โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถนนยุบสามเสนยังต้องปิดการจราจร กทม. ปรับแผนรับเปิดเทอม เพิ่มรถ Feeder ปรับเส้นทาง

VoiceTV

อัพเดต 24 ต.ค. 2568 เวลา 14.49 น. • เผยแพร่ 24 ต.ค. 2568 เวลา 14.43 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

วันนี้ (24 ตุลาคม 2568) นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยรายละเอียดความคืบหน้าล่าสุดของถนนสามเสนยุบตัว หลังประชุมกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า สถานการณ์ปัจจุบันพื้นที่ถนนสามเสนที่ยุบตัวยังคงต้องปิดการจราจรแบบ 100% ไปก่อน การบริหารจัดการพื้นที่ปิดถนนและคืนพื้นผิวได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการคืนพื้นผิวจราจรให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้สัญจรก่อน และต้องไม่ทำให้การก่อสร้างช้าลง ซึ่ง กทม. ประสานกับผู้รับเหมาเพื่อทำแผนและแจ้งระยะเวลาที่แน่นอนในการคืนพื้นผิว คาดการณ์ว่าในช่วง 1 เดือนแรกนี้อาจจะยังไม่สามารถคืนพื้นผิวจราจรได้

ด้านแผนการจัดการจราจรเฉพาะช่วง ได้มุ่งเน้นการใช้ถนนนครราชสีมาเพื่อรับปริมาณรถแทนถนนสามเสนที่ปิดถนน 100% ในช่วงเช้า (เวลา 05.30 – 09.00 น.) แยกซังฮี้ : รถขาเข้าจากสะพานซังฮี้ลงมาแยกซังฮี้ จะอนุญาตให้รถเลี้ยวขวาเพื่อเข้ากลุ่มโรงเรียนได้ โดยให้เฝ้าระวังและเตรียมพร้อมที่จะเปิดช่องทางพิเศษ (Reverse Lane) หากปริมาณรถติดขัดมากในเช้าวันเปิดเทอม แยกวชิระ/สวนรื่นฤดู : รถจากถนนขาวเข้าสุโขทัย จะเลี้ยวซ้าย 1 ช่องทาง และตรงไปสวนรื่นฤดี 3 ช่องทาง รถที่มาจากสามเสน (ย่านศรีย่าน) เพื่อเข้ากลุ่มโรงเรียน ต้องเลี้ยวซ้ายที่แยกวชิระ แล้วเลี้ยวขวาที่แยกสวนรื่นฤดี

สำหรับการปรับปรุงแยกสวนรื่นฤดี : ติดตั้งสัญญาณไฟเลี้ยวขวาเพิ่ม และเพิ่มช่องทางเลี้ยวขวาเป็น 2 ช่องทาง พร้อมทำ Pocket Lane (ช่องจราจรที่สร้างขึ้นเพื่อการรอเลี้ยว บริเวณทางแยกหรือจุดกลับรถ เพื่อช่วยจัดการจราจรให้คล่องตัวขึ้นและลดปัญหาการจราจรติดขัด) ส่วนถนนนครราชสีมา : ปรับเป็นช่องจราจรแบบวิ่งสวนทาง 2 ช่องทาง ซึ่งในช่วงเย็น (เวลา 14.00 – 17.00 น.) การจัดการจราจรจะคล้ายช่วงเช้า ที่แยกการเรือน : ปรับให้มีช่องจราจรวิ่งสวนทาง (ขึ้นสะพานซังฮี้) เป็น 3 ช่องทาง โดยใช้กรวยกั้น

นอกจากนี้ ยังมีการให้บริการรถรับส่ง (Feeder) สำหรับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล/กลุ่มโรงเรียน ด้วยการเพิ่มจำนวนรถ Feeder เพื่อให้การจราจรมีความคล่องตัวและลดภาพจำว่าการปิดถนนทำให้รถติดด้วยการเพิ่มรถรวมเป็น 7 คัน (เดิม 4 คัน + เสริม 3 คัน) การวิ่งรถให้รถวิ่งแบบ "เต็มออก" โดยไม่ต้องรอรอบ 15 นาที เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนที่ดีที่สุด รวมถึงจะขยายบริการรถ Feeder ใหม่ 3 คัน วิ่งเส้นทางใหม่เพื่อรับนักเรียนบริเวณสถานีรถไฟฟ้าสิรินธร (MRT) โดยเฉพาะ ซึ่งแยกเส้นทางกับรถเดิม 4 คันที่วิ่งรับจากออฟฟิศเมท เพื่อตอบรับข้อเสนอของผู้ปกครองโดยให้บริการตลอดวัน (ไม่เฉพาะช่วงเร่งด่วน) เพื่อรับส่งบุคลากรของโรงพยาบาลและคนทำงานในพื้นที่ด้วย ให้บริการช่วงเช้า 06.00 – 07.30 น. และช่วงเย็น 16.30 – 18.30 น.

ในส่วนการแก้ปัญหารถรับ – ส่งผู้ป่วย (โรงพยาบาลวชิรพยาบาล) ที่มีปัญหารถแท็กซี่มักไม่เข้ามารับผู้ป่วย ได้สั่งการให้เทศกิจเข้าไปช่วยยืนเรียกรถแท็กซี่และอำนวยความสะดวกให้แท็กซี่เข้ามารับผู้ป่วย เพื่อให้การขนส่งผู้ป่วยออกไปยังจุดเชื่อมต่อ เช่น ตลาดศรีย่าน เป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้วยการระดมกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจและตำรวจจราจรมายืนประจำจุดอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในวันแรกของการเปิดเทอม มีการแบ่งเขตความรับผิดชอบ ให้สำนักงานเขตดุสิตดูแลบริเวณหน้าโรงเรียน สำนักงานเขตบางพลัดช่วยดูแลฝั่งทางลงจากสะพาน/ออฟฟิศเมท

พร้อมกันนี้ สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) จะทำการติดตั้งอุปกรณ์และติดตั้งป้ายให้เลี้ยวขวาได้ ป้ายบอกทางตรง (สวนอ้อย, สวรรคโลก) ทาสีตีเส้นจราจร และติดตั้งดวงโคมไฟจราจรบริเวณแยกสวนรื่นฤดี ซึ่งดำเนินการเรียบร้อยแล้ว และได้เพิ่มเติมป้ายเตือน "รถสวนกัน" สำหรับถนนนครราชสีมา (หัว – ท้าย แยกสวนรื่นฤดีถึงแยกการเรือน) เพื่อป้องกันอุบัติเหตุ และหารือถึงการจัดทำข้อมูลประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับบริการเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้า (เรือด่วน EA) ที่ระบุเวลาให้บริการและความถี่ของเรือให้ชัดเจน รวมถึงการเชื่อมต่อท่าเรือเนื่องจากท่าเรือนวมินทร์ (หรือท่าสามเสน) อยู่ห่างจากถนนขาว 50 – 70 เมตร ให้มีการจัดรถเล็กหรือรถตู้เพื่อรับ-ส่งคนจากท่าเรือไปยังถนนขาว (ถ.สุโขทัย) ในช่วงเวลาเร่งด่วน และประชาสัมพันธ์เผยแพร่การดำเนินการของกรุงเทพมหานครให้ประชาชนรับทราบโดยทั่วกันต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...