โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MOODY: ระหว่าง ‘Bare Minimum’ กับ ‘Princess Treatment’ คู่รักควรดูแลกันแบบไหน?

BrandThink

เผยแพร่ 20 ก.ย 2568 เวลา 02.30 น.

เคยถามตัวเองบ้างไหมว่า จริงๆ แล้วเราควรได้รับการดูแลแบบไหนในความสัมพันธ์

แบบทั่วไปขั้นพื้นฐานที่ควรเป็น หรือก็ควรจะได้รับดุจเจ้าหญิงไปเลยกันนะ?

MOODY เชื่อว่าหลายครั้งสิ่งที่คู่เดตหรือคนรักปฏิบัติกับเรานั้น ทำให้เกิดความสับสนอยู่ไม่น้อย ระหว่างสิ่งที่ควรเป็นเรื่อง ‘ปกติ’ กับสิ่งที่ถูกมองว่าเป็น ‘พิเศษ’ แบบไหนกันแน่ที่เราควรจะได้รับ

มาริสา ที. โคเฮน (Marisa T. Cohen) นักจิตวิทยาความสัมพันธ์อธิบายว่า ‘การดูแลขั้นพื้นฐาน’ (Bare Minimum) คือความพยายามน้อยที่สุดหรือขั้นต่ำสุดที่ใครบางคนเต็มใจทำเพื่อความสัมพันธ์ ซึ่งหมายถึงสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว เช่น การสื่อสารที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา การใส่ใจด้วยการกระทำมากกว่าคำพูด การเคารพเวลาและพื้นที่ส่วนตัว หรือการยอมรับคู่รักในแบบที่เขาเป็น ไม่ใช่สิ่งที่ต้องแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง การดูแลขั้นพื้นฐานนี้เองที่ทำให้ความสัมพันธ์ยังคงยืนอยู่ได้

แต่หากมันน้อยเกินไป เช่น การหลีกเลี่ยงปัญหา การไม่พร้อมทางอารมณ์ หรือความตั้งใจที่หายไป มันอาจค่อยๆ บอกโดยนัยว่า เราไม่คุ้มค่ากับเวลาและความใส่ใจของเขา และทำให้เราลดความต้องการของตัวเองลงเพื่อไม่ให้ผิดหวัง

ทีนี้มาดูกันที่ ‘การดูแลดุจเจ้าหญิง’ (Princess Treatment) หลายคนอาจตีความว่าการดูแลรูปแบบนี้คือการตามใจเกินพอดี ทั้งดินเนอร์หรู ของขวัญราคาแพง หรือทริปพักผ่อนต่างประเทศ แต่นักจิตวิทยาอธิบายว่า หัวใจจริงๆ ของมันคือ ‘การทำให้อีกฝ่ายรู้สึกถูกหวงแหนและมีค่า’ ซึ่งอาจเป็นการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ทำขนมโปรดให้เมื่อเขาหรือเธอกำลังยุ่งเรื่องงาน ช่วยจัดการงานบ้านในตอนที่เขาไม่มีเวลา ทำให้ช่วงเวลาธรรมดากลายเป็นความทรงจำ หรือแม้แต่การฟังอย่างตั้งใจเมื่ออีกฝ่ายพูดถึงความฝันที่ดูเล็กน้อย สำหรับบางคน นี่คือสิ่งที่เกินความคาดหวังเล็ก ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า เราสำคัญพอที่เขาจะให้เวลารวมถึงการแสดงออกถึงความพิเศษต่างๆ ด้วย

นอกจากนี้ นูชา นูฮี (Nusha Nouhi) นักจิตวิทยาคลินิก ยังเสริมว่า เนื่องจากหลายคนเติบโตมากับความเชื่อที่ว่า ‘การมีความต้องการทำให้เราเป็นภาระ’ เราจึงไม่กล้าพูดออกมาอย่างชัดเจน หรือพูดด้วยความรู้สึกผิด ทั้งที่ความจริงแล้ว การมีความต้องการในเรื่องใดๆ ก็ตามไม่ได้ทำให้คุณเป็นคนเรื่องมาก แต่มันทำให้คุณเป็นมนุษย์ และความสัมพันธ์ที่ดีไม่ใช่การซุกซ่อนความต้องการเอาไว้ แต่คือการสร้างพื้นที่ที่ทั้งสองฝ่ายกล้าพูดและกล้ายอมรับกันและกันอย่างสบายใจ

มาดูตัวอย่าง เรื่องเล่าของผู้คนที่มีประสบการณ์ตรงจากเรื่องนี้กัน เคสแรกคือเรื่องของรีเบกกา อายุ 44 ปี เคยใช้ชีวิตคู่ด้วยการได้รับเพียงการดูแลขั้นพื้นฐาน จนเธอเชื่อว่าตัวเองไม่สมควรได้รับความรักที่มากกว่านั้น เธอทนอยู่ในความสัมพันธ์นั้นจนหมดแรง และสุดท้ายความไม่สมดุลจึงพาไปสู่การหย่าร้าง

ส่วนคาดีร์ อายุ 29 ปี เล่าว่า เขามักเจอคู่รักที่คาดหวังการดูแลดุจเจ้าหญิงแบบเกินจริง จนเขาหมดไฟจะตามให้ทัน และในที่สุดเขาก็เรียนรู้ว่าต้องกล้าที่จะตั้งขอบเขตและพูดในสิ่งที่ต้องการอย่างจริงใจ

ดังนั้น เมื่อมองลึกลงไป คำถามจริงๆ อาจไม่ใช่ว่าเราควรได้รับการดูแลขั้นพื้นฐานหรือการดูแลดุจเจ้าหญิง แต่คือการที่เราได้อยู่ในความสัมพันธ์ที่ทำให้รู้สึกว่า ตัวเองไม่ต้องลดทอนคุณค่าความต้องการของตัวเองลงเพื่อจะถูกรัก

เพราะความรักที่ดีไม่จำเป็นต้องเวอร์วังอลังการ ขณะเดียวกันไม่ควรเล็กน้อยจนเราไม่เห็นค่าของตัวเอง แต่มันคือการเจอกันตรงกลางอย่างเข้าใจต่างหาก

MOODY เชื่อว่าบางทีความรักอาจไม่ได้ถูกกำหนดด้วยหมวดหมู่ใดเลย แต่คือการที่เรากล้าถามตัวเอง และกล้าบอกกับอีกฝ่ายว่า “นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการ” และเขาก็ตั้งใจจะฟังด้วยหัวใจจริงๆ

แล้วทุกคนล่ะ คิดว่าตัวเองกำลังได้รับการดูแลขั้นพื้นฐาน หรือการดูแลดุจเจ้าหญิง มากกว่ากัน หรือได้รับทั้งสองอย่างแบบตรงใจกันทั้งคู่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...