“หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์” ธิดาท่านทูต สู่ “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ในรัชกาลที่ 9
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเมื่อแรกพระราชสมภพทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้น “หม่อมราชวงศ์” พระนามเดิมว่าหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรทรงเป็นธิดา หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร(ต่อมาคือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ) กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร(ราชสกุลเดิม สนิทวงศ์)
พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเพียงเดือนกว่า ช่วงนั้นพระบิดาทรงออกจากราชการทหาร แล้วทรงย้ายไปรับราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ตำแหน่งเลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จึงอยู่ในความดูแลของ “ท่านย่า” หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร
สภาพบ้านเมืองหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองยังไม่สงบเรียบร้อย เจ้านายส่วนใหญ่ต่างเผชิญกับมรสุมทางการเมืองและหวาดระแวงต่อรัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ “กบฏบวรเดช” ขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2476 เจ้านายหลายพระองค์อพยพครอบครัวตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ไปประทับที่พระตำหนักเขาน้อย จังหวัดสงขลา หม่อมเจ้าอัปษรสมานก็ทรงพาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ลี้ภัยทางการเมืองไปในครั้งนั้นด้วย
เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลง และหม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงเสร็จสิ้นภารกิจที่ต่างประเทศใน พ.ศ. 2477 แล้วเสด็จกลับประเทศไทย หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จึงกลับมาอยู่กับครอบครัวดังเดิม
จาก “ธิดาท่านทูต” สู่ “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ”
ช่วงเจริญวัย หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้รับการศึกษาแบบสมัยใหม่ เข้าศึกษาในระบบโรงเรียนตั้งแต่โรงเรียนราชินี โรงเรียนเซนต์คาเบรียล และโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ตามลำดับ ต่างจากสมเด็จพระบรมราชินีพระองค์ก่อน ๆ ที่ได้รับการศึกษาแบบจารีตจากสำนักของเจ้านายฝ่ายใน ทั้งยังสนใจศึกษาด้านดนตรี (เปียโน) เพื่อเป็นเครื่องประดับความรู้และประกอบอาชีพในอนาคต
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ในฐานะ “ธิดาท่านทูต”ติดตามพระบิดาไปพำนักในประเทศแถบยุโรปที่พระบิดาได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ได้แก่ อังกฤษ เดนมาร์ก และฝรั่งเศส ทำให้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงษ์พระขนิษฐาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นว่า
“ช่วงที่ท่านพ่อเป็นทูตอยู่ที่ฝรั่งเศส ครอบครัวเรามีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงโปรดที่จะขับรถจากโลซานน์มาที่ปารีส มีอยู่ครั้งหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวทรงขับรถแซมสันมาจากโลซานน์ เพื่อมาทรงซ่อมรถ ท่านพ่อก็พาพวกเรามารับเสด็จพระองค์ท่านที่ฟองเตนโบล”
ที่พระราชวังฟองเตนโบล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ และเริ่มก่อเกิดเป็นความรัก เช่นเดียวกับเจ้านายและเชื้อพระวงศ์อีกหลายคู่ที่พบรักกันที่ยุโรป เพราะเป็นสถานที่พบปะชุมนุมของบรรดาเจ้านายไทยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงราว พ.ศ. 2500
ไม่นาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงหมั้นหมายกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นการภายใน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ก่อนจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขาธิการทำหนังสือแจ้งมายังรัฐบาลไทย และประกาศให้ประชาชนทราบในเดือนกันยายนปีเดียวกัน
หลังจากทรงหมั้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จนิวัตประเทศไทยพร้อมด้วยหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เพื่อทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระคู่หมั้นขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ดังความในประกาศว่า
“โดยที่ได้ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ถูกต้องตามกฎหมายและราชประเพณีโดยสมบูรณ์ทุกประการแล้ว
จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ พระอัครมเหษี เป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสสริยยศฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”
เมื่อทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ในวันที่ 5 พฤษภาคม ปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า
“โดยที่ได้ทรงพระราชดำริว่า ตามราชประเพณีซึ่งมีสืบมาแต่โบราณ เมื่อสมเด็จพระมหากษัตราธิราชเจ้าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมโปรดให้สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหษีขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี และในครั้งนี้ก็มีพระราชหฤทัยประสงค์ที่จะให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีนั้น
จึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีให้มีพระเกียรติยศสมบูรณ์ตามราชประเพณีดั่งกล่าวนั้นจงทุกประการ”
หลังจากอาลักษณ์อ่านประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้ประทับเหนือพระราชอาสน์เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณและพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยให้คณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ตามขั้นตอนการสถาปนาสมเด็จพระบรมราชินีแบบใหม่เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7
ต่อมาใน พ.ศ. 2499 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระผนวชเป็นพระภิกษุในเดือนตุลาคม จำเป็นต้องแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามรัฐธรรมนูญ ในทีแรกมีพระราชประสงค์แต่งตั้งให้ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากรประธานองคมนตรี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ระหว่างที่ทรงพระผนวช แต่อีกไม่กี่วันต่อมาเปลี่ยนพระราชหฤทัย แต่งตั้งให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แทน ทรงพระราชดำริว่า
“โดยมีแบบอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระอรรคมเหสีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินประพาสต่างประเทศ และโดยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีก็ทรงมีพระชนมายุอันสมควรและทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ซึ่งแสดงถึงพระปรีชาสามารถในอันที่จะรับพระราชภารกิจในคราวนี้ได้ จึงมีพระราชประสงค์ที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามความในมาตรา 17 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”
แต่หากกลับไปพิจารณาเหตุผลที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้น ไม่ใช่เพราะทรงเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีเสียทีเดียว เนื่องจากในขณะนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีอยู่ก่อนแล้ว
แต่ด้วยธรรมเนียมการจัดลำดับชั้นพระอิสริยยศของพระมเหสีสมัยนั้นยังไม่มีกฎเกณฑ์แน่นอน ขึ้นอยู่กับการมีพระประสูติกาลพระราชโอรส ประกอบกับช่วงเวลานั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร สวรรคต ทำให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระราชโอรสพระองค์โตในสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอัครราชเทวี ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารแทน
จึงเป็นเหตุผลที่สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอัครราชเทวี ในฐานะพระราชมารดาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (พระองค์ใหม่) รับการเฉลิมพระอภิไธยขึ้นเป็น“สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เรียกได้ว่าทรงยึดถือตามขนบธรรมเนียมแบบจารีตเป็นปฐม
หลังจากเสร็จสิ้นพระราชภารกิจในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้รับการเฉลิมพระอภิไธยขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ดังความในประกาศว่า
“ตามราชประเพณีเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เคยมีประกาศให้ออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และทรงพระราชดำริเห็นว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในระหว่างที่ทรงผนวช และได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถ สนองพระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย เป็นการสมควรที่จะได้เฉลิมพระอภิไธยให้เชิดชูพระเกียรติยศยิ่งขึ้น
จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”
สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่ 2 ของไทยถัดจากสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5
อ่านเพิ่มเติม :
- สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถใน ร.9 และ “แม่” ของไทย
- 4 ราชสกุลและสกุลสายพระชนก ใน “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
- “สนิทวงศ์-บางช้าง” 2 ราชสกุลและราชินิกุล สายพระชนนี ใน “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
หมายเหตุ : เนื้อหานี้เก็บความจาก“ ‘The King with the Smile at His Side’ : สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 กับการเสด็จพระราชดำเนินเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทศวรรษ 2490-2500” เขียนโดยวีระยุทธ ปีสาลี ในศิลปวัฒนธรรมฉบับธันวาคม 2560
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 ตุลาคม 2568
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์” ธิดาท่านทูต สู่ “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ในรัชกาลที่ 9
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com