โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

BKA เพิ่มเป้ารีโนเวทบ้านเป็น 400-500 หลังต่อปีเจาะทำเลทองกรุงเทพ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 26 ส.ค. 2568 เวลา 13.07 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2568 เวลา 06.07 น.

BKA เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกหลังลงนามร่วมบิ๊กพันธมิตร BAM - UOB ปูพรมรีโนเวทบ้านมือสอง 400-500 หลังต่อปีเน้นทำเลทองกรุงเทพฯ หนุนรายได้ปี 68 โต 15-20%

นายพชร ธนวงศ์เกษม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BKA เปิดเผยว่า การลงนาม MOU กับ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM และ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) หรือ UOB ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPA) ได้อย่างเป็นระบบ ล่าสุด BKAได้รับทรัพย์สินจาก BAM มาดำเนินการแล้ว 1 ล็อต และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็น 50-100 รายการต่อปี ในอนาคต

โมเดลความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มขีดความสามารถในการรีโนเวทบ้านเป็น 400-500 หลังต่อปี จากเดิมที่ทำได้เพียง 200-300 หลังต่อปี อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังคาดว่าจะสามารถเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นให้แตะระดับ 30% จากเดิมที่ 20% ได้อีกด้วย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพและโอกาสในการสร้างรายได้ที่แข็งแกร่งขึ้น

“ในปัจจุบันมี NPA ที่ยังขายไม่ออกอีกจำนวนมาก ซึ่งจะเปิดโอกาสให้บริษัทฯ ได้เข้าไปให้บริการในอีกหลายๆ AMC และสถาบันการเงินอีกหลายแห่ง จะเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทฯ มากขึ้นซึ่งบริษัทฯ มีความพร้อมในเรื่องของทีมงานมืออาชีพที่จะเข้าไปให้บริการได้ครบทุกมิติ”

[caption id="attachment_193208" align="aligncenter" width="1200"]

ภาพก่อนแต่ง-บ้านสวน[/caption]

[caption id="attachment_193206" align="aligncenter" width="1200"]

ภาพหลังรีโนเวท-บ้านสวน[/caption]

เจาะตลาดบ้านมือสองราคา 5-10 ล้านบาท ทำเลทองกรุงเทพฯ

นายพชรกล่าวถึงภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งหลังของปีว่า แม้ตลาดโดยรวมจะชะลอตัวและมีโครงการใหม่เปิดตัวน้อยลง แต่BKA ซึ่งเน้นตลาดบ้านมือสองยังคงมีข้อได้เปรียบ เพราะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการบ้านในราคาที่จับต้องได้ โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน บริษัทฯ จึงยังคงเป้าหมายรายได้ปี 2568 ให้เติบโต 15-20% จากปีก่อน

นอกจากนี้ BKAยังวางแผนขยายพื้นที่ดำเนินงานจากนนทบุรีซึ่งเป็นพื้นที่หลัก ไปสู่ทำเลในกรุงเทพฯ เช่น ลาดพร้าว, บางกะปิ, รามคำแหง และสวนหลวง โดยมุ่งเน้นบ้านในระดับราคา 5-10 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการสูงและมีคู่แข่งน้อยกว่าในระดับราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป การขยายพอร์ตในครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัท แต่ยังเป็นการกระจายความเสี่ยงและเข้าถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งในพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ อีกด้วย

“การขยายโครงการในโซนกรุงเทพฯ นั้น จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทฯได้เพิ่มขึ้น เพราะเชื่อว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีกำลังซื้อที่สูง มีดีมานด์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังถือว่าเป็นการกระจายพอร์ตรายได้ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่รอบกรุงเทพฯ โดยยังคงเน้นที่ระดับราคา 5-10 ล้านบาทเป็นหลัก เพราะเรทราคาในระดับนี้ยังมีความต้องการสูง และเป็นตลาดที่ยังคงมีการเติบโตได้ เนื่องจากมีคู่แข่งในตลาดค่อนข้างน้อย ประกอบกับในปัจจุบันการเปิดตัวโครงการบ้านจะอยู่ที่ระดับราคาเกิน 10 ล้านบาทขึ้นไป ดังนั้นในกลุ่มระดับราคา 5-10 ล้านบาท จึงยังคงเป็นลูกค้าที่มีความเสี่ยงน้อยทำให้สถาบันการเงินยังคงปล่อยสินเชื่อกับกลุ่มนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวก็จะส่งผลเชิญบวกอย่างมีนัยสำคัญกับ BKA ในอนาคต”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...