โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

รู้จัก KEF แบรนด์เครื่องเสียงอังกฤษให้มากขึ้น พร้อมลองฟังเสียงที่ Pop-Up Store สยามพารากอน

BT Beartai

อัพเดต 03 พ.ค. 2566 เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2566 เวลา 12.32 น.
รู้จัก KEF แบรนด์เครื่องเสียงอังกฤษให้มากขึ้น พร้อมลองฟังเสียงที่ Pop-Up Store สยามพารากอน

KEF เป็นแบรนด์เครื่องเสียงจากอังกฤษที่ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1961 นะครับ ถึงปัจจุบันก็อายุ 62 ปีแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา คนที่รู้จัก KEF จะเป็นกลุ่มคนเล่นเครื่องเสียงเป็นหลัก เพราะผลิตภัณฑ์หลักตั้งแต่อดีตคือลำโพงเครื่องเสียงใหญ่ ๆ แบบที่ต้องต่ออุปกรณ์อย่าง Amp, Pre-Amp หรือเครื่องเล่นเพื่อให้เสียงออกมาได้ ซึ่งเรียกว่ากลุ่ม Passive Speaker

แต่พอถึงปัจจุบัน ผู้คนมีไลฟ์สไตล์หันมาฟังเพลงระหว่างใช้ชีวิตมากขึ้น คือฟังเพลงพร้อมกับทำกิจกรรมอื่น ๆ ไม่ได้จดจ่อฟังเพลงอย่างเดียว รวมถึงที่อยู่อาศัยมีขนาดเล็กลงจน Passive Speaker ที่ระบบมีขนาดใหญ่ไม่ตอบโจทย์ KEF จึงหันมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Active Speaker ที่เป็นลำโพงแบบชุดเดียวจบ ทำงานได้ทันทีโดยไม่ต้องต่ออุปกรณ์เพิ่มเติม ซึ่งทางผู้นำเข้าอย่าง Vgadz ก็ได้จัด Pop-Up Store ขึ้นที่ Betrend ชั้น 3 สยามพารากอนเพื่อโชว์ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้จาก KEF

เทคโนโลยีลำโพงจาก KEF

KEF นั้นขึ้นชื่อเรื่องเทคโนโลยีในลำโพงนะครับ ซึ่งปัจจุบันมีเทคโนโลยีดาวเด่นที่เป็นเอกลักษณ์อยู่ 3 ตัวคือ

Uni-Q 12 Driver
Uni-Q 12 Driver

ตัวแรกคือ Uni-Q Driver ดอกลำโพงแบบพิเศษที่มีแหล่งกำเนิดเสียง 2 แหล่งรวมอยู่ในดอกลำโพงชุดเดียว เพื่อให้เสียงต่ำ-กลาง-สูงได้ครบ ๆ ในจุดเดียว ทำให้ไม่มีปัญหาเสียงแต่ละความถี่ตีกันเพราะแหล่งกำเนิดเสียงมาจากหลายจุด จึงทำให้มี Sweet Spot หรือจุดฟังดนตรีไพเพราะ มีมิติกระจายกว้างขวางในห้อง ไม่ใช่อยู่แค่จุดตัดระหว่างลำโพง 2 ตัวเหมือนในอดีต ซึ่งเราจะเห็นไดรเวอร์ Uni-Q คือดอกลำโพงที่ดูอลังการกว่าเพื่อน มีครีบอยู่ตรงกลางในวงเล็กสุด และทำสีดอกลำโพงให้โดดเด่นออกมา

โดยลำโพงกลุ่ม Active Speaker ทุกรุ่นของ KEF นั้นใช้ Uni-Q Driver ทั้งหมดครับ แล้วปัจจุบันก็พัฒนามาถึง Uni-Q 12 แล้ว

Uni-Core Driver
Uni-Core Driver

เทคโนโลยีต่อมาคือ Uni-Core คือไดรเวอร์ลำโพงซับวูฟเฟอร์ที่วางตรงข้ามกัน เพราะให้แรงสั่นสะเทือนหักล้างกัน จึงทำให้มีเสียงเบสที่หนักแน่นแต่ลำโพงไม่สั่น พร้อมใช้แกนลำโพงเป็นแกนเดียวกัน ทำให้ระยะชักของไดรเวอร์เพิ่มขึ้น จึงทำให้ดอกลำโพงเคลื่อนที่ได้มาก เบสจึงหนักแน่น แถมยังทำให้มีขนาดเล็กกว่าซับวูฟเฟอร์ปกติด้วย เพราะใช้แกนร่วมกัน

สุดท้ายคือ MAT หรือ Metamaterial Absorption Technology วัสดุพิเศษที่ KEF วิจัยขึ้นเพื่อซับความถี่เสียงส่วนเกินออกไป โดยดีไซน์เหมือนเขาวงกตวางไว้ด้านหลังดอกลำโพง เพื่อให้คลื่นเสียงที่ตกกระทบถูกซับจนหายไปได้ 99% จึงไม่มีความถี่ที่ไม่ต้องการไปหักล้างเสียงที่ต้องการจนผิดเพี้ยนไป

ลำโพง Active Speaker ของ KEF

ปัจจุบัน KEF มีลำโพงกลุ่มนี้ที่ทำตลาดอยู่ 3 รุ่นนะครับคือ

  • KEF LSX II รุ่นเล็กสุด ขนาดเล็กสุด ใช้ได้ทั้งตั้งบนโต๊ะคอม ตั้งข้างทีวี ตั้งบนขาตั้ง ที่เราเคยรีวิวไป ใช้เทคโนโลยี Uni-Q รุ่นที่ 11
  • KEF LS50 Wireless II ลำโพงระดับกลางที่ดีไซน์ออกมาครบรอบ 50 ปีบริษัท ซึ่งอัปเกรดสเปกขึ้นไปอีกระดับ ใช้เทคโนโลยี Uni-Q รุ่นที่ 12 พร้อม MAT
  • KEF LS60 Wireless ลำโพง Active Speaker ตัวท็อปที่ตั้งพื้น มาพร้อมซับวูฟเฟอร์ในตัว ดีไซน์ออกมาครบรอบ 60 ปีบริษัท ใช้ Uni-Q รุ่นที่ 12 พร้อม MAT และ Uni-Core ข้างละ 2 คู่
KEF KC62
KEF KC62

ซึ่งเราจะได้ลองฟังลำโพงทั้ง 3 รุ่นนี้ที่ Pop-Up Store อย่างหน่ำใจ โดยทาง Vgadz ก็ได้เอาอุปกรณ์เสริมอย่างซับวูฟเฟอร์ KEF KC62 ที่ใช้ดอกลำโพง Uni-Core ขนาด 6.5 นิ้วอีก 1 คู่มาเพื่อเสริมเสียงเบสให้หนักแน่นขึ้นมาให้ลองฟังอีกด้วย

จุดเด่นอีกอย่างของ Active Speaker จาก KEF คือการเชื่อมต่อที่ครบถ้วนมาก ๆ ซื้อลำโพงไปคู่เดียวจบเลย ต่อได้แทบทุกอย่าง ตั้งแต่ต่อสาย HDMI กับทีวีเพื่อใช้เป็น Home Theater, สาย 3.5 mm สำหรับเสียงแบบแอนาล็อก, สาย TOSLINK หรือสาย Digital Coaxial ก็ต่อได้ แน่นอนว่าต่อสาย LAN ได้ด้วยสำหรับการฟังเพลงผ่านเครือข่าย ส่วนถ้าใครไม่สะดวกเสียบสาย LAN ก็สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้เช่นกัน (ส่วน KEF LSX II จะพิเศษกว่ารุ่นอื่นนิดหนึ่งตรงต่อ USB-C เพื่อรับเสียงดิจิทัลจากคอมพิวเตอร์มาเข้าลำโพงตรง ๆ ได้ สำหรับใครที่วางเป็นลำโพงคอมพิวเตอร์

การเชื่อมต่อด้านหลังของ KEF LS50 Wireless II
การเชื่อมต่อด้านหลังของ KEF LS50 Wireless II

ส่วนการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายก็ทำได้ครบถ้วน รองรับ AirPlay 2, Spotify Connect, Chromecast ไปจนถึง Tidal Connect และบริการอื่น ๆ ที่คนไทยไม่ค่อยได้ใช้อย่าง Qobuz, Deezer, QQ Music, Amazon Music รองรับทั้งหมด ซึ่งสามารถต่อแบบ Multi-Room เพื่อให้ลำโพงหลายตัวในหลายห้อง ดังเพลงเดียว พร้อมกันได้ หรือต่อกับลำโพงแบรนด์อื่น ๆ ที่รองรับ AirPlay 2 หรือ Chromecast ให้ดังพร้อมกันก็ได้ และใครที่เป็นนักฟังเพลงมืออาชีพ ก็ยังรองรับการเล่นเพลงจากโปรแกรม roon หรือการยิงสัญญาณผ่าน UPnP ด้วยครับ ส่วน Bluetooth ไม่ต้องพูดถึง รองรับเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยได้ใช้กัน เพราะเล่นเพลงผ่าน LAN หรือ Wi-Fi ให้เสียงดีกว่า

สุดท้ายคือดีไซน์ ที่ลำโพงทั้ง 3 รุ่น รวมถึงซับวูฟเฟอร์ KC62 นั้นมีภาษาในการออกแบบเหมือนกัน เพราะได้ Michael Young ดีไซเนอร์ดังมาออกแบบให้ทั้งตระกูลครับ หน้าตาเลยสอดคล้อง สวยงามกันหมด แถมมีสีให้เลือกเยอะกว่าลำโพงระดับนี้ทั่วไปด้วยนะ จะเป็นสีสดใส หรือสีขรึม ๆ ก็เลือกให้เหมาะกับห้องได้

เสียงของ KEF

แน่นอนว่าไปถึง Pop-Up Store ก็ต้องไปทดลองฟังเสียงสิครับ ทุกคนที่ไปที่นั้นก็สามารถขอพนักงานเพื่อฟังเสียงลำโพงทุกรุ่นได้เช่นกัน โดยเรารีวิวเสียงสั้น ๆ ดังนี้

KEF LSX II

KEF LSX II
KEF LSX II
  • รุ่นเล็กสุด เสียงพื้นฐานที่สุดจากแบรนด์ KEF แต่ก็ดีเกินพอสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน
  • ด้วยความที่เป็นรุ่นราคาเบาที่สุด อัดเทคโนโลยีมาน้อยหน่อย ทำให้ช่วงเบส กับช่วงแหลมยังไปไม่สุด
  • แต่ถ้าได้ซับวูฟเฟอร์ KC62 มาช่วยก็จะเสริมเรื่องเบสให้แน่นขึ้นได้
  • ราคา 55,900 บาท

KEF LS50 Wireless II

KEF LS50 Wireless II ที่ถ่ายเจาะ Uni-Q Driver
KEF LS50 Wireless II ที่ถ่ายเจาะ Uni-Q Driver
  • เสียงรายละเอียดเยอะ แหลมชัดเจน ประกาศชัดมาก ให้เสียงกุ๊งกิ๊ง วิบวับ แพรวพราวได้เต็มไปหมด แยกมิติเสียงดีมาก น่าจะเป็นเพราะมี MAT ทำให้เสียงไม่ถูกกวน
  • เบสมาเยอะ แต่ยังรู้สึกมัว ๆ ขึ้นไปกวนเสียงกลางบ้าง
  • แต่เรื่องนี้แอป KEF ช่วยปรับให้เสียงเหมาะกับห้องมากขึ้นได้ ถ้าเบสล้นเกินไป ก็ลดลงมา
  • ราคา 119,000 บาท

KEF LS60

KEF LS60 ที่เห็นดอกลำโพงสีทองคือ Uni-Q Driver ที่ส่วน 2 ดอกด้านข้างคือ Uni-Core Driver
KEF LS60 ที่เห็นดอกลำโพงสีทองคือ Uni-Q Driver ที่ส่วน 2 ดอกด้านข้างคือ Uni-Core Driver
  • เสียงเป็นประกาย แยกชัดเจนขึ้นอีก มิติกว้างขวางมาก สมเป็นตัวท็อป
  • เบสแน่นขึ้นไปอีก ลึกแต่ไม่กวนเสียงอื่น ๆ เพราะมีดอกลำโพง Uni-Core อยู่ 4 คู่
  • การเอาไปดูหนัง แทนลำโพงดูหนังได้สบายๆ มิติเสียงซ้าย-ขวามาเต็ม ตรงกลางก็ให้เสียงเหมือนมีลำโพงอยู่ ไม่โบ๋ออกมา จะขาดแค่เรื่องเสียงรอบทิศทางด้านหลัง
  • ถ้าเปิดคู่กับซับวูฟเวอร์ KC62 คือให้เสียงแน่นมากขึ้นอีก (แต่ไม่จำเป็น เพราะ LS60 พื้นฐานก็เสียงแน่นมากอยู่แล้ว)
  • ราคา 269,000 บาท

หูฟังของ KEF

KEF Mu3
KEF Mu3
KEF Mu3
KEF Mu3

นอกจากกลุ่ม Active Speaker แล้ว KEF ยังออกหูฟังมา 2 รุ่นที่เราทดลองฟังได้ที่ Pop-Up Store เช่นกัน

  • KEF Mu3 หูฟังแบบ True Wireless Stereo ขนาดเล็กรุ่นแรกของ KEF ซึ่งมาพร้อม ANC ขายในราคา 9,900 บาท
  • KEF Mu7 หูฟังครอบหูพร้อม ANC รุ่นแรกจาก KEF เช่นกัน ราคา 17,900 บาท ซึ่งแบไต๋จะมีรีวิวให้อ่านกันเร็ว ๆ นี้

โดยหูฟังทั้ง 2 รุ่นนี้ดีไซน์โดย Ross Lovegrove ดีไซเนอร์ชื่อดัง ทำให้มีภาษาในการออกแบบที่ดูลื่นไหลแบบนี้ครับ

กิจกรรมทดลองฟัง

สำหรับคนที่แวะเวียนไปที่ Pop-Up Store ของ KEF ที่ Betrend ชั้น 3 แล้วลงทะเบียนหลังทดลองเสียง (ซึ่งฟรีทั้งหมด) ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับหูฟัง KEF Mu3 ด้วย โดยบูธจะตั้งถึงวันที่ 31 พ.ค. 2566 นี้ อย่าลืมไปลองฟังกันนะครับ

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...