EBC Financial Group ยก “TouristDigiPay” เป็นต้นแบบการเงินแห่งอนาคต
EBC Financial Group ชี้ "TouristDigiPay" ของรัฐบาลไทยเป็นโครงการ Sandbox ต้นแบบระดับโลก เปิดช่องนักท่องเที่ยวแปลงสกุลเงินคริปโตเป็นเงินบาท เพื่อนำไปใช้จ่ายว่า รับการปรับตัวเข้ากับยุคนักเดินทางไร้เงินสดมากขึ้น หนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นายซามูเอล เฮิร์ตซ์ หัวหน้ากลุ่ม EBC Financial Group ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า "ในอดีตการท่องเที่ยวและการเงินมักถูกมองว่าเป็นสองภาคส่วนที่แยกออกจากกัน แต่ประเทศไทยกำลังพิสูจน์ให้เห็นว่าทั้งสองสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างมีกลยุทธ์ โครงการนี้จะช่วยกำหนดให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวอย่างแท้จริงในยุคดิจิทัล"
โครงการ "TouristDigiPay" เป็นโครงการนำร่องที่มีระยะเวลาทดสอบ 18 เดือน โดยมีระบบป้องกันความเสี่ยงที่รัดกุม เช่น กระบวนการยืนยันตัวตน (KYC/CDD) ตามเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังมีการจำกัดวงเงินต่อเดือนสำหรับร้านค้าต่างๆ เพื่อควบคุมความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยจำกัดวงเงินสำหรับร้านค้ารายย่อยไว้ไม่เกิน 50,000 บาท และร้านค้าที่ผ่านการยืนยันตัวตน (KYM) ไม่เกิน 500,000 บาท
นายเฮิร์ตซ์มองว่าโครงการนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของความสะดวกสบายเท่านั้น แต่เป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมระบบการเงินแบบดั้งเดิมเข้ากับเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเติบโต โดยเชื่อว่าโมเดลของประเทศไทยอาจเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการนำไปใช้ในวงกว้างทั่วทั้งเอเชียและภูมิภาคอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดที่การท่องเที่ยวและนวัตกรรมเป็นเป้าหมายสำคัญของประเทศ
ทั่วโลกมีการเติบโตของ Stablecoin และโซลูชันการชำระเงินดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดจะเกิน 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2571 ขณะที่ประเทศอย่างญี่ปุ่นและภูฏานก็เริ่มทดลองโมเดลคล้ายกันแล้ว แต่ด้วยขนาดโครงการและความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ทำให้มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบที่สูงกว่าประเทศอื่น
"ประเทศไทยไม่ได้ดำเนินงานแบบโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงระดับโลกที่สินทรัพย์ดิจิทัลกำลังก้าวจากการลงทุนแบบเก็งกำไรไปสู่เครื่องมือที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน" นายเฮิร์ตซ์กล่าว "โครงการ Sandbox นี้มีความสำคัญ เพราะแสดงให้เห็นถึงแนวทางการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวในระบบเศรษฐกิจจริง"