โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เด้งทหารเรือเอี่ยวขโมยน้ำมัน–ฮั้วจัดซื้อ ทร.ยัน หากผิดจริงลงโทษถึงคุก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ต.ค. 2568 เวลา 10.55 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2568 เวลา 13.31 น.
ภาพจาก มติชน

กองทัพเรือสั่งเด้งทหารเอี่ยวขโมยน้ำมัน-ทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง หลัง กมธ.ทหารเปิดข้อมูลเบิกน้ำมันครั้งละ 1,000 ลิตร ส่งต่อให้เสี่ยรายหนึ่งใน จ.ตราด หากผิดจริงจะพิจารณาโทษ ทั้งวินัยและอาญา

พล.ร.ต.ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีที่มีการแจ้งเบาะแสการทุจริตในหน่วยทหารเรือในจังหวัดตราด ทั้งการใช้พลทหารปฏิบัติงานนอกภารกิจ การลักลอบนำน้ำมันออกจากหน่วยและแสวงประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างของหน่วย ว่าในประเด็นการใช้พลทหารไปปฏิบัติงานนอกภารกิจ กองทัพเรือได้รับทราบข้อมูลมาก่อนหน้านี้แล้ว และได้มีการสอบสวนแล้วพบว่ามีความผิดจริง ผู้บังคับบัญชาได้ดำเนินการลงทัณฑ์ทางวินัยกับผู้ที่รับผิดชอบและเกี่ยวข้องในทันทีเรียบร้อยแล้ว

ส่วนอีกสองประเด็น ได้แก่ การลักลอบนำน้ำมันออกจากหน่วยและประเด็นการแสวงประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน และมีคำสั่งย้ายผู้ที่ถูกกล่าวหาออกนอกพื้นที่มาช่วยราชการที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นการชั่วคราวก่อนหน้านี้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง ซึ่งหากผลการสอบสวนพบว่ามีการกระทำความผิดจริง ผู้ที่กระทำความผิดจะต้องถูกลงทัณฑ์และไม่มีการให้ความช่วยเหลืออย่างเด็ดขาด

โฆษกกองทัพเรือ กล่าวย้ำว่า กองทัพเรือ ขอยืนยันว่า จะไม่ปกป้องหรือเข้าข้างผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นกำลังพลระดับใดก็ตาม และพร้อมดำเนินการตามกฎหมายและระเบียบอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษามาตรฐานความโปร่งใส และความเชื่อมั่นของประชาชน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่รัฐสภา นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร และนายศักดินัย นุ่มหนู ส.ส.ตราด พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณีการทุจริตในฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด (ฐตร.) ของกองทัพเรือ

นายเชตวันกล่าวว่า มีอยู่ 3 กรณีที่ติดตามและมีความเป็นห่วงว่าจะเกิดการทุจริตหรือไม่ กรณีที่ 1 เรื่องการส่งพลทหารไปทำงานที่ท่าเรือเฟอร์รี่ของเอกชน โดยไปทำงานโบกเรือและไปเป็นลูกเรือข้ามฟากบริเวณแหลมงอบและเกาะช้าง จ.ตราด ซึ่งมีการส่งพลทหารไปทุกวัน ปัจจุบันนี้ท่ามกลางสถานการณ์ที่ จ.ตราด ซึ่งเป็นที่ทราบดีว่าเป็นจังหวัดที่อยู่ในแนวชายแดน มีการปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา

นายเชตวันกล่าวว่า ในสถานการณ์เช่นนี้จะส่งส่งพลทหารไปทำงานให้กับเอกชนได้อย่างไร เพราะไม่ใช่ภารกิจของทหาร เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตนเคยอภิปรายไว้ในการอภิปรายงบประมาณว่าถ้าเรามีพลทหารที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์เกี่ยวกับภารกิจทางการทหารแบบนี้ และเอาไปทำงานให้กับเอกชน เราก็ไม่รู้ว่าไปทำงานเช่นนั้นแล้วรายได้เข้ากระเป๋าใคร และพลทหารที่ไปมีจำนวน 5 นายที่ไปทำงานนั้น ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มหรือไม่

นายเชตวันกล่าวต่อว่า กรณีที่ 2 มีการลักลอบนำน้ำมันออกจากค่ายไปขายให้กับใครหรือไม่ เรื่องนี้เกิดขึ้นระหว่างเดือนมกราคมจนถึงพฤษภาคม และเป็นช่วงปะทะกันระหว่างไทย-กัมพูชา โดยเรื่องนี้มีรายละเอียดการจ่ายน้ำมัน ซึ่งเป็นการลงด้วยลายมือทั้งๆ ที่กองทัพเรือเคยมาชี้แจงในคณะกรรมาธิการว่าเปลี่ยนเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์หมดแล้ว ในเอกสารระบุว่าใครเป็นผู้เซ็นรับ และจ่ายน้ำมันไปที่ไหน โดยต้องระบุเลขทะเบียนรถและหน่วยที่รับออกไป

นายเชตวันกล่าวว่าว่า ส่วนที่คาดว่าน่าจะมีการทุจริตหรือไม่ คือมีการลงรายละเอียดแค่ว่าเป็นรถแบ๊กโฮ เบิกไปครั้งละ 1,000 ลิตร หลายครั้งต่อเนื่องกัน และยังมีภาพรถกระบะบรรทุกถังน้ำมัน 1,000 ลิตร ออกไปจากค่าย ซึ่งนำไปให้เสี่ยรายหนึ่งในพื้นที่ แต่ไม่ทราบว่านำไปใช้ทำอะไร จึงอยากให้มีการตรวจสอบในเรื่องนี้

นายเชตวันยังกล่าวถึงกรณีที่ 3 คือมีเอกสารที่เขียนว่ารายละเอียดการจัดซื้อจัดจ้างประจำปีงบประมาณ 2568 ของกลยุทธ์ด้านการส่งกำลังบำรุงและฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด กรณีนี้เป็นการจัดซื้อจัดจ้างวงเงินไม่เยอะ เพียงแต่เอกสารชุดนี้จะทำขึ้นมาทำไม ซึ่งมีรายละเอียดว่าการจัดซื้อจัดจ้างในส่วนการฝึกกำลังรบ ค่าวัสดุสิ้นเปลือง ค่าซ่อมบำรุง ศูนย์การเรียนรู้เรื่องศาสตร์พระราชา งบเพิ่มเติม โดยทั้งหมดตนได้เซ็นเซอร์บริษัทชื่อทั้งหมดไว้ เพราะว่าหัก 16% เป็นเงินเท่าไหร่ และคงเหลือเท่าไหร่

นายเชตวันเผยว่า คำว่าหัก 16% คือการไปซื้อใบเสร็จหรือไม่ เพื่อให้บริษัทนี้รับค่าตอบแทนไป ส่วนเงินคงเหลือเท่าไหร่รับหมด ฉะนั้น หมายความว่าของที่ซื้อไม่มีอยู่จริง ประกอบกับหลายอย่างเป็นค่าวัสดุสิ้นเปลือง รวมถึงค่าซ่อมบำรุง แต่ที่น่าสังเกตคือบริษัทที่รับงานจากหน่วยนี้จะมีข้างหลังตรงหมายเหตุว่าซื้อจริง แสดงว่าที่ไม่ซื้อจริงก็เยอะมาก

“เรื่องนี้เป็นข้อสงสัยว่ามีการทุจริตหรือไม่ โดยเป็นการซื้อใบเสร็จและไม่เคยได้ของจริง วิธีการตรวจสอบง่ายมาก คือเรียกเข้าของอุปกรณ์เหล่านี้ออกมาพิสูจน์ว่ามีการสั่งซื้อหรือไม่” นายเชตวันกล่าว

ด้านนายศักดินัยกล่าวว่า เราให้กำลังใจพี่น้องทหารที่ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ในการที่จะปกป้องรักษาอธิปไตยดินแดนของประเทศไทย ตนชื่นชมและให้กำลังใจ ส่วนทหารที่นอกลู่นอกทาง ทำให้เสียเกียรติภูมิของกองทัพก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตรวจสอบ ให้เอาความจริงมาปรากฏว่าใครทำไม่ถูกต้องอย่างไร

นายศักดินัยกล่าวว่า ในฐานะที่เป็น ส.ส.ตราด ในช่วงระยะเวลานี้ จ.ตราด ในเขตแดนที่มีการรุกล้ำอธิปไตยของ จ.ตราด โดยมีทั้งหมด 17 จุด โดยเฉพาะจุดสำคัญคือจุดผ่านแดนบ้านท่าเส้น-ทมอดา ที่มีประเด็นบ่อนกาสิโน ปัจจุบันหลายภาคส่วนของ จ.ตราด ต้องการทำให้เกิดความชัดเจนในเขตแดนไทย-กัมพูชา จะต้องมีการดำเนินการให้ชัดเจน เพื่อที่จะไม่เป็นเรื่องที่อนาคตข้างหน้าจะต้องมาพูดกันอีกครั้ง ขอเรียกร้องทางรัฐบาลและกองทัพได้ดำเนินการปักปันเขตแดนให้ชัดเจน

นายศักดินัยกล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องกาสิโนที่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งตนได้ยืนยันไปหลายครั้งว่าในฐานะที่ตนเป็น ส.ส. ไม่ใช่นักการเมืองในพื้นที่ ไม่ได้เป็นนักการเมืองที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องของบ่อนกาสิโน จึงอยากให้ กมธ.ทหารเข้าไปตรวจสอบว่าการดำเนินการหลังจากนี้ต่อไป โดยเฉพาะเรื่องกาสิโนที่ต้องมีการรื้อตึกที่มีการรุกล้ำจะมีการดำเนินการอย่างไร กองทัพเรือชี้แจงว่ามีการประท้วงไปแล้วหลายครั้ง แต่ทำไมยังไม่มีการหยุดการดำเนินการรุกล้ำ ทราบว่า กมธ.ทหารจะมีการลงพื้นที่ จ.ตราด จึงอยากให้ไปตรวจสอบความจริงให้ปรากฏ

“มีนายทหารบางคนพูดว่าเรามาใช้ประโยชน์ร่วมกันมั้ย ผมขอพูดแทนประชาชนชาวตราดว่าเราไม่ได้ต้องการอย่างนั้น อันไหนที่เป็นเขตแดนของไทย เป็นอธิปไตยของชาติไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะได้รับการปกป้องและไม่มีการที่จะไปจัดสรรปันส่วน ในการที่จะมาทำประโยชน์ร่วมกัน มีหลายภาคส่วนใน จ.ตราด ที่จำเป็นที่ต้องมีความชัดเจนในเรื่องของเขตแดน ซึ่งเราก็รอความชัดเจนจากรัฐบาลและกองทัพ” นายศักดินัยกล่าว

ที่มา : The Politics ข่าวบ้าน การเมือง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เด้งทหารเรือเอี่ยวขโมยน้ำมัน–ฮั้วจัดซื้อ ทร.ยัน หากผิดจริงลงโทษถึงคุก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...