง่ลบ ลองฝึกให้อภัยคนในกระจกก่อน

Mission To The Moon

เผยแพร่ 14 ต.ค. 2568 เวลา 06.20 น. • Mission To The Moon Media

"ฉันทำพลาดไปแล้ว ฉันเป็นคนที่แย่มากเลย"
.
.
สำหรับหลายคนแล้ว นี่คือประโยคที่พวกเขาพูดกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นวงจรของการลงโทษตัวเองที่ไม่มีวันจบสิ้น
.
ทุกคนเคยทำผิดพลาด บางคนลืมวันเกิดคนที่รัก บางคนส่งข้อความที่ทำร้ายใครสักคน บางคนโกหกคนที่ไว้ใจ หรือบางคนก็แค่รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่เก่งพอ ไม่สมบูรณ์พอ
.
แต่คำถามคือ เราจะให้อภัยตัวเองได้อย่างไร? เมื่อตัวเราเองคือคนที่ตัดสินตัวเองอย่างโหดร้ายที่สุด
.
.
Self-Forgiveness ให้อภัยไม่ใช่การหนีความรับผิดชอบ
.
หลายคนเข้าใจผิดว่า การให้อภัยตัวเองคือการหาข้ออ้าง หรือทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จริงๆ แล้ว Self-Forgiveness คือกระบวนการที่ยากลำบาก ที่ต้องใช้ทั้งเวลา ต้องใช้ความกล้า และต้องใช้ความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง
.
ตามคำนิยามทางจิตวิทยา Self-Forgiveness คือ "ความเต็มใจที่จะปล่อยวางความขุ่นเคืองที่มีต่อตัวเอง พร้อมกับเลี้ยงดูความเห็นอกเห็นใจ ความเอื้ออาทร และความรักที่มีต่อตัวเอง" โดยการให้อภัยตัวเองที่แท้จริง ต้องมี 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
.
[ ] 1. ปล่อยวางอารมณ์ลบที่มีต่อตัวเอง
ตอนทำผิดพลาด เรามักรู้สึกผิด อับอาย หรือโกรธตัวเอง ความรู้สึกเหล่านี้มีประโยชน์ในช่วงแรก เพราะมันจะคอยผลักดันให้เราแก้ไข แต่ถ้าเราปล่อยให้มันอยู่ในใจตลอดไป มันจะกลายเป็นพิษที่ทำร้ายเราเอง
.
[ ] 2. เลี้ยงดูอารมณ์บวกที่มีต่อตัวเอง
นอกจากปล่อยวางความรู้สึกแย่ๆ แล้ว เรายังต้องเรียนรู้ที่จะเห็นอกเห็นใจตัวเอง ยอมรับว่าเราเป็นมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนกับคนอื่นๆ ทุกคนบนโลกใบนี้
.
[ ] 3. รับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ
ถ้าเราแค่ปลอบใจตัวเอง โดยไม่ยอมรับว่าทำผิด นั่นไม่ใช่การให้อภัยตัวเองจริงๆ แต่เป็นการหลอกตัวเอง การให้อภัยตัวเองที่แท้จริง เริ่มต้นจากการยอมรับว่า "ใช่ ฉันทำผิด และฉันรับผิดชอบต่อมัน"
.
.
ทำไมบางคนถึงให้อภัยตัวเองยาก?
.
คุณเคยสังเกตไหมว่า เวลาเพื่อนทำผิดพลาด เราพูดกับเขาได้ว่า "ไม่เป็นไร ใครๆ ก็ทำผิดได้" แต่พอเป็นตัวเราเองที่ทำผิด เรากลับพูดกับตัวเองว่า "ทำไมฉันถึงโง่เขลาจัง ไม่น่าให้อภัยเลย"
.
หรือบางครั้ง เราอาจปลอบใจคนที่เราแคร์ได้อย่างอ่อนโยน แต่พอมาเป็นตัวเอง เราคือคนที่โหดร้ายกับตัวเองที่สุด ตัดสินตัวเองโดยไม่มีปรานี เหมือนกับว่ามีมาตรฐานสองชุดอยู่ในหัว ชุดหนึ่งสำหรับคนอื่น อีกชุดหนึ่งสำหรับตัวเราเอง
.
บางคนสามารถให้อภัยคนอื่นได้ง่ายๆ แม้จะเป็นเรื่องใหญ่โต แต่พอมาเป็นตัวเอง กลับรู้สึกว่าไม่สมควรได้รับการให้อภัยแม้แต่เรื่องเล็กน้อย เหมือนมีเสียงในหัวบอกตลอดเวลาว่า "เธอควรดีกว่านี้" "เธอไม่มีสิทธิ์ผิดพลาด" หรือ "เธอไม่สมควรได้รับการให้อภัย"
.
แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้? นี่อาจเป็นเพราะ
.
[ ] เรามีมาตรฐานที่สูงเกินไปกับตัวเอง คาดหวังว่าเราต้องสมบูรณ์แบบ
[ ] เราสับสนระหว่าง "การกระทำ" กับ "ตัวตน" เราคิดว่า "ถ้าฉันทำผิด แสดงว่าฉันเป็นคนไม่ดี"
[ ] เราคิดว่าการลงโทษตัวเองตลอดไป จะทำให้เราเป็นคนดีขึ้น แต่จริงๆ แล้ว มันแค่ทำให้เราติดอยู่กับที่
.
แต่ข่าวดีก็คือ เราสามารถเรียนรู้ที่จะให้อภัยตัวเองได้ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจต้องใช้เวลา แต่มันเป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ เหมือนกับการเรียนรู้ที่จะอ่อนโยนกับคนในกระจก
.
.
8 ขั้นตอนสู่การให้อภัยตัวเอง
.
ถ้าคุณพร้อมที่จะหยุดทรมานตัวเอง และเริ่มเดินไปข้างหน้าจริงๆ ลองทำตาม 8 ขั้นตอนนี้ดู อาจจะไม่ง่าย อาจจะต้องใช้เวลา แต่มันคุ้มค่าที่จะลองทำ เพราะในท้ายที่สุด คนที่สมควรได้รับความอ่อนโยนจากเรามากที่สุด ก็คือตัวเราเอง
.
[ ] 1. ระบุสิ่งที่ต้องการให้อภัย
เริ่มจากการพูดออกมาชัดเจนว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องการให้อภัยตัวเอง อาจเป็นเหตุการณ์เฉพาะ หรือพฤติกรรมที่ทำซ้ำๆ
.
[ ] 2. สำรวจความรับผิดชอบ
ถามตัวเองว่า เราต้องรับผิดชอบมากแค่ไหนจริงๆ? บางครั้งเราอาจตำหนิตัวเองมากเกินไป สำหรับสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเรา
.
[ ] 3. ยอมรับและรู้สึกถึงความเสียใจ
อย่าหนีความรู้สึกผิด ความเสียใจ หรือความอับอาย ให้เวลากับตัวเองที่จะรู้สึกถึงมัน แต่อย่าปล่อยให้มันครอบงำเรา
.
[ ] 4. สังเกตความคิดและความรู้สึก
มีสติกับความคิดของตัวเอง อย่าปล่อยให้ความคิดลบขยายวงกว้างจนกลายเป็น "ฉันเป็นคนไม่ดี" แต่จำกัดมันไว้ที่ "การกระทำครั้งนั้นไม่ดี"
.
[ ] 5. แก้ไขเยียวยา
ถ้าทำให้ใครเสียใจ ให้พยายามแก้ไข ขอโทษ หรือชดเชย แต่ถ้าไม่มีใครได้รับผลกระทบ ให้คิดดูว่าเรากำลังโทษตัวเองโดยไม่จำเป็นหรือเปล่า
.
[ ] 6. กลับมาที่หลักการของตัวเอง
เรียนรู้จากประสบการณ์ และพยายามใช้ชีวิตต่อไปตามค่านิยมที่เราเชื่อ การทำเช่นนี้แสดงว่าเราเติบโตแล้ว
.
[ ] 7. เลี้ยงดูความเห็นอกเห็นใจ
ถามตัวเองว่า "ถ้าเพื่อนเจอเหตุการณ์แบบนี้ เราจะพูดกับเขายังไง?" แล้วลองพูดกับตัวเองแบบเดียวกัน
.
[ ] 8. ปล่อยวาง
สังเกตว่าเรายังคงลงโทษตัวเองอยู่หรือเปล่า? ถ้าใช่ ให้หยุด การจมอยู่กับความรู้สึกผิดตลอดไปไม่ได้ช่วยอะไร เรายอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว และเราพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป
.
.
อย่างไรก็ตาม การให้อภัยตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความสับสน และความไม่แน่ใจ แต่ในท้ายที่สุด การเรียนรู้ที่จะให้อภัยตัวเอง คือการให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแก่ตัวเราเอง
.
เพราะเราทุกคนสมควรได้รับโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ เราทุกคนสมควรได้เป็นอิสระจากอดีต และเราทุกคนสมควรได้รับความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และการยอมรับ
.
ไม่ใช่จากคนอื่น แต่จากตัวเราเองก่อน
.
.
อ้างอิง
- Fostering Self-Forgiveness: 25 Powerful Techniques and Books: Helen Brown, Ph.D., Positive Psychology - http://bit.ly/3WAChZO
.
.
#SelfForgiveness
#MentalHealth
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...