"ทำผิดพลาด ไม่ได้แปลว่าแย่" ก่อนที่จะมองตัวเองแง่ลบ ลองฝึกให้อภัยคนในกระจกก่อน
"ฉันทำพลาดไปแล้ว ฉันเป็นคนที่แย่มากเลย"
.
.
สำหรับหลายคนแล้ว นี่คือประโยคที่พวกเขาพูดกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนกลายเป็นวงจรของการลงโทษตัวเองที่ไม่มีวันจบสิ้น
.
ทุกคนเคยทำผิดพลาด บางคนลืมวันเกิดคนที่รัก บางคนส่งข้อความที่ทำร้ายใครสักคน บางคนโกหกคนที่ไว้ใจ หรือบางคนก็แค่รู้สึกว่าตัวเองไม่ดีพอ ไม่เก่งพอ ไม่สมบูรณ์พอ
.
แต่คำถามคือ เราจะให้อภัยตัวเองได้อย่างไร? เมื่อตัวเราเองคือคนที่ตัดสินตัวเองอย่างโหดร้ายที่สุด
.
.
Self-Forgiveness ให้อภัยไม่ใช่การหนีความรับผิดชอบ
.
หลายคนเข้าใจผิดว่า การให้อภัยตัวเองคือการหาข้ออ้าง หรือทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จริงๆ แล้ว Self-Forgiveness คือกระบวนการที่ยากลำบาก ที่ต้องใช้ทั้งเวลา ต้องใช้ความกล้า และต้องใช้ความเข้าใจตัวเองอย่างลึกซึ้ง
.
ตามคำนิยามทางจิตวิทยา Self-Forgiveness คือ "ความเต็มใจที่จะปล่อยวางความขุ่นเคืองที่มีต่อตัวเอง พร้อมกับเลี้ยงดูความเห็นอกเห็นใจ ความเอื้ออาทร และความรักที่มีต่อตัวเอง" โดยการให้อภัยตัวเองที่แท้จริง ต้องมี 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่
.
[ ] 1. ปล่อยวางอารมณ์ลบที่มีต่อตัวเอง
ตอนทำผิดพลาด เรามักรู้สึกผิด อับอาย หรือโกรธตัวเอง ความรู้สึกเหล่านี้มีประโยชน์ในช่วงแรก เพราะมันจะคอยผลักดันให้เราแก้ไข แต่ถ้าเราปล่อยให้มันอยู่ในใจตลอดไป มันจะกลายเป็นพิษที่ทำร้ายเราเอง
.
[ ] 2. เลี้ยงดูอารมณ์บวกที่มีต่อตัวเอง
นอกจากปล่อยวางความรู้สึกแย่ๆ แล้ว เรายังต้องเรียนรู้ที่จะเห็นอกเห็นใจตัวเอง ยอมรับว่าเราเป็นมนุษย์ที่ไม่สมบูรณ์แบบ เหมือนกับคนอื่นๆ ทุกคนบนโลกใบนี้
.
[ ] 3. รับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำ
ถ้าเราแค่ปลอบใจตัวเอง โดยไม่ยอมรับว่าทำผิด นั่นไม่ใช่การให้อภัยตัวเองจริงๆ แต่เป็นการหลอกตัวเอง การให้อภัยตัวเองที่แท้จริง เริ่มต้นจากการยอมรับว่า "ใช่ ฉันทำผิด และฉันรับผิดชอบต่อมัน"
.
.
ทำไมบางคนถึงให้อภัยตัวเองยาก?
.
คุณเคยสังเกตไหมว่า เวลาเพื่อนทำผิดพลาด เราพูดกับเขาได้ว่า "ไม่เป็นไร ใครๆ ก็ทำผิดได้" แต่พอเป็นตัวเราเองที่ทำผิด เรากลับพูดกับตัวเองว่า "ทำไมฉันถึงโง่เขลาจัง ไม่น่าให้อภัยเลย"
.
หรือบางครั้ง เราอาจปลอบใจคนที่เราแคร์ได้อย่างอ่อนโยน แต่พอมาเป็นตัวเอง เราคือคนที่โหดร้ายกับตัวเองที่สุด ตัดสินตัวเองโดยไม่มีปรานี เหมือนกับว่ามีมาตรฐานสองชุดอยู่ในหัว ชุดหนึ่งสำหรับคนอื่น อีกชุดหนึ่งสำหรับตัวเราเอง
.
บางคนสามารถให้อภัยคนอื่นได้ง่ายๆ แม้จะเป็นเรื่องใหญ่โต แต่พอมาเป็นตัวเอง กลับรู้สึกว่าไม่สมควรได้รับการให้อภัยแม้แต่เรื่องเล็กน้อย เหมือนมีเสียงในหัวบอกตลอดเวลาว่า "เธอควรดีกว่านี้" "เธอไม่มีสิทธิ์ผิดพลาด" หรือ "เธอไม่สมควรได้รับการให้อภัย"
.
แล้วทำไมถึงเป็นแบบนี้? นี่อาจเป็นเพราะ
.
[ ] เรามีมาตรฐานที่สูงเกินไปกับตัวเอง คาดหวังว่าเราต้องสมบูรณ์แบบ
[ ] เราสับสนระหว่าง "การกระทำ" กับ "ตัวตน" เราคิดว่า "ถ้าฉันทำผิด แสดงว่าฉันเป็นคนไม่ดี"
[ ] เราคิดว่าการลงโทษตัวเองตลอดไป จะทำให้เราเป็นคนดีขึ้น แต่จริงๆ แล้ว มันแค่ทำให้เราติดอยู่กับที่
.
แต่ข่าวดีก็คือ เราสามารถเรียนรู้ที่จะให้อภัยตัวเองได้ มันอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจต้องใช้เวลา แต่มันเป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ เหมือนกับการเรียนรู้ที่จะอ่อนโยนกับคนในกระจก
.
.
8 ขั้นตอนสู่การให้อภัยตัวเอง
.
ถ้าคุณพร้อมที่จะหยุดทรมานตัวเอง และเริ่มเดินไปข้างหน้าจริงๆ ลองทำตาม 8 ขั้นตอนนี้ดู อาจจะไม่ง่าย อาจจะต้องใช้เวลา แต่มันคุ้มค่าที่จะลองทำ เพราะในท้ายที่สุด คนที่สมควรได้รับความอ่อนโยนจากเรามากที่สุด ก็คือตัวเราเอง
.
[ ] 1. ระบุสิ่งที่ต้องการให้อภัย
เริ่มจากการพูดออกมาชัดเจนว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องการให้อภัยตัวเอง อาจเป็นเหตุการณ์เฉพาะ หรือพฤติกรรมที่ทำซ้ำๆ
.
[ ] 2. สำรวจความรับผิดชอบ
ถามตัวเองว่า เราต้องรับผิดชอบมากแค่ไหนจริงๆ? บางครั้งเราอาจตำหนิตัวเองมากเกินไป สำหรับสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของเรา
.
[ ] 3. ยอมรับและรู้สึกถึงความเสียใจ
อย่าหนีความรู้สึกผิด ความเสียใจ หรือความอับอาย ให้เวลากับตัวเองที่จะรู้สึกถึงมัน แต่อย่าปล่อยให้มันครอบงำเรา
.
[ ] 4. สังเกตความคิดและความรู้สึก
มีสติกับความคิดของตัวเอง อย่าปล่อยให้ความคิดลบขยายวงกว้างจนกลายเป็น "ฉันเป็นคนไม่ดี" แต่จำกัดมันไว้ที่ "การกระทำครั้งนั้นไม่ดี"
.
[ ] 5. แก้ไขเยียวยา
ถ้าทำให้ใครเสียใจ ให้พยายามแก้ไข ขอโทษ หรือชดเชย แต่ถ้าไม่มีใครได้รับผลกระทบ ให้คิดดูว่าเรากำลังโทษตัวเองโดยไม่จำเป็นหรือเปล่า
.
[ ] 6. กลับมาที่หลักการของตัวเอง
เรียนรู้จากประสบการณ์ และพยายามใช้ชีวิตต่อไปตามค่านิยมที่เราเชื่อ การทำเช่นนี้แสดงว่าเราเติบโตแล้ว
.
[ ] 7. เลี้ยงดูความเห็นอกเห็นใจ
ถามตัวเองว่า "ถ้าเพื่อนเจอเหตุการณ์แบบนี้ เราจะพูดกับเขายังไง?" แล้วลองพูดกับตัวเองแบบเดียวกัน
.
[ ] 8. ปล่อยวาง
สังเกตว่าเรายังคงลงโทษตัวเองอยู่หรือเปล่า? ถ้าใช่ ให้หยุด การจมอยู่กับความรู้สึกผิดตลอดไปไม่ได้ช่วยอะไร เรายอมรับว่ามันเกิดขึ้นแล้ว และเราพร้อมที่จะเดินหน้าต่อไป
.
.
อย่างไรก็ตาม การให้อภัยตัวเองไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นการเดินทางที่ยาวนาน เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความสับสน และความไม่แน่ใจ แต่ในท้ายที่สุด การเรียนรู้ที่จะให้อภัยตัวเอง คือการให้ของขวัญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแก่ตัวเราเอง
.
เพราะเราทุกคนสมควรได้รับโอกาสที่จะเริ่มต้นใหม่ เราทุกคนสมควรได้เป็นอิสระจากอดีต และเราทุกคนสมควรได้รับความรัก ความเห็นอกเห็นใจ และการยอมรับ
.
ไม่ใช่จากคนอื่น แต่จากตัวเราเองก่อน
.
.
อ้างอิง
- Fostering Self-Forgiveness: 25 Powerful Techniques and Books: Helen Brown, Ph.D., Positive Psychology - http://bit.ly/3WAChZO
.
.
#SelfForgiveness
#MentalHealth
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast