โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงตกเป็นเหยื่อ? แกะรอยกลโกงที่มิจฉาชีพใช้กับ Gen Y และ Gen Z

Thairath Money

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 27 ก.ย 2568 เวลา 02.00 น.
ภาพไฮไลต์

เคยไหม? ได้รับสายจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นตำรวจพร้อมขู่ว่าเรามีส่วนกับเรื่องผิดกฎหมาย หรือซื้อของตามเพจ โอนเงินไปแล้วกลับไม่ได้สินค้าตามที่สั่ง

เรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นแทบจะพบได้บ่อยในชีวิตประจำวันของเราไปแล้ว สะท้อนจากผลสำรวจล่าสุดพบว่า 73.4% คนไทยเคยถูกมิจฉาชีพหลอกลวง ที่น่าตกใจกว่าคือเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นกับ Gen Y และ Gen Z มากกว่า Gen อื่นๆ สาเหตุเพราะอะไรกันแน่

73.4% ของคนไทย เคยถูกมิจฉาชีพหลอก!

Thairath Money รวบรวมข้อมูลจาก“รายงานการศึกษาสถานการณ์การถูกหลอกลวงผ่านช่องทางออนไลน์: กรณีศึกษาประชาชนอายุ 15-79 ปีไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ” จากคณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า มีคนตอบแบบสอบถามกว่า 73.4% ว่าพวกเขาเคยถูกมิจฉาชีพหลอกลวงทางออนไลน์-โทรศัพท์

ถ้าหากถามถึงสัดส่วนกลุ่มอายุที่เคยถูกหลอกลวงทางออนไลน์-โทรศัพท์ หลายคนอาจคิดว่าผู้สูงอายุมีความเสี่ยงในการถูกหลอกลวงสูงกว่ากลุ่มอื่น แต่จากผลสำรวจพบว่า

  • Gen Y เคยถูกหลอกลวง 81.9%
  • Gen Z เคยถูกหลอกลวง 80.1%
  • Gen X เคยถูกหลอกลวง 76.3%
  • Baby Boomer เคยถูกหลอกลวง 47.9%

Gen Y และ Gen Z: ถูกหลอกออนไลน์มากที่สุด

จากผลสำรวจข้างต้นทำให้เกิดเป็นข้อสงสัยว่าทำไม Gen Y และ Gen Z ที่เข้าถึงเทคโนโลยี และคุ้นเคยกับการใช้สื่อออนไลน์ กลับมีสถิติถูกหลอกมากกว่าช่วงอายุอื่น ? เราจะยกตัวอย่างประเภทการหลอกลวงที่คน 2 กลุ่มนี้เจอมากที่สุด ได้แก่

- หลอกให้ซื้อของ - ให้ประมูลสินค้าที่ราคาถูกปั่นเกินจริง

พบว่า มี Gen Z กว่า 60.1% และ Gen Y กว่า 54.4 % ที่เคยเจอกลลวงแบบนี้ ส่วนหนึ่งอาจเพราะคนกลุ่มนี้ใช้ช่องทางออนไลน์มากกว่า Gen อื่นๆ ก็เป็นได้ ทั้งนี้ จำนวนการถูกหลอกเคสค่อนข้างสูง แต่ในด้านมูลค่าความเสียหายมักจะต่ำกว่า การหลอกลวงรูปแบบอื่นๆ โดยมูลค่าความเสียหายรวมกลุ่มนี้อยู่ที่ 10,450 ล้านบาท เฉลี่ยต่อหัว 710 บาท สูงสุด 20,000 บาท

- หลอกให้ลงทุน/แชร์ลูกโซ่/เล่นพนัน/กู้เงินและหลอกว่าจะให้ผลตอบแทนสูง

พบว่ามี Gen Y ที่ 36.0% และ Gen Z ที่ 35.9% เคยเจอกลโกงนี้ เราอาจเห็นทั้งรูปแบบการหลอกให้เข้าไปลงทุนแล้วจะได้ผลตอบแทนสูงในระยะเวลาสั้นๆ ที่น่าตกใจคือกลลวงนี้มียอดมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดรวม 30,020 ล้านบาท เฉลี่ยต่อหัว 9,471 บาท ยอดสูงสุดที่ 1 ล้านบาท

นอกจากนี้ Gen Y และ Gen Z ที่เป็นวัยทำงานยังมีประสบการณ์ถูกหลอกเรื่องงาน และ ถูก Romance Scam (หลอกให้รักเพราะหวังเงิน) มากกว่า Gen อื่นๆ

Gen X และ Baby Boomer: เป้าหมายของแก๊งคอลเซ็นเตอร์

คนในวัย Gen X และ Baby Boomer อาจมีภาพลักษณ์ว่าไม่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีเท่ากับคนรุ่นใหม่ แต่มิจฉาชีพก็พยายามเข้าหาไม่แพ้กัน

- ถูกหลอกว่ามีปัญหา-เกี่ยวข้องกับคดีผิดกฎหมาย

โดยกลโกงนี้มิจฉาชีพจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรมสรรพากร หรือเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานรัฐต่าง ๆ เพื่อข่มขู่ให้กลัว จนผู้รับสายอาจยอมโอนเงินไปโดยไม่ทันได้คิด จากผลสำรวจพบว่ามี Baby Boomer เคยถูกหลอกกว่า 74.4% ส่วน Gen X อยู่ที่ 70.9%

ส่วนมูลค่าความเสียหายจากกลโกงนี้อยู่ที่ 4,443 ล้านบาท เฉลี่ยต่อหัว 2,743 บาท สูงสุด 30,000 บาท

- หลอกให้ลงทุน/แชร์ลูกโซ่/เล่นพนัน/กู้เงิน ว่าจะให้ผลตอบแทนสูง

พบว่ามี Gen X ที่ 35.8% และ Baby Boomer ที่ 28.7% เคยเจอกลโกงนี้ สัดส่วนน้อยกว่า Gen Y และ Gen Z เพียงเล็กน้อย

- Romance Scam หลอกให้รักเพราะหวังเงิน

พบว่าสัดส่วนเคยถูกหลอกของ Gen X อยู่ที่ 8.7% และ Baby Boomer อยู่ที่ 6.2% แม้จะมีสัดส่วนน้อยกว่า Gen Y และ Gen Z แต่ก็เป็นภัยที่หลอกเงินของผู้เสียหายในยอดที่สูงมาก โดยมูลค่าความเสียหายรวม 2,323 ล้านบาท เฉลี่ยต่อหัว 3,477 บาท สูงสุด 1.5 แสนบาท

ข้อมูลทั้งหมดสะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่า Gen ไหนก็เสี่ยงตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในหลากหลายรูปแบบ แต่ถ้าเราเจาะลึกกันว่าพฤติกรรมไหนบ้างที่ทำให้เราเสี่ยงมากขึ้น เราอาจหาทางป้องกันหรือตรวจสอบช่องทางนั้นได้บ่อยขึ้น

พฤติกรรมที่มีความเสี่ยง-เพิ่มโอกาสตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

ในเรื่องนี้เรามีข้อมูลจากรศ. ดร.นวลน้อย ตรีรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เล่าในงาน BOT Symposium 2025 | เท่าทันภัยการเงิน โดยสรุปถึงพฤติกรรมที่มิจฉาชีพอาจใช้เป็นช่องทางเข้าถึงผู้เสียหายได้มากขึ้น นั่นคือ

กลุ่มพฤติกรรมเสี่ยงต่อการถูกหลอกลงทุน

  • แชร์ลิงก์พนัน/ดูบอลเถื่อน
  • บันทึก/แชร์รหัสผ่านกับคนอื่น
  • กดดาวน์โหลดโดยไม่ตรวจสอบ
  • ผูกบัตร/ตัดเงินอัตโนมัติ

กลุ่มพฤติกรรมเสี่ยงต่อการถูกหลอกให้ซื้อของออนไลน์

  • ผูกบัตร/ตัดเงินอัตโนมัติ
  • ซื้อสินค้าผ่านร้านค้า/ช่องทางที่ไม่น่าเชื่อถือ

กลุ่มพฤติกรรมเสี่ยงต่อการถูกหลอกหางาน

  • ผูกบัตร/ตัดเงินอัตโนมัติ
  • กดดาวน์โหลดบางอย่างโดยไม่ตรวจสอบ

พฤติกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้ อาจเปิดทางให้มิจฉาชีพเข้าถึงตัวเราได้ ดังนั้น ก่อนจะกดลิงก์แปลกๆ หรือทำธุรกรรมผ่านช่องทางไหน ควรตรวจสอบอีกขั้นเสมอ เช่น ถ้าเราผูกบัตรเดบิต/เครดิตกับ แอปฯ ไหนไว้ก็ควรตรวจสอบบิลหรือธุรกรรมที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ เมื่อเจอยอดจ่ายเงินที่ผิดปกติจะป้องกันได้ทันเวลา เป็นต้น

ที่มา: คณะเศรษฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,ธนาคารแห่งประเทศไทย

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงตกเป็นเหยื่อ? แกะรอยกลโกงที่มิจฉาชีพใช้กับ Gen Y และ Gen Z

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...