โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ศึกไสยเวท” ในวรรณคดี เมื่อปู่เจ้าสมิงพราย “ทำเสน่ห์” ใส่พระลอ!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 01.04 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น.
“ปู่เจ้าสมิงพรายเพิ่มความขลังของไสยเวทด้วยธงสามชาย” ภาพประติมากรรมภายในถ้ำจำลองของปู่เจ้าสมิงพราย ณ อุทยาทลิลิตพระลอ (วัดพระธาตุพระลอ) อำเภอสอง จังหวัดแพร่ (ภาพจาก Facebook เพจ อุทยานลิลิตพระลอ)

“ศึกไสยเวท” ในวรรณคดี เมื่อปู่เจ้าสมิงพราย “ทำเสน่ห์” ใส่พระลอ!

“ปู่เจ้าสมิงพราย” มีบทบาทใน ลิลิตพระลอไม่น้อยไปกว่า นางรื่นนางโรย นางพี่เลี้ยงของพระเพื่อนพระแพงตัวเอกฝ่ายหญิง โดยเฉพาะเรื่องราวหลัง “กลวิธีสื่อรักขั้นแรก” คือการชักนำตัวเอกฝ่ายชายอย่าง พระลอให้มาสู่สองนาง นางพี่เลี้ยงได้มอบหมายให้นางรับใช้ไปขับซอยกย่องโฉมพระเพื่อนพระแพง เพื่อปลุกเร้าและท้าทายความทะเยอทะยานของพระลอ ให้อยากได้สองนางมาไว้เสริมบุญบารมี

หลังพระลอได้สดับคำขับซอ ชื่อเสียงความงามของสตรีอย่างพระเพื่อนพระแพงส่งเสริมความต้องการไขว่คว้าซึ่งเกียรติยศของพระลอ ความปรารถนานี้ยังไม่เกี่ยวกับอำนาจเหนือธรรมชาติ แต่เป็นความอยากมีอยากได้ของกษัตริย์หนุ่มเอง

เมื่อนักขับซอกลับมาแจ้ง (ผลประกอบการ) ให้นางรื่นนางโรยทราบ นางพี่เลี้ยงจึงกราบทูลแก่พระเพื่อนพระแพงให้รับรู้ต่อไป และดำเนิน “กลวิธีสื่อรักขั้นที่สอง” โดยอาศัยอำนาจเวทมนตร์เหนือธรรมชาติเข้ามาส่งเสริมแรงปรารถนาของพระลอแบบทวีคูณขึ้นไปอีก

เรื่องราวต่อจากนี้เองที่ ปู่เจ้าสมิงพราย เข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่ง ดังเนื้อความตามบทความวิจารณ์วรรณคดี โดยนิพัทธ์ แย้มเดช เรื่อง “ความอาย ความรัก และความตายของพระเพื่อนพระแพง”(ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2565) ดังนี้ [เว้นวรรคคำ ย่อหน้าใหม่ และเน้นคำเพิ่มเติมโดยกองบรรณาธิการศิลปวัฒนธรรม]

ใครเล่าจะเหิมกล้าทำเสน่ห์ใส่พระลอให้หลงใหล และเดินทางมาเป็นทาสรักพระเพื่อนพระแพง?

ตัวละครผู้รับบทผู้กระทำไสยเวทให้พระลอเกิดความสะท้านใจ ไม่ใช่มีศักดิ์สถานะธรรมดา เพราะพระลอไม่ใช่คนสามัญทั่วไป แต่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน หรือ “ใจเมือง”

การจะเฟ้นหาหมอทำเสน่ห์เพื่อทำคาถาอาคมใส่บุคคลผู้อยู่สูงสุดในสังคมไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่เจอหมอเสน่ห์คนใดคนหนึ่งแล้วตกปากรับคำทำคุณไสยใส่พระลอทันที เพราะหมอผู้เรืองฤทธิ์ต้องมีอำนาจอ่านตัวตน “ด้านใน” ของกษัตริย์ได้ และต้องอยู่ในสถานที่ห่างไกล ลึกลับ เข้าถึงตัวได้ยาก

ตอนแรกนางรื่นนางโรยไม่สามารถหาหมอทำเสน่ห์ได้ แม้จะใช้รางวัลทรัพย์สินมีค่าเข้าล่อ เช่น ยายมด ผู้ทำเสน่ห์ยาแฝด กล่าวปฏิเสธทำเสน่ห์ใส่พระลอ “ยายฟังสารยายสั่นหัว” เพราะ “ยายเคยลองแต่ตัวชั่วตัวช้า ยายจักลองจักหล้า บ่ได้หลานเอ๋ย” นั่นคือ ยายหมอผีเคยแต่ทำคุณไสยใส่คนทั่วไป จะให้ไปทำใส่พระเจ้าเหนือหัว ผู้สูงส่ง ไม่สามารถทำได้

หรือหมอผี 3 คนที่เป็นลูกศิษย์ ปู่เจ้าสมิงพราย ปฏิเสธเพราะ “ตูนี้ยศยังต่ำ ลองแต่ส่ำพอดี พอแรงผีแรงมนต์” ไม่อาจเอื้อมทำเสน่ห์ใส่พระเจ้าแผ่นดินที่มียศสูงยิ่ง

สุดท้ายมาลงเอยที่ ปู่เจ้าสมิงพราย หรือ “เทพเจ้าแห่งขุนเขา” ผู้ดำรงสถานะสูงส่ง เพราะ “ทั่วแหล่งหล้า ผู้ใดใครจักเทียมจักคู่” ไม่มีหมอทำเสน่ห์ผู้ใดทัดเทียมปู่เจ้าสมิงพราย “ธว่าให้ตายก็ตายทันเห็น ธว่าให้เป็นก็เป็นทันใจ จะลองใครใครก็มา จะหาใครใครก็บอยู่”ปู่เจ้าสมิงพราย ผู้เรืองฤทธิ์สูงสุดถึงขนาดจะให้ผู้ใดตายก็ตายทันที จะให้คนตายฟื้นก็ฟื้นคืนได้ จะให้ใครมาหาผู้นั้นก็มาหาได้

แรงอำนาจของปู่เจ้าสมิงพรายไม่อาจประมาณได้ เพราะปู่เจ้ามีอายุยืนยงคู่โลกถึงล้านปี “เสวยพิภพล้านเข้า ชั่วฟ้าล่มกาลป์”สั่งสมพลังอำนาจบุญบารมีมาอย่างต่อเนื่อง

พระเพื่อนพระแพงอยู่เบื้องหลังฉากฤทธิ์มนตร์แห่งกามา คอยชักใยตามแผนการที่นางรื่นนางโรยขันรับอาสา แผนการชักนำพระลอให้เดินทางมาหาดำเนินการอย่างต่อเนื่อง พระนางวางแผนอย่างรอบคอบและเร่งดำนินการอย่างรวดเร็ว แม้นางรื่นนางโรยก็นึกพิศวงว่าเป็นกลที่อยู่เหนือกล

นั่นคือ พระธิดาทั้งสองเสด็จไปหาเจ้าย่า ทำทีออดอ้อน แล้วแจ้งความประสงค์เรื่องความไม่สบายใจ โดยหมอดูทายทักว่าขวัญของพระนางหนีเตลิดไปในป่า ต้องรีบเชิญขวัญกลับคืนมา “ให้รับขวัญอย่าช้า พรุ่งเช้าวันดี”

ฝ่ายเจ้าย่าและท้าวพิไชยพิษณุกร ไม่รับรู้แผนลวงนี้ ต่างเป็นทุกข์เป็นร้อนแทน จึงสนับสนุนให้นางพี่เลี้ยงเดินทางไปเรียกขวัญพระเพื่อนพระแพงในเขาปู่เจ้า…

“ยาหยูกเขาโน้มน้าว ลูกให้ใหลหลง” : ชัยชนะของสองนาง

ปู่เจ้าสมิงพราย ไม่ใช่ตัวละครเหนือมนุษย์ที่ดำเนินเวทมนตร์ให้พระลอหลงใหลพระเพื่อนพระแพงยิ่งขึ้นเท่านั้น หากปู่เจ้าสมิงพรายยังเป็นตัวละครฝ่ายพระเพื่อนพระแพงที่มีบทบาทต่อสู้กับพระนางบุญเหลือ ผู้เป็นพระราชมารดาของพระลอด้วย

ดังเราจะเห็นว่าฝ่ายหนึ่งเป็นตัวแทนพลังลึกลับจาก “เชื้ออารมณ์ปรารถนา”ฝังอยู่ในตัวมนุษย์ เพื่อปลุกเร้าพลังรักลุ่มหลงของมนุษย์ให้รุนแรงขึ้น ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเป็นตัวแทน “แสงสว่างอันพิสุทธิ์” แสงสว่างนี้ บ่มเพาะมนุษย์ให้ตระหนักถึงสายใยรักบริสุทธิ์ของผู้ที่โลกขนานนามว่า “แม่”

ฉะนี้แล้ว เมื่อคู่ตรงข้ามระหว่างพลังลึกลับเย้ายวนกิเลสมนุษย์ปะทะกับพลังรักหล่อเลี้ยงโลก ย่อมมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพลี่ยงพล้ำเป็นธรรมดา

ปู่เจ้าเล็งญาณดู “กูจะช่วยควรฤๅมิควร” ครั้นแล้วก็ประจักษ์ “รู้ทั้งมวลทุกอัน ด้วยผลกรรย์เขาแต่ก่อน ทำหย่อนหย่อนตึงตึง ส่วนจะถึงบมิหยุด เท่าว่าจะพลัดสุดพลันม้วย ด้วยผลกรรมเขาเอง”ญาณที่ปู่เจ้าเล็งเห็น ส่องไปไกลยังจุดจบชีวิตพระเพื่อนพระแพงและพระลอในภายภาคหน้า ทั้งสองฝ่ายจะต้องตายจากผลกรรมเกี่ยวเนื่องในอดีตชาติ ที่ทำต่อกันอย่างขาด ๆ เกิน ๆ แสดงให้เห็นว่าการก่อวิบากรรมอย่างไม่สมดุล ตึงไปหย่อนไป ไม่พอเหมาะพอดี ส่งผลร้ายต่อชีวิตพระเพื่อนพระแพงและพระลอในภพภูมิต่อมา…

อำนาจฤทธิ์มนตร์ ปู่เจ้าสมิงพราย มีระดับความรุนแรงส่งผลกระทบต่อจิตใจพระลอไต่ระดับจากน้อยไปหามาก เริ่มต้นด้วยการดลบันดาลให้ใจพระลอปั่นป่วนด้วยฤทธิ์ลูกลม ปรากฏเป็นภาพพระเพื่อนพระแพงในความฝันนอนแนบข้างพระลอ ในลักษณะอาการที่ว่า“สองศรีสอดกรตระกอง กอดราช แลนา” เพื่อชักชวนพระลอให้ไปหายังเมืองของพระนาง

ต่อมาปู่เจ้าเพิ่มความขลังของไสยเวทด้วยธงสามชายมีภาพพระลอ “อยู่กลาง เขียนสองนางแนบข้าง กอดเจ้าช้างรัดรึง ชักทึงท้าวชวนเต้า” โดยปักธงไว้บนยอดตะเคียนให้ต้องแรงลม “ลมสร้าวเสียวเฉียวฉิว ปลิวกระพือยาหยูก ถูกระองค์ท้านไท้ ถนัดดังสองนางไล้ ลูบให้แลเห็น องค์นา” คราวนี้พระลอมิได้เพียงฝันถึงพระนางทั้งสองในทีท่าชวนร่วมรักแล้ว แต่รู้สึกและเห็นภาพชวนเสียวซ่านแม้ตื่นลืมตาขึ้นเลยทีเดียว

ไม่เพียงเท่านั้น ปู่เจ้าส่ง “ผีผาภูตคณา นับโกฏิ เกรียงแฮ” จำนวนมากไปทำลายผีและอารักษ์รักษาบ้านเมืองของพระลอ เพื่อทำลายขวัญและกำลังใจของพระลอให้อ่อนแอลง อำนาจไสยเวทดังกล่าวทวีความรุนแรงถึงขนาดที่ว่า “ฟ้าหล้าเหลืองอุบาทว์ อากาศคลุ้มเปนควัน ฟ้าเครงครรชิตผ่า ใจเมืองบ้าดังผก หัวอกเมืองดังจะพัง”

…สุดท้ายปู่เจ้าส่งสลาเหินไปปะปนกับหมากเสวย เมื่อพระลอหยิบหมากสลาเหินเคี้ยวกิน แรงมนตร์ก็ซาบซ่านเข้าไปในใจพระลอ ทวีความหลงใหลพระเพื่อนพระแพงถึงขีดสุด ดังเกิดปฏิกิริยาว่า “ใจจะขาดรอนรอน แลนา ถึงสายสมรพี่น้อง คิดบลุเลยข้อง ขุ่นแค้นอาดูร”

ขณะที่ปู่เจ้าสมิงพรายดำเนินขั้นตอนโน้มน้าวพระลอให้รัญจวนถึงพระเพื่อนพระแพง พระนางบุญเหลือ ปรากฏบทบาทแม่ผู้อุทิศความรักและจิตวิญญาณให้แก่พระลออย่างแท้จริง พระนางคอยต้านทานพลังอำนาจร้ายมิให้แผ้วพานพระลอ เท่าที่จะหาหมออาคมมาปะทะกับปู่เจ้าสมิงพรายได้

ทุกเสี้ยววินาทีที่พระลอวิปริตผิดผู้ผิดคน คือทุกเสี้ยวเวลาที่ส่งผลกระเทือนต่อหัวอกพระนางบุญเหลือแทบรานสลาย เพลาใดลูกอาการคลุ้มคลั่งทุเลาลง เพราะมดหมอในเมืองแก้พลังปู่เจ้าได้ พระนางก็มีความเบิกบานใจ เพลาใดลูกอาการทรุดหนักอีก พระนางก็ห่วงหาอาทรและเป็นทุกข์อย่างถึงที่สุด

ด้วยประสบการณ์ความเป็นแม่ หยั่งเห็นภัยร้ายแรงที่จะเกิดแก่ลูก เมื่อแก้ไขด้วยหมอชำนาญไสยศาสตร์ก็เพลี่ยงพล้ำแก่ปู่เจ้าเรื่อยมา พระนางบุญเหลือจึงเรียกสติพระลอด้วยคำพูดห้ามปรามและเหนี่ยวรั้งสติที่เตลิดของพระลอ นั่นคือเมื่อเดินทางไปยังเมืองของศัตรูแล้ว “เนื้อสู่เสื้อฤๅเสือ จักไว้” ทั้งนี้ ก็เป็นความจริง เพราะภูมิหลังเมืองสรวงและเมืองสรอง ประหัตประหารทำสงครามกันตั้งแต่รุ่นพ่อของพระลอ… เมื่อพระลอเดินทางไปเมืองสรอง จึงเท่ากับเป็น “เนื้อ” เดินเข้าไปหา “เสือ” โอกาสรอดแทบไม่มีเลย

พระลอยอมรับกับแม่ว่า หากไปแล้วถึงแก่ความตาย หรือ “ตกนรกแสนศัลย์ หมื่นไหม้ เสวยสุขโสดเสวยสวรรค์ เพราะอยู่ ก็ดี”นั่นคือ ถึงตนจะตกนรกหรือสวรรค์ก็ไม่หวั่น การตัดสินใจเด็ดขาด “บอยู่เลยลาไท้ ธิราชแล้วจักไป” คือ จะไปไม่อยู่แล้ว เป็นอันว่าความพยายามที่พระเพื่อนพระแพงอาศัยมือปู่เจ้าสมิงพรายดึงตัวพระลอมานั้น “บรรลุผลสัมฤทธิ์”

พระลอยอมรับกับแม่เองว่า “ยาหยูกเขาโน้มน้าว ลูกให้ใหลหลง” แสดงว่าพระลอรู้สึกตัวว่าพระเพื่อนพระแพงโน้มน้าวด้วยยาอาคมให้หลงใหล แต่แท้จริงคำกล่าวนี้กลบเกลื่อนความรู้สึกผิด และสำนึกความพ่ายแพ้ต่อกามกิเลสภายในใจพระลอนั่นเอง…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 มีนาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ศึกไสยเวท” ในวรรณคดี เมื่อปู่เจ้าสมิงพราย “ทำเสน่ห์” ใส่พระลอ!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...