โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รอดปาฏิหาริย์! เด็กชายวัย 13 ซ่อนในล้อเครื่องบิน ข้ามประเทศหลายร้อยไมล์ (ข่าว ตปท.)

สยามนิวส์

เผยแพร่ 24 ก.ย 2568 เวลา 07.29 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
รอดปาฏิหาริย์! เด็กชายวัย 13 ซ่อนในล้อเครื่องบิน ข้ามประเทศหลายร้อยไมล์ (ข่าว ตปท.)

เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศPeople รายงานเหตุการณ์ที่เด็กชายวัย 13 ปี จากเมืองคุนดุซ ประเทศอัฟกานิสถาน รอดชีวิต จากการเดินทางที่เต็มไปด้วยอันตราย หลังจากซ่อนตัวอยู่ในช่องเก็บล้อหลังของเครื่องบินโดยสารสายการบินคัมแอร์ (Kam Air)

เขาได้โดยสารจากกรุงคาบูล มายังกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย รวมระยะทางประมาณ 720 ไมล์ หรือราว 1,160 กิโลเมตร และถูกพบในสภาพกำลังเดินอยู่บนรันเวย์ของสนามบินนานาชาติอินทิรา คานธี

จากข้อมูลของสื่อ ระบุว่า เด็กชายรายนี้มีความตั้งใจที่จะเดินทางไปยังประเทศอิหร่าน แต่กลับ ขึ้นเครื่องผิดลำ จึงไปถึงกรุงเดลี ประเทศอินเดียแทน ต่อมาเจ้าหน้าที่สนามบินได้พบตัวและนำไปสอบสวน โดยกองกำลังรักษาความปลอดภัยอุตสาหกรรมกลางของอินเดีย (CISF)

เขาได้ให้การกับตำรวจว่า แอบเข้าไปในช่องล้อกลางด้านหลังของเครื่องบิน เพราะความอยากรู้อยากเห็น นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบยังพบลำโพงสีแดงขนาดเล็กอยู่ภายในจุดที่เขาใช้ซ่อนตัวอีกด้วย และหลังจากการสอบสวน เด็กชายถูกส่งตัวกลับไปยังกรุงคาบูลด้วยเที่ยวบินลำเดียวกัน

ทั้งนี้ การลักลอบซ่อนตัวในช่องล้อของเครื่องบินถือว่าเสี่ยงต่อชีวิตอย่างมาก เนื่องจากต้องเผชิญกับ อุณหภูมิที่ต่ำถึงจุดเยือกแข็ง และ ระดับออกซิเจนที่ต่ำมาก เมื่อตัวเครื่องขึ้นสู่ความสูงหลายหมื่นฟุต ซึ่งกรณีที่มีผู้รอดชีวิตได้ถือว่าพบได้ไม่บ่อยนัก โดยสำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ (FAA) เปิดเผยว่า อัตราการเสียชีวิตของผู้ลักลอบโดยสารในช่องล้ออยู่ที่ประมาณ 77%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...