โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฮุนเซน อ้างทหารไทยยิงหนังสติ๊ก ใส่ทหารเขมร จี้รัฐบาลไทยสั่งหยุดทันที

Khaosod

อัพเดต 08 ส.ค. 2568 เวลา 13.31 น. • เผยแพร่ 08 ส.ค. 2568 เวลา 13.18 น.

ฮุนเซน อ้างทหารไทยยิงหนังสติ๊ก ใส่ทหารเขมร จี้รัฐบาลไทยสั่งหยุดทันที ลั่นปัญหาร้ายแรง ส่อบานปลายไปสู่การใช้อาวุธทุกชนิด

เมื่อเวลา วันที่ 8 ส.ค. 2568 สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้โพสต์เฟซบุ๊กอ้างว่า ทหารไทยใช้หนังสติ๊กที่บรรจุลูกปืนและเม็ดโลหะยิงใส่ทหารกัมพูชา ขอให้รัฐบาลไทยสั่งให้หยุดใช้ทันที

โดยระบุว่า จริงๆ แล้วผมไม่อยากจะพูดเกี่ยวกับประเด็นนี้เลย อย่างไรก็ตาม การนิ่งเงียบอาจทำให้ผู้นำไทยไม่ตระหนัก และประชาคมระหว่างประเทศอาจเข้าใจผิดสถานการณ์ได้ ความขัดแย้งชายแดนกัมพูชา-ไทย ได้เปลี่ยนจากสงครามที่ใช้อาวุธมาเป็นสงครามที่เกี่ยวข้องกับหนังสติ๊กที่บรรจุลูกปืนและเม็ดโลหะ

ฮุนเซน อ้างทหารไทยใช้หนังสติ๊กยิงใส่ จี้รัฐบาลสั่งหยุดทันที

เมื่อมองแวบแรก สิ่งนี้อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยหรือเป็นเรื่องน่าขบขันด้วยซ้ำ แต่เมื่อตรวจสอบลึกลงไปแล้ว พบว่าเป็นปัญหาร้ายแรง หากเราไม่เข้าไปแทรกแซง มันจะบานปลายจากหนังสติ๊กไปสู่การใช้อาวุธทุกชนิด

ท้ายที่สุดจะทำลายข้อตกลงหยุดยิงที่ผู้นำกัมพูชาและไทยบรรลุข้อตกลงกันอย่างอุตสาหะ โดยมีการไกล่เกลี่ยอย่างแข็งขันโดยนายกรัฐมนตรีมาเลเซียและการมีส่วนร่วมจากจีนและสหรัฐอเมริกา

สำหรับกัมพูชา หากมีการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้น ผมจะเรียกร้องให้รัฐบาลออกคำสั่งให้กองกำลังทหารยุติการใช้โดยทันที

ผมยังหวังว่าผู้นำไทยจะมีคำสั่งในลักษณะเดียวกันนี้ให้กองทัพยุติการใช้อาวุธ ดังภาพที่แนบมานี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮุนเซน อ้างทหารไทยยิงหนังสติ๊ก ใส่ทหารเขมร จี้รัฐบาลไทยสั่งหยุดทันที

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...