โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ 88TH เจ้าของแบรนด์ LYO รายได้กว่า 400 ล้านบาท

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ย 2568 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2568 เวลา 10.39 น.

เปิดประวัติ 88TH บริษัทผลิตภัณฑ์ความงาม เจ้าของแบรนด์เส้นผมชื่อดัง “ไลโอ (LYO)” รายได้หลักร้อยล้านบาทต่อปี ที่กำลังเตรียมเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ mai

ใครที่คุ้นชื่อ “LYO” ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ฮิตในตลาดความงาม ที่มี “หนุ่ม กรรชัย” เป็นพรีเซ็นเตอร์ และเห็นตามรายการโหนกระแส รวมถึงตามโมเดิร์นเทรดต่าง ๆ ตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อ จนถึงร้านค้าความงาม ซูเปอร์มาร์เก็ตต่าง ๆ

และคุณอาจยังไม่รู้ว่าผู้ดูแลแบรนด์นี้ในปัจจุบัน คือ 88TH หรือ บมจ.88(ไทยแลนด์) บริษัทผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของคนไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และกำลังเข้าสู่เส้นทางใหม่บนกระดาน mai

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนทำความรู้จักบริษัทแห่งนี้ให้มากขึ้น

เปิดประวัติ 88TH

บริษัท 88(ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) (88TH) จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2558 ด้วยทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว 2,000,000 บาท โดยนางสาวนพรัตน์ มาลัยวงค์ และกลุ่มผู้ร่วมก่อตั้งเพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงาม (Health & Beauty) โดยได้เริ่มจำหน่ายกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Cosmetics) ภายใต้เครื่องหมายการค้า “ver.88”

ซึ่งบริษัทมีการเพิ่มทุนเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ รวมถึงบริษัทได้พัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพและความงามอย่างต่อเนื่องให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม และเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ความงามของกลุ่มลูกค้า

โดยบริษัทได้ขยายฐานลูกค้าเข้าสู่ตลาดด้านสุขภาพ (Health) นำไปสู่กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) ภายใต้แบรนด์ “LYO” และกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิวภายใต้แบรนด์ “Hone” ซึ่งผลิตภัณฑ์ “LYO” เป็นที่รู้จักในตลาดอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการเพิ่มศักยภาพด้านการจัดจำหน่าย โดยการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายจากระบบตัวแทนจำหน่ายที่กระจายอยู่ทั่วประเทศสู่การจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าสมัยใหม่ (Modern Trade) ชั้นนำ พร้อมทั้งขยายช่องทางการขายแบบออฟไลน์ (Offline) และแบบออนไลน์ (Online) เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าถึงของกลุ่มผู้บริโภคเป้าหมายมากขึ้น และยังมีแผนการขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศในภูมิภาคเอเชีย

นอกจากนี้ ในปี 2565 บริษัทเล็งเห็นถึงโอกาสในการต่อยอดธุรกิจและการควบคุมต้นทุน จึงได้เข้าซื้อหุ้นสามัญของบริษัท ดีโอเค สกิน จำกัด (DOK) จากนายธีรภพ อิศรภักดี และนายธีรภัทร์ อิศรภักดี ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิม ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้ว ซึ่งดำเนินธุรกิจสนับสนุนการผลิตผลิตภัณฑ์ให้บริษัทเป็นหลัก

โดยรับจ้างผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) ภายใต้แบรนด์ “LYO” สำหรับบางกลุ่มผลิตภัณฑ์ย่อย และรับจ้างผลิตและให้คำแนะนำการออกแบบผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์อื่น (OEM/ODM) แก่กลุ่มลูกค้าภายนอก เพื่อเป็นการต่อยอดธุรกิจสู่การผลิตผลิตภัณฑ์ เพิ่มโอกาสทางธุรกิจและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุมมากขึ้น

ทั้งนี้ ปัจจุบัน บมจ.88(ไทยแลนด์) มีทุนจดทะเบียน 212,500,000 บาท เป็นทุนที่ชำระแล้ว 170,000,000 บาท

สินค้าของ 88TH มีอะไรบ้าง ?

สำหรับสินค้าภายใต้การดูแลของ 88TH มีดังนี้

กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) ภายใต้แบรนด์ “LYO (ไลโอ)” แบ่งเป็น

ผลิตภัณฑ์ลดผมขาดร่วง (LYO Anti-Hair Loss)

  • แชมพูลดผมขาดร่วง
  • ครีมนวดผมลดผมขาดร่วง
  • แฮร์โทนิคลดผมขาดร่วง

ผลิตภัณฑ์แชมพูปิดผมขาว (LYO Hair Color)

  • แชมพูปิดผมขาว 4 เฉดสี

ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมจากสารสกัดสมุนไพร (LYO Herbal)

  • แชมพูสมุนไพรมะกรูด
  • ครีมนวดสมุนไพรมะกรูด
  • ทรีตเมนต์สมุนไพรมะกรูด
  • แชมพูสมุนไพรอัญชัน
  • ครีมนวดสมุนไพรอัญชัน
  • ทรีตเมนต์สมุนไพรอัญชัน

กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) ภายใต้แบรนด์ “Hone (โฮน)”

  • โฮน อินเทนซีฟ โบทานี เซรั่ม
  • โฮน ครีมกันแดด

กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Cosmetics) ภายใต้แบรนด์ “ver.88 (เวอร์.88)”

  • แป้งผสมรองพื้นหรือแป้งดินน้ำมัน
  • รองพื้น
  • บลัชเชอร์
  • ลิปสติก
  • ดินสอเขียนคิ้ว
  • อายไลเนอร์

รายได้ 88TH มาจากไหน ?

สำหรับรายได้ของ 88TH บริษัทระบุว่า ช่วงปี 2565-2567 มีรายได้จากการขายและบริการ ดังนี้

  • ปี 2565 : รายได้ 268.77 ล้านบาท
  • ปี 2566 : รายได้ 364.05 ล้านบาท
  • ปี 2567 : รายได้ 477.82 ล้านบาท

ขณะที่รูปแบบรายได้นั้น 88TH มีรายได้จากการขายและบริการและรายได้อื่น โดยรายได้ส่วนการขายและบริการแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ

รายได้จากการขายและบริการแบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็น

(1) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care)
(2) ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare)
(3) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Cosmetics)
(4) รายได้จากการขายและบริการอื่น โดยเป็นรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ ที่ยกเลิกการจัดจำหน่ายแล้ว และรายได้ที่เกิดจากการขายและให้บริการของบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบครบวงจร

หากแบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ ข้อมูลปี 2565-2567 พบว่า กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ (Hair Care) มีรายได้ในสัดส่วนมากที่สุด รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (Skincare) ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง (Cosmetics) และรายได้จากการขายและบริการอื่น

รายได้จากการขายและบริการแบ่งตามช่องทางการจัดจำหน่าย แบ่งเป็น

(1) ช่องทางตัวแทนจำหน่าย (Agent)
(2) ช่องทางร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) และช่องทางการสั่งซื้อที่บ้าน (Home Shopping)
(3) ช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์ (Online)
(4) รายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิต โดยเป็นรายได้ที่เกิดจากการขายและให้บริการของบริษัทย่อยที่ประกอบธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางแบบครบวงจร

เมื่อแบ่งตามช่องทางการจัดจำหน่าย พบว่า ช่องทางตัวแทนจำหน่าย (Agent) มีสัดส่วนใหญ่ที่สุด รองลงมา คือ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (Modern Trade) ช่องทางออนไลน์ (Online) ช่องทางการสั่งซื้อที่บ้าน (Home Shopping) และรายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิต ตามลำดับ

ทั้งนี้ ผลประกอบการในปี 2565-2567 ของ 88TH เป็นดังนี้

ปี 2565

  • รายได้จากการขายและบริการ 268.77 ล้านบาท
  • ต้นทุนขายและบริการ 76.16 ล้านบาท
  • กำไรขั้นต้น 192.60 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 177.09 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ 13.37 ล้านบาท

ปี 2566

  • รายได้จากการขายและบริการ 364.05 ล้านบาท
  • ต้นทุนขายและบริการ 119.05 ล้านบาท
  • กำไรขั้นต้น 245.00 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 205.03 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ 25.91 ล้านบาท

ปี 2567

  • รายได้จากการขายและบริการ 477.82 ล้านบาท
  • ต้นทุนขายและบริการ 149.65 ล้านบาท
  • กำไรขั้นต้น 328.17 ล้านบาท
  • ค่าใช้จ่ายรวม 260.54 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิสำหรับงวด 55.52 ล้านบาท

เตรียมเข้าเทรด mai

สำหรับ 88TH นั้น เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ภายในปี 2568 โดยเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนและหุ้นเดิมรวมไม่เกิน 59.50 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 28% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด เพื่อนำเงินทุนไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ขยายธุรกิจ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ในช่วง 3-5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนและหุ้นเดิมรวมไม่เกิน 59,500,000 หุ้น ประกอบด้วย

(1) หุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท จำนวนไม่เกิน 42,500,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละไม่เกิน 20.00 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

(2) หุ้นสามัญเดิมที่เสนอขายโดย Ilkano Pte. Ltd. จำนวนไม่เกิน 17,000,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละไม่เกิน 8.00 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญในครั้งนี้

อ้างอิงข้อมูลจาก ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดประวัติ 88TH เจ้าของแบรนด์ LYO รายได้กว่า 400 ล้านบาท

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...