โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้พิพากษาศาลสหรัฐฯ สั่งปิดศูนย์กักกันผู้อพยพกลางดงจระเข้ของ “ทรัมป์”

PPTV HD 36

อัพเดต 22 ส.ค. 2568 เวลา 09.10 น. • เผยแพร่ 22 ส.ค. 2568 เวลา 09.07 น.
ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ สั่งปิดศูนย์กักกันผู้อพยพกลางดงจระเข้ของรัฐบาลทรัมป์ หรือ “อัลคาทราซจระเข้”

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. ผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งปิด “อัลคาทราซจระเข้” ซึ่งเป็นศูนย์กักกันผู้อพยพในรัฐฟลอริดาของรัฐบาลประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โดยระบุว่า ศูนย์กักกันแห่งนี้กำลังสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงต่อฟลอริดาเอเวอร์เกลดส์ ซึ่งเป็นมรดกโลกของยูเนสโก และให้เวลารัฐบาลทรัมป์ 60 วันในการยุติการดำเนินงาน

นอกจากนี้ คำตัดสินยังระบุว่า ไม่อนุญาตให้นำผู้ต้องขังเข้ามายังศูนย์กักกันอีกต่อไป และห้ามการก่อสร้างหรือขยายพื้นที่ใด ๆ ในพื้นที่ดังกล่าว

รัฐฟลอริดา ซึ่งร่วมมือกับรัฐบาลทรัมป์ในการก่อสร้างศูนย์กักกันแห่งนี้ ได้ยื่นอุทธรณ์แล้ว

คำตัดสินดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคทางกฎหมายครั้งใหญ่ต่อแผนการของทรัมป์ในการสร้างศูนย์กักกันแห่งนี้ ซึ่งก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับสภาพที่เลวร้ายและอาจเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศในท้องถิ่น

ผู้พิพากษา แคธลีน วิลเลียมส์ ผู้ได้รับการแต่งตั้งจากอดีตประธานาธิบดี บารัก โอบามา กล่าวว่า ศูนย์แห่งนี้กำลังสร้างความเสียหายอย่างไม่สามารถแก้ไขได้ต่อเอเวอร์เกลดส์ รัฐฟลอริดา และสัตว์ใกล้สูญพันธุ์

เธอยังสั่งปิดเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ระบบก๊าซ ระบบบำบัดน้ำเสีย และระบบรับของเสียอื่น ๆ ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อความสามารถในการดำเนินงานของศูนย์

ผู้พิพากษาวิลเลียมส์อ้างถึงแผนการสร้างสนามบินท่องเที่ยวในเอเวอร์เกลดส์ในช่วงทศวรรษ 1960 ซึ่งถูกปฏิเสธเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น

“นับตั้งแต่นั้นมา ผู้ว่าการรัฐฟลอริดาทุกคน สมาชิกวุฒิสภาทุกคน และบุคคลสำคัญทางการเมืองทั้งในระดับท้องถิ่นและระดับชาติจำนวนนับไม่ถ้วน รวมถึงประธานาธิบดี ได้ให้คำมั่นสัญญาต่อสาธารณชนว่าจะสนับสนุนการฟื้นฟู อนุรักษ์ และคุ้มครองเอเวอร์เกลดส์อย่างไม่มีเงื่อนไข” เธอบอก

วิลเลียมส์เสริมว่า “คำสั่งล่าสุดนี้ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการรักษาข้อกำหนดพื้นฐานของกฎหมายที่ออกแบบมาเพื่อให้เป็นไปตามคำมั่นสัญญาเหล่านั้น”

กลุ่มสิ่งแวดล้อมที่ยื่นคำร้องคัดค้านกฎหมายต่างแสดงความยินดีกับคำตัดสินนี้

อีฟ แซมเพิลส์ กรรมการบริหารของกลุ่มอนุรักษ์ Friends of the Everglades กล่าวว่า “นี่เป็นชัยชนะครั้งสำคัญสำหรับเอเวอร์เกลดส์และชาวอเมริกันจำนวนนับไม่ถ้วนที่เชื่อว่าพื้นที่ป่าอันใกล้สูญพันธุ์แห่งนี้ควรได้รับการปกป้อง ไม่ใช่ถูกเอารัดเอาเปรียบ”

เธอเสริมว่า “นี่เป็นการส่งสารที่ชัดเจนว่าผู้นำในระดับสูงสุดของรัฐบาลต้องเคารพกฎหมายสิ่งแวดล้อม และการเพิกเฉยต่อกฎหมายเหล่านี้ย่อมมีผลตามมา”

คำตัดสินนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ผู้พิพากษาวิลเลียมส์ได้ออกคำสั่งห้ามชั่วคราวเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งสั่งให้หยุดการก่อสร้างในสถานที่ดังกล่าว

“อัลคาทราซจระเข้” ถูกยกให้เป็นหัวใจสำคัญของการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายของรัฐบาลทรัมป์ มันถูกสร้างขึ้นกลางหนองน้ำในไมอามี ชื่อของมันมาจากสัตว์ป่าอย่างจระเข้ งูเหลือม และงูหลามในพื้นที่ชุ่มน้ำโดยรอบ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่าจะช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ถูกคุมขังหลบหนี

สถานที่แห่งนี้ได้รับการออกแบบให้รองรับผู้ถูกคุมขัง 3,000 คน และได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบของศูนย์กักขังในอนาคตที่จะสนับสนุนนโยบายการเนรเทศผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์

ระหว่างการเยี่ยมชมสถานที่แห่งนี้ในเดือน ก.ค. ทรัมป์ยกย่องศักยภาพของศูนย์กักขังแห่งนี้ในการ “กักขังผู้อพยพที่อันตรายที่สุด และบางคนก็เป็นคนที่โหดร้ายที่สุดในโลก”

แต่นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการ แห่งนี้ก็ตกเป็นเป้าหมายของการฟ้องร้องและคำร้องเรียนจากนักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมและประชาชนในท้องถิ่นหลายครั้ง

ก่อนหน้านี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ความเสียหายต่อพื้นที่ชุ่มน้ำและสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ในพื้นที่อาจทำลายความพยายามอันยิ่งใหญ่ของรัฐฟลอริดาในการฟื้นฟูเอเวอร์เกลดส์ ซึ่งทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์

เรียบเรียงจาก BBC

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้พิพากษาศาลสหรัฐฯ สั่งปิดศูนย์กักกันผู้อพยพกลางดงจระเข้ของ “ทรัมป์”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...