โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MR.D.I.Y.ระดมทุน 5.6 พันล้าน สปีดสาขา 1.5 พันแห่งชิงตลาด 1.8 แสนล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 20 ต.ค. 2568 เวลา 04.31 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2568 เวลา 00.44 น.

มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. ชี้ตลาดค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน 1.8 แสนล้านยังมีช่องว่างมหาศาล ประกาศ IPO พ.ย. 68 หวังระดมทุน 5.6 พันล้านบาท หนุนสปีดสาขาแตะ 1,500 แห่งในปี 2570 พร้อมทุ่ม 4.5 พันล้านบาทผุดคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 3 รับดีมานด์ มั่นใจโมเดล “Always Low Prices” ตอบโจทย์ยุคประหยัด-เศรษฐกิจซบเซา

นายแอนดี้ ชิน กวานกุ้ย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย. โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MRDIYT ผู้บริหารเชนร้าน MR.D.I.Y. จำนวน 1,027 สาขากล่าวว่า ตลาดค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านในประเทศไทยเมื่อปี 2567 มีมูลค่าประมาณ 1.82 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มโตต่อเนื่อง

ตลาด 1.8 แสนล้านยังมีช่องว่าง

โดยตลาดค้าปลีกอุปกรณ์ตกแต่งบ้านในไทยยังมีช่องว่างอีกมาก เห็นได้จาก 2 ปัจจัยคือ การเปรียบเทียบกับประเทศต้นแบบอย่างมาเลเซีย ซึ่งมีประชากรน้อยกว่าไทยเท่าตัว แต่มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย.มีสาขามากถึง 1,500 สาขา หรือคิดเป็นสัดส่วนประชากรต่อสาขาอยู่ที่ 25,000 คนต่อสาขา

ในขณะที่ประเทศไทย ปัจจุบันสัดส่วนประชากรต่อสาขาเฉลี่ยอยู่ที่ 75,000 คนต่อสาขา ซึ่งแสดงให้เห็นช่องว่างที่ยังสามารถเติบโตไปได้อีกมาก

อีกปัจจัยคือ ผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2567 บริษัทมีรายได้รวม 16.2 พันล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 28% และมีกำไรสุทธิ 1.7 พันล้านบาท เติบโตเฉลี่ยต่อปีถึง 30%

ส่วนผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2568 สามารถทำยอดขายได้ 9,100 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะสามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน

ย้ำจุดเด่นพลิกวิกฤตเป็นโอกาส

นายอานุภาพ คงมาลัย ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดเสริมถึงภาพรวมเศรษฐกิจว่า แม้ตัวเลขค้าปลีกและ GDP จะเป็นบวก แต่ยังมีปัจจัยผันผวนสูง ทั้งปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น ราคาทองคำและสินทรัพย์การลงทุน หรือปัจจัยภายในประเทศ อย่างการมีรัฐบาลใหม่ และภาคการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวลง ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มระมัดระวังและจำกัดการใช้จ่ายมากขึ้น

แต่สถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นโอกาสของบริษัท เนื่องจากจุดแข็งของแบรนด์คือการนำเสนอสินค้าหลากหลายในราคาที่ “ถูกคุ้มเสมอ” ซึ่งตอบโจทย์สภาพเศรษฐกิจ สะท้อนจากในช่วงที่ผ่านมาสัดส่วนลูกค้ากลุ่มรายได้สูงเพิ่มจาก 15% เป็น 17-18% ส่วนลูกค้าหลักของมิสเตอร์. ดี.ไอ.วาย. เป็นแม่บ้าน อายุประมาณ 35-45 ปี มีสัดส่วนประมาณ 60%

ยกทัพ 600 สินค้าใหม่

เพื่อต่อยอดโมเมนตัมนี้ บริษัทจะออกสินค้าใหม่ประมาณ 500 รายการ/เดือน จากปัจจุบัน 16,000 รายการ ครอบคลุมใน 6 กลุ่มสินค้าหลัก ได้แก่ เครื่องใช้ในครัวเรือนและอุปกรณ์ตกแต่งบ้าน, อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์และเครื่องมือช่าง, เครื่องใช้ไฟฟ้า, เครื่องเขียนและอุปกรณ์กีฬา, ของเล่นและสินค้าเบ็ดเตล็ดอื่น ๆ

แบ่งเป็นสินค้าส่วนใหญ่กว่า 75% นำเข้าจากจีน, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, อินเดีย และอีก 25% เป็นสินค้าในไทย

IPO ใหญ่สุดรอบ 3 ปี พ.ย.นี้

นายแอนดี้เสริมว่า นอกจากนี้ จะเร่งสปีดการขยายสาขาให้เร็วยิ่งขึ้น ตามแผนขยายสาขาใหม่ไม่น้อยกว่า 500 สาขา ภายในระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ. 2568-2570) เพื่อผลักดันให้มีสาขารวมครบ 1,500 สาขาภายในสิ้นปี 2570 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 1,027 สาขา

โดยในปี 2568 บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาใหม่ราว 200 แห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัด ภายใต้งบฯลงทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งจะครอบคลุมทั้งค่าก่อสร้างและสินค้าในสต๊อก เน้นรูปแบบสแตนด์อะโลนในสัดส่วนกว่า 90% เนื่องจากสามารถเจาะเข้าถึงชุมชนและผู้บริโภคในระดับอำเภอและตำบล รวมถึงยังขยายได้รวดเร็วกว่าทำเลในศูนย์การค้า ซึ่งมีจำนวนจำกัดและขยายตัวในอัตราที่ช้ากว่า

ด้วยเหตุนี้จึงเตรียมเข้าระดมทุน 5.6 พันล้านบาทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ซึ่งขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุมัติแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยบริษัทกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO ไว้ที่ 8.30-8.60 บาทต่อหุ้น โดยจะเปิดให้นักลงทุนรายย่อยจองซื้อระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2568 และจะประกาศราคาขายสุดท้ายภายในวันที่ 24 ตุลาคม 2568 คาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯได้ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568

มิสเตอร์.ดี.ไอ.วาย.

“คาดว่าการระดมทุนครั้งนี้จะได้รับเงินสูงสุดประมาณ 5.6 พันล้านบาท คิดเป็นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalisation) สูงสุดประมาณ 5.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้การเสนอขายหุ้นครั้งนี้เป็น IPO ที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 หลังปัจจุบันเรามีสาขาครบ 77 จังหวัดแล้ว สเต็ปต่อไปจึงเป็นการเจาะลึกลงไปในระดับอำเภอ ซึ่งมีโอกาสอีกมหาศาล

ดังนั้น การขยายในรูปแบบสแตนด์อะโลนจึงเป็นคำตอบ เพราะถ้าเรามองพื้นที่ในศูนย์การค้า ไม่ว่าจะเป็น Shopping Mall, Hyper Market หรือ Community Mall ณ วันหนึ่งจะมีจำนวนจำกัด แต่โอกาสในพื้นที่ระดับอำเภอยังเปิดกว้าง นี่คือเหตุผลที่ 90% ของสาขาใหม่จะเป็นสแตนด์อะโลน”

ทุ่ม 4.5 พันล้านผุดคลังสินค้า

พร้อมกันนี้ยังลงทุนมูลค่า 4.5 พันล้านบาท สร้างคลังสินค้าอัตโนมัติขนาดใหญ่แห่งที่ 3 ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เพื่อรองรับการขยายสาขาได้มากกว่า 1,500 แห่งหลังปี 2570 โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จเต็มรูปแบบภายในปี 2574

ออกแคมเปญ-สนับสนุนโครงการภาครัฐ

สำหรับในส่วนของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แม้บางโครงการบริษัทจะไม่ได้เข้าร่วมโดยตรง เช่น “คนละครึ่ง” แต่บริษัทจะมีการจัดแคมเปญการตลาดของตนเองขึ้นมาในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐและคืนกำไรให้แก่ลูกค้า เช่น การเพิ่มรางวัลในกิจกรรม “Shop & Show” หรือการจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 50% เพื่อสร้างความน่าดึงดูดและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่อง โดยไม่กังวลว่าเม็ดเงินจะถูกดึงไปที่อื่น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : MR.D.I.Y.ระดมทุน 5.6 พันล้าน สปีดสาขา 1.5 พันแห่งชิงตลาด 1.8 แสนล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...