9 ประเด็นน่าสนใจ มูลนิธิกัน จอมพลังฯ เมื่อการช่วยเหลือสังคมต้องโปร่งใส
เปิด 9 ประเด็นสำคัญท่ามกลางกระแสสังคมที่ให้ความสนใจต่อการดำเนินงานของ “มูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้” หลังมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับข้อบังคับที่ระบุว่า “หากมูลนิธิเลิกกิจการ ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า”
ล่าสุด ทีมผู้บริหารมูลนิธิ พร้อมด้วยนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “กัน จอมพลัง” ได้ออกมาชี้แจงอย่างละเอียด
ในเวทีแถลงข่าวเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ที่โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ ซึ่งมีทั้งสื่อมวลชนและบุคคลสาธารณะ เช่น น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.กทม. พรรคประชาชน เข้าร่วมรับฟังอย่างใกล้ชิด วันนี้ “ประชาชาติธุรกิจ” สรุป 9 ประเด็นสำคัญที่ควรรู้ เกี่ยวกับมูลนิธิแห่งนี้ ที่กลายเป็นกรณีศึกษาเรื่อง “ความโปร่งใสขององค์กรการกุศล”
1. จากเพจช่วยเหลือสังคม สู่มูลนิธิถูกต้องตามกฎหมาย
“มูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้” เริ่มต้นจากการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนที่ทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้เดือดร้อนในนาม “เพจกัน จอมพลัง” ที่หลายคนรู้จักในโลกออนไลน์ จากการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยและประชาชนที่ตกทุกข์ได้ยากทั่วประเทศ
ด้วยความต้องการให้การดำเนินงานเป็นระบบและตรวจสอบได้ ทีมงานจึงยื่นขอจดทะเบียนเป็นมูลนิธิต่อ นายทะเบียนกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 และประกาศจัดตั้งอย่างเป็นทางการใน ราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2568
จุดเด่นของมูลนิธิคือ แม้ใช้ชื่อ “กัน จอมพลัง” เป็นชื่อทางสังคมที่คุ้นหู แต่ “กัน” ไม่ได้เป็นผู้ยื่นจดทะเบียน และไม่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหาร เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดว่าเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นเพื่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
2. โครงสร้างบริหารมูลนิธิ ไม่มีชื่อ “กัน จอมพลัง”
ตามเอกสารจดทะเบียน มูลนิธิมีคณะกรรมการทั้งหมด 3 คน ได้แก่
น.ส.กาญจนา สถาวร ประธานมูลนิธิ
นายอภิสิทธิ์ ดีทรัพย์มงคล รองประธานและเหรัญญิก
นายวิสุนัย จำปาศิริ กรรมการและเลขานุการ
ทั้ง 3 คนเป็นผู้ดูแลกิจกรรมทั้งหมดของมูลนิธิในเชิงโครงสร้าง โดยมี “กัน จอมพลัง” เป็นเพียง “ผู้ร่วมดำเนินกิจกรรมภาคสนาม” และเป็น “บุคคลสาธารณะ” ที่ใช้ชื่อเสียงช่วยสร้างการรับรู้และแรงสนับสนุนจากสังคม
3. ทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 500,000 บาท และขยายด้วยพลังศรัทธา
ทุนแรกเริ่มของมูลนิธิอยู่ที่ 500,000 บาท ตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเงินจำนวนนี้มาจากการลงขันของเพื่อน ๆ ในทีม “กัน จอมพลัง” ที่ร่วมกันทำกิจกรรมช่วยเหลือมาก่อนหน้านี้
จากนั้นมูลนิธิจึงเปิดรับเงินบริจาคอย่างเป็นทางการ โดยยอดบริจาคที่ได้รับจนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2568) รวมทั้งสิ้น 207,350,262.04 บาท
ในจำนวนนี้ได้ใช้ไปเพื่อช่วยเหลือสาธารณะและภารกิจต่าง ๆ รวม 117,673,106.02 บาท และยังมีเงินคงเหลือในบัญชีอีก 90,177,156.02 บาท ซึ่งฝ่ายบัญชีระบุว่ามีการจัดทำรายงานทางการเงินและสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน
4. วัตถุประสงค์ 6 ข้อชัดเจน-ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง
ข้อบังคับของมูลนิธิระบุวัตถุประสงค์ไว้ 6 ด้าน ได้แก่
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทั่วประเทศ
สนับสนุนกิจกรรมเพื่อการกุศลและสาธารณประโยชน์
ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เดือดร้อนหรือผู้ด้อยโอกาส
สนับสนุนการศึกษาและสาธารณสุข
ร่วมมือกับองค์กรรัฐและเอกชนในการพัฒนาเพื่อสังคม
ไม่ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองหรือแสวงหากำไร
ทุกโครงการของมูลนิธิอยู่ภายใต้หลัก “โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง”
5. ข้อบังคับข้อ 39 : จุดเริ่มต้นของข้อสงสัยในสังคม
ประเด็นที่กลายเป็นจุดวิพากษ์คือ “ข้อบังคับข้อที่ 39” ซึ่งระบุว่า หากมูลนิธิเลิกกิจการ ทรัพย์สินทั้งหมดจะตกเป็นของ “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า”
คำถามในสังคมคือ “เหตุใดต้องเป็นมูลนิธินี้”
ประธานมูลนิธิ อธิบายว่า ในช่วงจัดตั้ง ทีมงานยังไม่ชำนาญด้านเอกสารกฎหมาย และต้องเร่งรัดกระบวนการเพื่อให้มูลนิธิจดทะเบียนได้เร็วที่สุด เพราะในขณะนั้นมีผู้เดือดร้อนจำนวนมากจากเหตุภัยพิบัติที่ต้องการความช่วยเหลือ
ฝ่ายบัญชีของมูลนิธิชี้แจงว่า ตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 134
กำหนดให้มูลนิธิต้องระบุ “มูลนิธิหรือองค์กรผู้รับช่วงต่อทรัพย์สิน” หากเลิกกิจการ เพื่อป้องกันการสูญหายของเงินบริจาค ซึ่งการระบุชื่อ “มูลนิธิธรรมนัส” เป็นเพียงการปฏิบัติตามรูปแบบเอกสารในขณะนั้น
6. ชี้ชัดไม่เคยโอนเงินให้มูลนิธิธรรมนัส-มีเพียง 2 มูลนิธิที่โอนให้ตามความประสงค์ผู้บริจาค
เพื่อสยบข้อสงสัย ประธานมูลนิธิ ยืนยันว่า ตั้งแต่ก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน ไม่เคยมีการโอนเงินหรือทรัพย์สินใด ๆ ไปยัง “มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า” เลย ซึ่งตลอดการดำเนินงาน มีเพียงการโอนเงินให้กับ 2 มูลนิธิเท่านั้น ได้แก่
มูลนิธิราชประชานุเคราะห์
มูลนิธิเพื่อนพึ่งพายามยาก
โดยเป็นการดำเนินการตามความประสงค์ของผู้บริจาค “แจ็กสัน หวัง” ศิลปินชื่อดังที่มอบเงินบริจาคกว่า 3 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และให้สมทบกับ 2 มูลนิธิดังกล่าว มูลนิธิกันฯ จึงโอนเงินไปมูลนิธิละ 1.16 ล้านบาท และเก็บส่วนที่เหลือกว่า 1 ล้านบาทไว้ดำเนินกิจกรรมต่อ
7. ภารกิจช่วยเหลือครั้งใหญ่ เยียวยาผู้เสียหายเหตุแผ่นดินไหว
หนึ่งในภารกิจที่สะท้อนการทำงานของมูลนิธิได้อย่างชัดเจน คือเหตุการณ์ แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ซึ่งส่งผลให้อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
มูลนิธิกันฯได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหาย รวม 98 ราย โดยกัน จอมพลังย้ำว่า “ไม่มีการเรียกรับเงินบริจาคก่อนมูลนิธิจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ” และทุกกิจกรรมหลังวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย
8. เตรียมแก้ไขข้อบังคับ เพื่อความสบายใจของสังคม
ภายหลังจากกระแสข่าวขยายวงกว้าง “กัน จอมพลัง” และคณะกรรมการมูลนิธิได้หารือร่วมกัน และมีมติให้ “แก้ไขข้อบังคับข้อ 39” โดยจะเปลี่ยนชื่อมูลนิธิผู้รับช่วงต่อทรัพย์สินในกรณีเลิกกิจการ
แม้ยังไม่เปิดเผยชื่ออย่างเป็นทางการ แต่ระบุว่าเป็น มูลนิธิที่มีความมั่นคงสูงและได้รับความเชื่อถือในระดับประเทศ เพื่อยืนยันถึงความบริสุทธิ์ใจและความตั้งใจทำงานเพื่อสังคมอย่างโปร่งใส
9. บทเรียนสำคัญขององค์กรการกุศลยุคใหม่
กรณี “มูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้” ไม่เพียงเป็นประเด็นทางสังคม แต่ยังเป็น “บทเรียน” สำหรับองค์กรการกุศลยุคใหม่ในยุคที่ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของความเชื่อมั่น
ในยุคที่การสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย ทำให้สังคมตรวจสอบได้รวดเร็ว การจัดตั้งองค์กรสาธารณกุศลต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และต้องเปิดเผยข้อมูลทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ เพื่อรักษาความศรัทธาของผู้บริจาคและประชาชนทั่วไป
ฝ่ายบัญชีของมูลนิธิ ได้กล่าวย้ำว่า การกำหนดชื่อมูลนิธิอื่นไว้ในข้อบังคับไม่ได้หมายความว่าเงินบริจาคจะตกเป็นของมูลนิธินั้นทันที หากแต่เป็นการกำหนดไว้เพื่อคุ้มครองเจตนารมณ์ของผู้บริจาคไม่ให้ทรัพย์สินสูญหาย โดยอ้างอิงตามกฎหมายมาตรา 134 ซึ่งเป็นหลักการที่ใช้กับทุกมูลนิธิในประเทศไทย
ภาพรวมที่สังคมจับตา
กรณีมูลนิธิกัน จอมพลัง ช่วยสู้ อาจเริ่มต้นจากข้อสงสัย แต่กำลังกลายเป็นตัวอย่างของการเปิดเผยข้อมูลและการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาในยุคที่สังคมต้องการ “ความจริงมากกว่าคำพูด”
ในมิติของภาคสังคม มูลนิธิแห่งนี้ได้แสดงให้เห็นว่า การทำความดีในยุคปัจจุบันไม่เพียงพอที่จะ “ตั้งใจดี” เท่านั้น แต่ต้อง “บริหารดี” และ “สื่อสารให้เข้าใจ” เพื่อให้พลังแห่งศรัทธาเดินหน้าต่อไปได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 9 ประเด็นน่าสนใจ มูลนิธิกัน จอมพลังฯ เมื่อการช่วยเหลือสังคมต้องโปร่งใส
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net