โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

(แก้ไข) CGSI เพิ่มเป้า SET สิ้นปีนี้ที่ 1,320 จุด EPS อยู่ที่ 81.50 บาท มองการเมืองชัดเจนขึ้น-ดอกเบี้ยลงหนุน

efinanceThai

เผยแพร่ 25 ส.ค. 2568 เวลา 07.31 น.

(แก้ไข) CGSI เพิ่มเป้า SET สิ้นปีนี้ที่ 1,320 จุด EPS อยู่ที่ 81.50 บาท มองการเมืองชัดเจนขึ้น-ดอกเบี้ยลงหนุน

CGSI ขอแก้ไขย่อหน้าที่ 3 จาก…0.7% เป็น 87.4 บาทในปี 68 เป็น0.7% เป็น 87.4 บาทในปี 69

CGSI ปรับเพิ่มเป้าดัชนี SET สิ้นปี 68 เป็น 1,320 จุด หลังปรับเพิ่มประมาณการ EPS ตลาดขึ้น 1.3% อยู่ที่ 81.50 บาท ชี้งบไตรมาส 2/68 บจ.ทำกำไรสูงกว่าคาดถึง 22% มองสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองดีขึ้น และแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยช่วยหนุน

ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า บริษัทที่ฝ่ายวิเคราะห์ฯศึกษา มีกำไรจากการดำเนินงานปกติในไตรมาส 2/68 เติบโต 6% yoy แต่ลดลง 7% qoq โดยไตรมาส 2/68 กลุ่มที่มีกำไรปกติเติบโตสูงสุด qoq ได้แก่ กลุ่มกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, กลุ่มอาหาร, กลุ่มโทรคมนาคม, กลุ่มขนส่ง และกลุ่มปิโตรเคมี ส่วนกลุ่มที่มีกำไรปกติเติบโตต่ำสุด qoq คือ กลุ่มน้ำมันและก๊าซ, กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม หากรวมรายการพิเศษ พบว่ากำไรสุทธิของบจ.ที่ศึกษาจะเติบโตสูงถึง 43% yoy และ 26% qoq

ในไตรมาส 2/68 บริษัทที่ศึกษาประมาณ 24% รายงานกำไรสูงกว่าคาด และมีบริษัท 20% ทำกำไรต่ำกว่าคาด ส่วนอีก 56% มีผลประกอบการสอดคล้องกับความคาดหมาย ทั้งนี้เมื่อเทียบผลประกอบการกับไตรมาส 1/68 พบว่ามีบริษัทที่ทำกำไรสูงกว่าคาด 22%, ต่ำกว่าคาด 16% และสอดคล้องกับประมาณการ 62% โดยกลุ่มที่มีผลประกอบการดีกว่าคาดในไตรมาส 2/68 คือ กลุ่มกลุ่มธนาคาร, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, กลุ่ม REIT, กลุ่มขนส่ง และกลุ่มสาธารณูปโภค ส่วนกลุ่มที่ทำกำไรต่ำกว่าคาด คือ กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และกลุ่มโทรคมนาคม

หลังฤดูการประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/68 สิ้นสุดลง จึงปรับประมาณการ EPS ของตลาดขึ้น 1.3% เป็น 81.5 บาทในปี 68 และ 0.7% เป็น 87.4 บาทในปี 69 เท่ากับว่าในปัจจุบันฝ่ายวิเคราะห์ฯคาดตลาดหุ้นไทยจะมี EPS เติบโต 8% yoy ทั้งในปี 68 และปี 69 เทียบกับเติบโต 4% yoy ในปี 67

ฝ่ายวิเคราะห์ฯ ยังคาดว่า ในช่วงครึ่งปีหลัง 68 จะมีการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินเพิ่มเติม โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ส่งสัญญาณว่า อาจมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยเคยอยู่ที่ระดับ 0.50% ในเดือนพ.ค.63 -ส.ค.65 จึงเชื่อว่าธปท.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายอีกสองครั้งในปีนี้หรือปรับลงครั้งละ 25bp ในการประชุมวันที่ 8 ต.ค. และ 17 ธ.ค.68 จะส่งผลให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยลดลงจากปัจจุบัน 1.50% เหลือ 1.00%

เชื่อว่า เมื่อสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองดีขึ้น โดยในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองเกิดขึ้น จะส่งผลให้ดัชนี SET น่าจะปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่ธปท.มีแนวโน้มปรับอัตราดอกเบี้ยลงอีก จึงปรับเป้าดัชนี SET สิ้นปี 68 ขึ้นจาก 1,280 จุด (-0.5SD จาก ค่าเฉลี่ย 10 ปี) เป็น 1,320 จุด ซึ่งจะเท่ากับ P/E 15.1x ในปี 69 หรือ -0.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี ขณะที่เชื่อว่าภูมิทัศน์ทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้นและการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมจะช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย ส่วนการชุมนุมทางการเมืองครั้งใหญ่และเศรษฐกิจที่ชะลอตัวรุนแรง อาจทำให้ประมาณการมี downside risk

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ฝ่ายวิเคราะห์ฯชอบกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค, กลุ่มสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค, กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง, กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม, กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มการแพทย์และกลุ่มสาธารณูปโภค โดยหุ้น Top picks คือAMATA, BDMS, CPN, ERW, GULF, MINT, MTC, PR9 และ TRUE ขณะเดียวกันให้ระมัดระวังการลงทุนกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย, กลุ่มธนาคาร, กลุ่มอสังหาริมทรัพย์, กลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...