โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก PMN-2 ทุ่นระเบิดที่ออกแบบมาเพื่อทำให้พิการ และสร้างความเดือดร้อนในชุมชน

News In Thailand

เผยแพร่ 12 ส.ค. 2568 เวลา 09.21 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
รู้จัก PMN-2 ทุ่นระเบิดที่ออกแบบมาเพื่อทำให้พิการ และสร้างความเดือดร้อนในชุมชน

เรียกได้ว่า หลายคนยังไม่ทราบเกี่ยวกับ PMN-2 เป็นระเบิดที่ถูกออกแบบมา เพื่อสร้างความเสียหายรุนแรงในร่างกาย ถูกพัฒนาในสหภาพโซเวียต และถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อทั้งทหาร และพลเรือน เฉพาะในพื้นที่ที่มีการสู้รบ เนื่องจากลักษณะของมันที่ตรวจจับได้ยาก และสามารถพรางตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โดย ระเบิดนี้ มีลักษณะเป็นทรงกลมแบน เส้นผ่านศูนย์กลาง 112 มม. และน้ำหนักประมาณ 600 กรัม มักมีสีเขียวเข้ม น้ำตาล หรือสีทราย ช่วยให้มันซ่อนตัวได้ดีในพื้นที่ต่างๆ ตัวเรือนทำจากพลาสติกเพื่อไม่ให้ถูกตรวจพบจากเครื่องตรวจจับโลหะ และทำงานเมื่อมีแรงกดจากการเหยียบที่ประมาณ 5-25 กิโลกรัม

ซึ่ง กลไกการทำงานของระเบิด คือ เมื่อมีแรงกดจากการเหยียบ ระเบิดจะทำงานโดยใช้กลไกสปริง และเข็มแทงชนวนที่จุดชนวนดินระเบิดหลัก สามารถทำให้เกิดการระเบิดรุนแรง และทำให้ผู้ที่เหยียบได้รับบาดเจ็บ หรือ เสียชีวิตทันที

อีกทั้ง PMN-2 ยังถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในหลายสมรภูมิทั่วโลก เช่น อัฟกานิสถาน กัมพูชา และประเทศในแอฟริกา มักใช้ในพื้นที่สำคัญ เพื่อชะลอการเคลื่อนที่ของฝ่ายตรงข้าม และทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือ เสียกำลังพลในระหว่างการสู้รบ

ถึงแม้ว่า จะมีการห้ามใช้ระเบิดบุคคลตามอนุสัญญา Ottawa Treaty แต่ระเบิดประเภทนี้ ยังคงเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรง เฉพาะในพื้นที่ที่มีการใช้งานในอดีต ส่งผลกระทบต่อพลเรือน และชุมชนท้องถิ่นอย่างมาก การกู้ และทำลายระเบิด PMN-2 จำเป็นต้องใช้ทีมงานมืออาชีพ และอุปกรณ์พิเศษเพื่อความปลอดภัย

เรียบเรียงโดย news.in.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...