โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ธนาคารเพื่อการพัฒนาการเกษตรแห่งประเทศจีน” เร่งออกพันธบัตร ก่อนรัฐเรียกเก็บ VAT ดอกเบี้ย 8 ส.ค.

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ส.ค. 2568 เวลา 12.20 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2568 เวลา 05.20 น.

ธนาคารเพื่อการพัฒนาและส่งออกของจีน ออกพันธบัตรรอบใหญ่ที่สุดในรอบกว่า 10 ปี หวังล็อกต้นทุนดอกเบี้ยต่ำ ก่อนรัฐบาลเริ่มเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากรายได้ดอกเบี้ยตราสารหนี้ใหม่สัปดาห์นี้

วันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 10.35 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารนโยบายของจีนเดินหน้าออกพันธบัตรอย่างคึกคักในช่วงต้นสัปดาห์นี้ เพื่อรีบล็อกต้นทุนดอกเบี้ยต่ำ ก่อนที่รัฐบาลจะกลับมาเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากรายได้ดอกเบี้ย ซึ่งจะมีผลในวันที่ 8 สิงหาคม

ธนาคารเพื่อการพัฒนาการเกษตรแห่งประเทศจีน (Agricultural Development Bank of China) ได้เสนอขายพันธบัตรใหม่จำนวน 4 ชุด โดยมีอายุสูงสุด 10 ปี ขณะที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของจีน (Export-Import Bank of China) เตรียมตั้งราคาพันธบัตร 2 ชุด โดยชุดที่มีอายุนานที่สุดจะครบกำหนดในเดือนกุมภาพันธ์ 2574 ซึ่งนับเป็นวันออกพันธบัตรที่คึกคักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2555 ตามข้อมูลของ Bloomberg

กระทรวงการคลังจีนระบุเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะเริ่มเก็บ VAT จากรายได้ดอกเบี้ยของตราสารหนี้ที่ออกใหม่โดยรัฐบาลและสถาบันการเงินตั้งแต่วันที่ 8 ส.ค. เป็นต้นไป ยกเว้นเฉพาะตราสารที่ออกก่อนหน้านั้น และการขายซ้ำ (reopenings) ของพันธบัตรเหล่านั้นยังคงได้รับการยกเว้นภาษีเช่นเดิม

การกลับมาเก็บภาษีครั้งนี้ ซึ่งสร้างความประหลาดใจต่อตลาด ได้จุดกระแสความกังวลว่า นักลงทุนจะเรียกร้องผลตอบแทนที่สูงขึ้นเพื่อชดเชยภาระภาษีเพิ่มเติม

โจว กัวหนาน (Zhou Guannan) นักวิเคราะห์จาก Huachuang Securities ในกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า “ผู้ออกพันธบัตรกำลังพยายามเร่งระดมทุนก่อนกฎภาษีใหม่มีผล เพื่อประหยัดต้นทุนทางการเงิน โดยเฉพาะเมื่อการขายซ้ำของพันธบัตรเดิมยังคงได้รับการยกเว้นภาษี”

ธนาคารนโยบายของจีนทั้งสามแห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการพัฒนาการเกษตร (ADBC), ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศจีน (CDB) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า (Exim Bank) ถือเป็นผู้ออกพันธบัตรรายใหญ่ที่สุดในตลาดตราสารหนี้ภายในประเทศ รองจากกระทรวงการคลัง โดยธนาคารเหล่านี้มีบทบาทสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในแต่ละภาคส่วน ได้แก่ เกษตรกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และการค้าระหว่างประเทศ และถือว่าเป็นตราสารกึ่งอธิปไตย (quasi-sovereign) ในมุมมองของนักลงทุน

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธนาคารเหล่านี้พึ่งพาตลาดพันธบัตรมากขึ้นเรื่อย ๆ ในการระดมทุน เนื่องจากอัตราผลตอบแทนปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความต้องการลงทุนในตราสารหนี้ซึ่งเคยแข็งแกร่ง กำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งภาษีใหม่ การฟื้นตัวของตลาดหุ้นในประเทศ และความเชื่อมั่นต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ทำให้นักลงทุนหันไปมองหาสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

เจ้าป๋อซิง นักกลยุทธ์อาวุโสจากธนาคาร ANZ ในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า แม้การเร่งออกพันธบัตรรอบล่าสุดจะช่วยให้ธนาคารนโยบายสามารถผ่อนผลกระทบจากภาษีใหม่ได้ในระยะสั้น แต่ในระยะถัดไปพวกเขาคงหลีกเลี่ยงต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นไม่ได้

พร้อมเสริมว่า เมื่ออัตราผลตอบแทนของพันธบัตรใหม่มีแนวโน้มขยับขึ้นทั่วทั้งเส้นอายุ (yield curve) ก็อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด และลดความต้องการลงทุนในพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารนโยบายในอนาคต

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจจีน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...