โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินเตอร์โกลด์ มองบาทอ่อน ลุ้น 36 บาท/ดอลล์ ดันทองไทยมีโอกาสแตะ 3.11 หมื่นบาท

MATICHON ONLINE

อัพเดต 03 มี.ค. 2566 เวลา 05.49 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2566 เวลา 05.06 น.

เงินบาทอ่อน ดันราคาทองไทยพุ่งสวนตลาดโลก “อินเตอร์โกลด์”ทอง 31,100 บาท มีลุ้น มองบาทอ่อนค่ายาว ทะลุ 36 บาท/ดอลล์

อินเตอร์โกลด์ (InterGOLD) ได้ออกบทวิเคราะห์ราคาทองคำว่า ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 จะพบว่าค่าเงินบาทอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ส่งออกเริ่มกลับมายิ้มได้ รวมถึงนักลงทุนทองคำก็เช่นกัน ค่าเงินบาทช่วยพยุงราคาทองคำไทยสวนทางสถานการณ์ทองคำต่างประเทศที่ลงกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำไทยกลับพุ่งสูงขึ้นยืนอยู่ระดับ 30,150 บาทต่อบาททอง

จะเห็นว่าค่าเงินบาทมีอิทธิพลต่อนักลงทุนทองคำในประเทศอย่างมาก คำถามคือเงินบาทจะอ่อนค่าไปอีกนานแค่ไหน และส่งผลให้ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นได้อีกเท่าไร

อินเตอร์โกลด์มองปัจจัยสำคัญหลักๆในตอนนี้ที่ทำให้ราคาทองคำไทยพุ่งสูง มาจากการอ่อนค่าของสกุลเงินบาทล้วนๆ จากสถานการณ์ที่เริ่มเห็นสัญญาณเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงของสหรัฐฯ ประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐฯ(Fed) เดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้สกุลดอลลาร์แข็งค่าขึ้นกดดันเงินบาทอย่างหนัก โดยอินเตอร์โกลด์มองว่ามีโอกาสอย่างสูงที่เงินบาทจะอ่อนค่าไปได้ถึง 36 บาทต่อ 1 USD โดยสาเหตุที่วิเคราะห์ทางเทคนิค ช่วงเดือนมกราคม เส้นสีฟ้าแสดงค่าเงินบาท, เส้นสีเขียวแสดงค่าเงินหยวน และเส้นสีส้มแสดงค่าเงินเยน

จะเห็นว่าค่าเงินบาทของแข็งค่ากว่า 5.3% เทียบกับสกุลเงินหลักของเอเชียในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น สกุลเงินเยนของญี่ปุ่นแข็งค่ากว่า 0.7% และหยวนของจีนที่แข็งกว่า 2% เรียกได้ว่าเงินบาทแข็งแกร่งสุดในภูมิภาค สาเหตุจากมีกระแสเงินไหลเข้ามาเก็งกำไรในเอเชียจำนวนมากจากข่าวการเปิดเมืองของจีน โดยประเทศไทยเป็นที่คาดหวังว่าจะได้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามามาก เงินทุนจำนวนมากจึงไหลมาเก็งกำไรจากค่าเงินบาท ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นส่งผลต่อราคาทองคำถูกกดดันลงไปแตะบริเวณ 29,600 บาทต่อบาททอง ถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อเพราะเงินบาทช่วงนั้นแข็งค่าเร็วเกินไปเมื่อเทียบกับภูมิภาค

สำหรับตอนนี้ค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าอย่างหนักอีกครั้ง ก็จะเป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนทองคำเช่นกัน

จากรูปแสดงข้อมูลช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เส้นสีฟ้าแสดงค่าเงินบาท, เส้นสีเขียวแสดงค่าเงินหยวน และเส้นสีส้มแสดงค่าเงินเยน

หลังจากจบเดือนมกราคม พอเข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ กระแสเงินเริ่มไหลออกจากจีน จะเห็นได้ว่าในฝั่งหุ้นจีนที่มีการขึ้นมารุนแรงในช่วงเดือนมกราคม เริ่มย่อปรับฐานในเดือนกุมภาพันธ์ โดยตลาดกลับมาเล่นข่าวธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้ง จากตัวเลขเงินเฟ้อที่ชะลอตัวได้ไม่ดีนัก ประกอบกับตัวเลขการจ้างงานสหรัฐฯที่ดูไม่แย่เท่าไร ทำให้นักวิเคราะห์คาดกันว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าเดิมที่ตั้งใจไว้ ทำให้สกุลเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ส่งผลให้ค่าเงินในเอเชียอ่อนค่าอย่างต่อเนื่อง

ส่วนสาเหตุที่เงินบาทอ่อนค่ารุนแรงกว่าประเทศอื่นๆในภูมิภาค เพราะก่อนหน้านี้เงินบาทแข็งค่ามากเกินไป ในมุมของแบงก์ชาติเองก็ไม่ชอบให้บาทแข็งกว่าประเทศในภูมิภาค เพราะจะกระทบธุรกิจส่งออก พอถึงช่วงเวลาที่กระแสเงินเริ่มเปลี่ยนทิศทาง จึงเป็นโอกาสดีที่แบงก์ชาติจะตามน้ำ จึงเห็นเงินบาทอ่อนค่ารุนแรงอย่างมากในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา โดยเงินบาทอ่อนกว่า 7.04 %, เยนอ่อนกว่า 4.68 % และหยวนอ่อนกว่า 2.76 % ส่งผลให้ทองคำไทยที่ดูจะซบเซาเมื่อช่วงต้นปี เริ่มได้รับแรงหนุนทำสถิติแตะสูงสุดในรอบ 3 เดือน ที่ระดับ 30,300 บาทต่อบาททอง

อินเตอร์โกลด์แนะกลยุทธ์ในตอนนี้ สำหรับคนที่มีของแล้วให้ถือต่อไป โดยมองว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าและหนุนราคาทองคำไทยไปได้อีกอย่างน้อย 1 เดือนต่อจากนี้

โดยสรุป อินเตอร์โกลด์มองค่าเงินบาทในระยะถัดไปที่กำลังเข้าสู่ช่วงเศรษฐกิจถดถอยของสหรัฐฯ หากสหรัฐฯเกิดเศรษฐกิจถดถอยรุนแรง โดยธรรมชาติดอลลาร์จะแข็ง ดังนั้นค่าเงินบาทมีโอกาสโดนกดดันต่อจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ทำให้เงินบาทอ่อนต่อได้อีก โดยนักลงทุนทองคำแท่งจะได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทไปเต็มๆ คาดว่าเงินบาทที่ 36 บาทต่อดอลลาร์จะกลับมาอีกครั้งในเร็ว ๆ นี้ จึงมองว่าช่วงสิ้นปีทองคำมีโอกาสขึ้นไปถึงระดับ 2,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพราะช่วงปลายปีเฟดน่าจะกลับมาลดอัตราดอกเบี้ย หรือทำ QE อีกครั้ง และเงินบาทในตอนนี้ไปจนถึงสิ้นปีนี้มองว่าแข็งค่าขึ้นมาอย่างเต็มจะไม่เกินระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ และการที่ทองคำไทยจะกลับไปยืนเหนือ 31,100 บาทต่อบาททอง ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...