โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

แฟนเก่าหึงโหด บุกทำร้ายและพ่นสเปรย์ด่าอดีตคนรักถึงในร้านอาหาร สาวผวาหนักเข้าร้องเรียน ตร.

สวพ.FM91

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 19.28 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 19.28 น.

แฟนเก่าหึงโหด บุกทำร้ายและพ่นสเปรย์ด่าอดีตคนรักถึงในร้านอาหาร สาวผวาหนักเข้าร้องเรียน ตร.

(8 สิงหาคม) น.ส. นอ วัย 33 ปี (นามสมมุติ) เข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปากคลองสาน หลังถูกอดีตแฟนเก่าชื่อนายตอ (นามสมมุติ) ตามรังควานและส่งลูกน้องมาทำร้ายร่างกายถึงในร้านอาหาร ทั้งยังพ่นสีสเปรย์ด่าหยาบคายเต็มรถยนต์ส่วนตัว ทำให้เธอใช้ชีวิตอยู่ด้วยความหวาดกลัว

น.ส. นอ เล่าว่า ได้คบหากับนายตอ มาเป็นเวลากว่า 2 ปี แต่ตัดสินใจเลิกรากันเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากนายตอ มีพฤติกรรมใช้สารเสพติดและใช้ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากเลิกกัน นายตอ ก็ไม่ยอมจบความสัมพันธ์ พยายามส่งข้อความมาข่มขู่ และตามมาหาถึงบ้านที่จังหวัดนนทบุรี ทำให้เธอต้องหนีไปพักที่อื่น อีกทั้งยังส่งลูกน้องไปตามหาเธอถึงบ้านพ่อแม่ที่จังหวัดอุบลราชธานี พร้อมข่มขู่จะทำร้ายคนในครอบครัวหากติดต่อเธอไม่ได้

โดยเหตุการณ์ล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2568 ขณะที่ น.ส. นอ กำลังนั่งทานอาหารกับเพื่อนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านคลองสาน มีผู้ชาย 3 คน ซึ่งเธอจำได้ว่าเป็นลูกน้องของนายตอ พุ่งเข้ามาทำร้ายเธอและเพื่อนอย่างไม่ทันตั้งตัว โดยตบและต่อยเข้าที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บ หลังจากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุก็รีบวิ่งหลบหนีไปทันที

สิ่งที่ทำให้เธอตกใจยิ่งกว่าคือ เมื่อเธอเดินไปที่รถยนต์ส่วนตัวที่จอดไว้ ก็พบว่าถูกพ่นสีสเปรย์เป็นข้อความหยาบคายขนาดใหญ่เต็มประตูรถด้านขวา ซึ่ง น.ส.นอ เชื่อว่าสาเหตุทั้งหมดเกิดจากอดีตแฟนเก่าที่ไม่ยอมเลิกลาอย่างแท้จริง

โดย น.ส.นอ ได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ปากคลองสาน ไว้แล้ว และวันนี้ได้เดินทางมายื่นเอกสารทางการแพทย์เพื่อเป็นหลักฐานเพิ่มเติม เธอกล่าวว่าต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด และอยากฝากบอกอดีตแฟนเก่าว่า "ตนเองทำอะไรผิดมากถึงขั้นให้คนตามมาคุกคามทำร้ายร่างกายแบบนี้"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...