โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์” ธิดาท่านทูต สู่ “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ในรัชกาลที่ 9

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 30 ต.ค. 2568 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 30 ต.ค. 2568 เวลา 07.16 น.

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงเมื่อแรกพระราชสมภพทรงเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้น “หม่อมราชวงศ์” พระนามเดิมว่าหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากรทรงเป็นธิดา หม่อมเจ้านักขัตรมงคล กิติยากร(ต่อมาคือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านักขัตรมงคล กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ) กับ หม่อมหลวงบัว กิติยากร(ราชสกุลเดิม สนิทวงศ์)

พระองค์เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2475 หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองเพียงเดือนกว่า ช่วงนั้นพระบิดาทรงออกจากราชการทหาร แล้วทรงย้ายไปรับราชการสังกัดกระทรวงการต่างประเทศ ตำแหน่งเลขานุการเอกประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จึงอยู่ในความดูแลของ “ท่านย่า” หม่อมเจ้าอัปษรสมาน กิติยากร

สภาพบ้านเมืองหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองยังไม่สงบเรียบร้อย เจ้านายส่วนใหญ่ต่างเผชิญกับมรสุมทางการเมืองและหวาดระแวงต่อรัฐบาล โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุการณ์ “กบฏบวรเดช” ขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2476 เจ้านายหลายพระองค์อพยพครอบครัวตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ไปประทับที่พระตำหนักเขาน้อย จังหวัดสงขลา หม่อมเจ้าอัปษรสมานก็ทรงพาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ลี้ภัยทางการเมืองไปในครั้งนั้นด้วย

เมื่อเหตุการณ์คลี่คลายลง และหม่อมเจ้านักขัตรมงคลทรงเสร็จสิ้นภารกิจที่ต่างประเทศใน พ.ศ. 2477 แล้วเสด็จกลับประเทศไทย หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์จึงกลับมาอยู่กับครอบครัวดังเดิม

จาก “ธิดาท่านทูต” สู่ “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ”

ช่วงเจริญวัย หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ได้รับการศึกษาแบบสมัยใหม่ เข้าศึกษาในระบบโรงเรียนตั้งแต่โรงเรียนราชินี โรงเรียนเซนต์คาเบรียล และโรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ตามลำดับ ต่างจากสมเด็จพระบรมราชินีพระองค์ก่อน ๆ ที่ได้รับการศึกษาแบบจารีตจากสำนักของเจ้านายฝ่ายใน ทั้งยังสนใจศึกษาด้านดนตรี (เปียโน) เพื่อเป็นเครื่องประดับความรู้และประกอบอาชีพในอนาคต

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ในฐานะ “ธิดาท่านทูต”ติดตามพระบิดาไปพำนักในประเทศแถบยุโรปที่พระบิดาได้รับมอบหมายให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูต ได้แก่ อังกฤษ เดนมาร์ก และฝรั่งเศส ทำให้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงษ์พระขนิษฐาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เล่าถึงเหตุการณ์ช่วงนั้นว่า

“ช่วงที่ท่านพ่อเป็นทูตอยู่ที่ฝรั่งเศส ครอบครัวเรามีโอกาสเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงโปรดที่จะขับรถจากโลซานน์มาที่ปารีส มีอยู่ครั้งหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวทรงขับรถแซมสันมาจากโลซานน์ เพื่อมาทรงซ่อมรถ ท่านพ่อก็พาพวกเรามารับเสด็จพระองค์ท่านที่ฟองเตนโบล”

ที่พระราชวังฟองเตนโบล สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพบกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ และเริ่มก่อเกิดเป็นความรัก เช่นเดียวกับเจ้านายและเชื้อพระวงศ์อีกหลายคู่ที่พบรักกันที่ยุโรป เพราะเป็นสถานที่พบปะชุมนุมของบรรดาเจ้านายไทยหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงราว พ.ศ. 2500

ไม่นาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงหมั้นหมายกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์เป็นการภายใน เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ก่อนจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขาธิการทำหนังสือแจ้งมายังรัฐบาลไทย และประกาศให้ประชาชนทราบในเดือนกันยายนปีเดียวกัน

หลังจากทรงหมั้นแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จนิวัตประเทศไทยพร้อมด้วยหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ เพื่อทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2493 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระคู่หมั้นขึ้นเป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ดังความในประกาศว่า

“โดยที่ได้ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ถูกต้องตามกฎหมายและราชประเพณีโดยสมบูรณ์ทุกประการแล้ว

จึ่งมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ พระอัครมเหษี เป็น สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสสริยยศฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”

เมื่อทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์โดยสมบูรณ์ในวันที่ 5 พฤษภาคม ปีเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า

“โดยที่ได้ทรงพระราชดำริว่า ตามราชประเพณีซึ่งมีสืบมาแต่โบราณ เมื่อสมเด็จพระมหากษัตราธิราชเจ้าได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติบรมราชาภิเษกแล้ว ย่อมโปรดให้สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระอัครมเหษีขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมราชินี และในครั้งนี้ก็มีพระราชหฤทัยประสงค์ที่จะให้เป็นไปตามโบราณราชประเพณีนั้น

จึ่งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ประกาศสถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ ขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีให้มีพระเกียรติยศสมบูรณ์ตามราชประเพณีดั่งกล่าวนั้นจงทุกประการ”

หลังจากอาลักษณ์อ่านประกาศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้ประทับเหนือพระราชอาสน์เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จากนั้นเสด็จออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณและพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยให้คณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ตามขั้นตอนการสถาปนาสมเด็จพระบรมราชินีแบบใหม่เพิ่งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 7

ต่อมาใน พ.ศ. 2499 เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงพระผนวชเป็นพระภิกษุในเดือนตุลาคม จำเป็นต้องแต่งตั้งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ตามรัฐธรรมนูญ ในทีแรกมีพระราชประสงค์แต่งตั้งให้ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าธานีนิวัต กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิยากรประธานองคมนตรี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ระหว่างที่ทรงพระผนวช แต่อีกไม่กี่วันต่อมาเปลี่ยนพระราชหฤทัย แต่งตั้งให้สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แทน ทรงพระราชดำริว่า

“โดยมีแบบอย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระอรรคมเหสีเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เมื่อคราวเสด็จพระราชดำเนินประพาสต่างประเทศ และโดยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีก็ทรงมีพระชนมายุอันสมควรและทรงดำรงตำแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย ซึ่งแสดงถึงพระปรีชาสามารถในอันที่จะรับพระราชภารกิจในคราวนี้ได้ จึงมีพระราชประสงค์ที่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามความในมาตรา 17 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย”

แต่หากกลับไปพิจารณาเหตุผลที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์นั้น ไม่ใช่เพราะทรงเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีเสียทีเดียว เนื่องจากในขณะนั้นสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี ทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระอัครมเหสีอยู่ก่อนแล้ว

แต่ด้วยธรรมเนียมการจัดลำดับชั้นพระอิสริยยศของพระมเหสีสมัยนั้นยังไม่มีกฎเกณฑ์แน่นอน ขึ้นอยู่กับการมีพระประสูติกาลพระราชโอรส ประกอบกับช่วงเวลานั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร สวรรคต ทำให้สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระราชโอรสพระองค์โตในสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอัครราชเทวี ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารแทน

จึงเป็นเหตุผลที่สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระอัครราชเทวี ในฐานะพระราชมารดาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช (พระองค์ใหม่) รับการเฉลิมพระอภิไธยขึ้นเป็น“สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เรียกได้ว่าทรงยึดถือตามขนบธรรมเนียมแบบจารีตเป็นปฐม

หลังจากเสร็จสิ้นพระราชภารกิจในฐานะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์แล้ว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้รับการเฉลิมพระอภิไธยขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ดังความในประกาศว่า

“ตามราชประเพณีเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เคยมีประกาศให้ออกพระนามว่า สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และทรงพระราชดำริเห็นว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี ได้ทรงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ในระหว่างที่ทรงผนวช และได้ทรงปฏิบัติพระราชภารกิจแทนพระองค์ด้วยพระปรีชาสามารถ สนองพระราชประสงค์เป็นที่เรียบร้อย เป็นการสมควรที่จะได้เฉลิมพระอภิไธยให้เชิดชูพระเกียรติยศยิ่งขึ้น

จึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระอภิไธยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ”

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงเป็นสมเด็จพระบรมราชินีนาถพระองค์ที่ 2 ของไทยถัดจากสมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 5

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : เนื้อหานี้เก็บความจาก“ ‘The King with the Smile at His Side’ : สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 กับการเสด็จพระราชดำเนินเคียงคู่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทศวรรษ 2490-2500” เขียนโดยวีระยุทธ ปีสาลี ในศิลปวัฒนธรรมฉบับธันวาคม 2560

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 30 ตุลาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “หม่อมราชวงศ์สิริกิติ์” ธิดาท่านทูต สู่ “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” ในรัชกาลที่ 9

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...